[SF] White Day
posted on 14 May 2010 15:15 by beer-sandglass
Title : White Day
Pairing : TEM-G
Rate : NC
Author : T-Lek
Talk about : เหมือนกันจ๊ะ (เอาที่เคยเขียนมาลงหมดเลย) เม้นๆให้ด้วยนะ
ดอกไม้วาเลนไทน์
ช็อคโกแลตวาเลนไทน์
.
.
ความหวังวาเลนไทน์
คงไม่เท่ากับ
.
.
ไวท์เดย์
[“เมื่อวาเลนไทน์ได้ผ่านพ้นไป...สาวๆทั้งหลายทั่วทั้งโลกคงกำลังรอไวท์เดย์กันอยู่ใช่ไหมค่ะ...คงจะลุ้นแทบแย่กันเลยใช่มั๊ยค่ะ...ว่าชายหนุ่มที่คุณได้มอบของขวัญให้เมื่อวันวาเลนไทน์จะรู้สึกกับคุณอย่างไร...เราลองมาฟังสาวๆพูดถึงความรู้สึกกันดีกว่าค่ะ...”]
[“ฉันตื่นเต้นมากเลยค่ะ...ไม่รู้ว่าเขาจะตอบแทนความรู้สึกกับฉันยังไงค่ะ....”]
[“ไวท์เดย์เหรอค่ะ...ฉันรอพี่อยู่นะค่ะ....”]
ปิ๊บ!!
การเคลื่อนไหวต่างๆบนจอภาพสี่เหลี่ยมหลากสีกลับถูกปิดลงให้มืดสนิทจากเจ้าของเครื่อง
ไวท์เดย์งั้นเหรอ
อืม....อีกอาทิตย์หนึ่งซินะ...
ร่างเพรียวบางที่ถ้าไม่เห็นหน้าชัดๆก็คงจะไม่รู้หรอกว่าเป็นผู้ชาย...รูปร่างที่บอบบางกว่าผู้ชายทั่วไป...เดินวนรอบห้องของตัวเองอย่างคิดไม่ตกว่าไวท์เดย์ปีนี้จะทำอะไรให้คนรักของตัวเองดี ก่อนจบด้วยการทิ้งตัวลงนอนกับเตียงอีกครั้ง
“ช็อคโดแลตงั้นเหรอ...ไม่ได้หรอกนั่นมันวาเลนไทน์นี่นา...อืม...หรือจะเป็นตุ๊กตาดี...อย่าดีกว่า...มันไม่เหมาะเอาซะเลย...”
เสียงใสเอ่ยไล่เรียงของขวัญตอบแทนอย่างไม่รู้ว่าจะเอาอะไรดีด้วยความหนักใจ
“...อืม...คนอย่างนั้นจะชอบอะไรกันนะ...อ๊ะ! หรือจะเอาถั่วกวนให้ดีนะ...บ้าแล้ว มันจะไปได้เรื่องอะไร...” ร่างบางยังคงพึมพำอยู่อย่างนั้น ก่อนมองไปรอบๆห้อง เหมือนกับว่าจะเจอของที่อยากให้ในห้องของตัวเองยังไงยังงั้นเชียว แต่แล้วสายตาร่างบางก็ไปสะดุดเข้าที่ตู้เสื้อผ้า
“ผ้าพันคอ.......เข้าท่าแหะ...แต่ช่วงนี้ผ้าพันคอแพงมากเลยนะ...หรือว่า...จะลองถักเองดีนะ...” ร่างบางถามตัวเองก่อนลุกจากเตียงไปนั่งยังโต๊ะคอมของตัวเอง แล้วร่างบางก็เซิร์จหาวิธีการทำผ้าพันคอเป็นการใหญ่...แต่ในเมื่อมันคือการทำที่ต้องอาศัยความเข้าใจด้วยตัวเอง...แล้วไอ้ข้อมูลพวกนี้มันจะช่วยได้สักแค่ไหนกันเชียว
“...พี่ดองอุค.......” คิดได้อย่างนั้นร่างบางก็จัดการปิดเครื่องคอมก่อนเดินพรวดพราดออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
“พี่จียงฮะ...จะไปไหนเหรอฮะ..........” เสียงใสของน้องเล็กเอ่ยถามพี่ชาย
“ไปหาพี่ดองอุคน่ะ...จะไปกับพี่ไหม....”
“ไปซิฮะ......” ว่าแล้วน้องเล็กก็แทบจะวิ่งร้อยเมตรมาหาพี่ชาย
แล้วร่างบางทั้งสองคนก็ตรงออกไปขึ้นรถ และขับไปยังอาพาร์ตเมนต์รุ่นพี่
ติ๊ง~ หน่อง~~
เสียงออดที่ดังเข้ามาในตัวห้องนั้นเรียกความสนใจจากคนภายในห้องให้ออกมาเปิดประตูรับแขกที่อาจจะไม่ได้รับชิญก็เป็นได้
“อ้าว! จียง ซึงริ...มาได้ไงน่ะ....” เมื่อเห็นแขกทั้งสองว่าเป็นรุ่นน้องร่วมค่ายของตัวเอง รุ่นพี่ร่างบางก็เชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้ามาในห้องของเขา
“ขับรถมาฮะ.............”ตอบคำถามรุ่นพี่ที่เคารพก่อนนั่งลงที่โซฟาตัวนุ่มในห้อง
“มาทำอะไรกันล่ะ...แล้วอีกสามคนล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ....”
“ไปทำงานกันน่ะฮะ.........” ซึงริตอบพลางยิ้มให้พี่ชายอย่างน่ารัก
“พี่ถักนิตติ้งเป็นใช่ไหมฮะ......” จียงเริ่มต้นถามพี่ชาย
“อืม...ทำไมเหรอจียง.....”
“พี่...ช่วยสอนผมหน่อยได้ไหมฮะ....”
“นายจะถักอะไรล่ะ....”
“ผ้าพันคอฮะ......”
“ของขวัญไวท์เดย์สำหรับไอ้เทมใช่มะ........” รุ่นพี่ถามอย่างล้อๆอยู่เป็นนัย
“.../// มะ...ไม่ใช่สักหน่อย...ผม...เอ่อ แค่อยากลองถักดูเฉยๆ.....”
“งั้นเหรอ....แล้วนายล่ะจะถักให้ยองเบไหม....” แล้วรุ่นพี่ก็หันมาถามเจ้าน้องเล็ก
“ไม่เอาหรอกฮะ.....” น้ำเสียงที่ได้จากคำตอบนั้นทำให้พี่ๆอีกสองคนรู้ได้ทันทีว่าไอ้เจ้าน้องเล็กนั้นงอนยองเบมาอีกแล้ว
“555 นายสองคนนี่...งอนกันเรื่อยเลยนะ....”
“ผมไม่ได้งอนสักหน่อย............” ซึงริเถียงรุ่นพี่ก่อนเดินไปแถวๆทีวีพลาสม่า ที่มีพร้อมวีดีโอเกมส์เสร็จสรรพ และน้องมันก็ถือวิสาสะเปิดมันเล่นซะเลยโดยไม่มีความเกรงใจ แต่ดองอุคก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ถ้างั้น...ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนระหว่างเราสองคนนะจียง...”
“อืม...พี่จะให้ผมทำอะไรฮะ.......” ถามอย่างไม่สงสัย ก็ถ้าเป็นพี่ดองอุคละก็...จะให้สอนให้ฟรีๆน่ะ...ไม่มีหรอก
“ก็อะไรนิดหน่อย.......”
เมื่อคนทั้งสองทำข้อตกลงไว้ด้วยกันเรียบร้อย รุ่นพี่ร่วมค่ายก็เริ่มสอนเจ้ารุ่นน้องตัวดีถักผ้าพันคอ และเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงหัวค่ำร่างของน้องชายทั้งสองก็ได้จรลีออกมาจากห้องรุ่นพี่ เพื่อกลับบ้านสักที
“แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาอีกนะครับ....” จียงเอ่ยบอกรุ่นพี่ที่เดินมาส่งยังลานจอดรถ
“อืม...กลับบ้านดีๆล่ะ...แล้วเจอกัน...”
“วันนี้เกมพี่สนุกมากเลยฮะ ^^” น้องเล็กบอกปิดท้ายก่อนขึ้นรถไป
“ไปไหนกันมาน่ะ....” ยองเบเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางๆของคนทั้งสองเข้ามายังบ้านพักของวง
“ไปหาพี่ดองอุคมาน่ะ....” จียงตอบก่อนหายเข้าไปในห้องครัวอย่างรู้สึกหิว
“แล้วเทมโปล่ะ....” ร่างบางกลับออกมาพร้อมกับชามอาหารในมือสองชามก่อนยื่นมันให้น้องเล็กกินเอ่ยถามยองเบ
“ถ่ายหนังอยู่....หมอนั่นบอกว่าคงกลับดึกหน่อย...”
“เหรอ.............” แล้วร่างบางก็ไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านี้
“ซึงริ...นายยังงอนพี่อยู่อีกเหรอ....” ยองเบเอ่ยถามน้องเล็กด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“พี่จียงฮะ...คืนนี้ผมนอนกับพี่นะฮะ....” ไม่เพียงไม่ตอบคำถามเท่านั้น ซึงริดันหันไปคุยกับจียงแทนเหมือนกับไม่ได้ยินคำถามนั้น
“อืม...ได้ซิ...ถ้ายองเบมันอนุญาต.......” จียงหันมาตอบน้องก่อนมองไปที่เพื่อนรักที่ทำหน้าเหมือนจะตายให้ได้
“ทำไมต้องให้อนุญาตด้วย...ในเมื่อมันเป็นสิทธิ์ของผม..........” ซึงริตอบกลับมาซึ่งมันทำให้ยองเบถึงกลับหมองลงไปอีก
“เอ่อ...ก็ตามใจ....” จียงได้แต่มองเพื่อนตรงหน้าอย่างอยากหาทางช่วย ก่อนส่งสายตาบอกเพื่อนรักว่า ‘เดี๋ยวฉันจัดการให้แล้วกัน’
“นายงอนอะไรยองเบมันล่ะ....” จียงเอ่ยถามทันทีที่อยู่กับซึงริสองคนในห้องของตัวเอง
“พี่ยองเบ...ทำสร้อยที่ผมให้หาย...” ซึงริบอกพี่ชายอย่างตรงไปตรงมา
“เรื่องแค่นี้เอง.......”
“มันเรื่องแค่นั้นก็จริงฮะ...แต่ที่ผมโกรธก็เพราะว่า...พี่ยองเบปิดบังผมนี่ฮะ...”
“อืม...หมอนั่นกลัวนายเสียใจมั้งถ้ารู้ว่าทำมันหายน่ะ.......”
“แล้วพี่ยองเบเค้าไม่คิดว่าผมจะเสียใจเหรอฮะถ้าผมรู้ว่ามันหายไปด้วยตัวเองโดยที่พี่ยองเบไม่ยอมบอกอะไรผมเลย...”
“ในตอนนั้น...มันคงไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องก็ได้...บางทียองเบมันอาจจะคิดว่าเดี๋ยวก็คงหาเจอ...มันเลยไม่ยอมบอกเราไง...มันคงไม่อยากให้เรากังวลใจนั่นแหละ....” จียงพยายามหว่านล้อมให้น้องเห็นใจยองเบ
“พี่จียงคิดอย่างนั้นเหรอฮะ........” ซึงริถามพี่ชายพลางจ้องตาแป๋วอย่างกับเด็กน้อย
“อืม...ยองเบมันรักนายจะตายไป...มันคงไม่ได้ตั้งใจทำหายหรอกน่า....”
“....อืม...คงจะจริงมั้งฮะ...” และแล้วเจ้าน้องชายก็หลงกลจียงเข้าจนได้ แต่ก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ...ที่จียงช่วยทำให้คนรักกันกลับมาคืนดีกันได้เนี่ย
“ป่านนี้หมอนั่นลงแดงตายแล้วมั้ง.....แต่ว่าเพื่อเป็นการลงโทษที่หมอนั่นรักษาของไม่ดีพอ...นายก็นอนที่นี่คืนนี้นั่นแหละ...ปล่อยให้มันทรมานเล่น...สะใจดี ^^” จียงพูดด้วยความสะใจอยู่ลึกๆ
“ก็ดีฮะ...” น้องเล็กพยักหน้าเห็นด้วยก่อนเดินตรงไปที่คอมของพี่ชาย...ไม่ต้องถามก็รู้ว่าน้องมันคงจะเล่นเกมเหมือนเดิม
จียงจึงหันมาสนใจเรื่องของตัวเองต่อ มือบางหยิบไหมที่อยู่ในถุงกระดาษออกมาทำต่อ...เป็นเวลานานที่จียงเอาแต่ถักผ้าพันคอจนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นว่าน้องเล็กนั่งหลับปุ๋ยอยู่หน้าจอที่เล่นค้างอยู่ จียงจึงเลิกถักแล้วเดินเข้าไปใกล้น้องเล็ก
“ซึงริ..............” ร่างบางกระซิบเรียกพลางใช้ฝ่ามือส่ายไปมาอยู่ที่หน้าน้องเล็ก...เป็นอันว่าน้องเล็กหลับสนิทเลยล่ะตอนนี้
“...พี่ยองเบ.....” เสียงละเมอเรียกชื่ออีกคนที่อยู่อีกห้องทำเอาจียงอมยิ้ม...หายงอนง่ายดีจริงๆ
จียงเลยก้าวเดินออกไปจากห้องเพื่อไปเรียกคนที่น้องเล็กละเมอเรียกให้มาจัดการเอาน้องเล็กไป
“ขอบใจมากนะจียง.....” ยองเบเอ่ยขอบคุณเพื่อนคนสนิทก่อนอุ้มคนในอ้อมแขนไปยังห้องของตัวเอง
อืม...ตอนนี้ก็เกือบสี่ทุ่มแล้วซินะ...หมอนั่นยังไม่กลับมาอีกเหรอเนี่ย
จียงหันไปมองยังประตูหน้าบ้านอย่างรู้สึกเป็นห่วงคนที่ไม่อยู่ในบ้าน ก่อนเดินหายเข้าไปในห้อง...แล้วก็กลับออกมานั่งที่โซฟาห้องนั่งเล่นเพื่อถักผ้าพันคอต่ออย่างขะมักเขม้น
“โอ๊ย! เอาอีกแล้ว....” จียงร้องออกมาเมื่อไม้ถักบาดเข้าที่นิ้วบางจนเลือดซึม จียงได้แต่ดูดนิ้วตัวเองไว้เพื่อห้ามเลือด ก่อนทักต่ออย่างไม่สนใจแผลสักเท่าไร เมื่อทำไปได้อีกสักพักไม้ถักนั้นก็บาดเข้าที่นิ้วบางอีกครั้ง
“เลิกทำก่อนดีกว่า...ไม่มีสมาธิเลยแหะ....” จียงพึมพำออกมาพร้อมวางสิ่งของเหล่านั้นไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปมองยังนาฬิกาผนัง
นี่มันก็จะห้าทุ่มแล้วนะ...ทำไมยังไม่กลับมาอีกล่ะ...สงสัยจะมีปัญหาแน่ๆ
จียงเบือนหน้าจากนาฬิกาก่อนเดินไปหาอุปกรณ์ทำแผล...เมื่อหาเจอจียงก็จัดการกับนิ้วของตัวเอง ปิดพลาสเตอร์ไว้ตามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ก่อนเดินหายเข้าไปในห้องครัวเปิดตู้เย็นหยิบนมมาดื่มให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย
“นายควรดื่มนมร้อนนะจียง.....” เสียงกระซิบที่ทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์ในยามวิกาลทำเอาจียงถึงกับสะดุ้งพ่นนมออกมา
“แค่กๆ...แค่ก....” จียงสำลักออกมาอย่างสุดจะทนยังดีที่ได้มืออุ่นๆช่วยลูบหลังให้
“ไม่เป็นไรใช่ไหม...ฉันขอโทษ....”
“อืม...ไม่เป็นไรแล้วล่ะ...วันหลังอย่ามาเงียบๆอย่างนี้อีกนะเทม....” จียงหันมาบอกคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่องนิดๆ
“ทราบแล้วครับ....” เทมโปรับคำก่อนดึงจียงเข้ามากอด
“คิดถึงจัง.....”
“นี่นาย...บ้าหรือเปล่าเนี่ย...” จียงบ่นอุบแต่ก็ยอมให้ร่างสูงกอดตัวเองเอาไว้
“วันนี้เหนื่อยเอามากๆ...ขอรางวัลหน่อยนะ...” ว่าแล้วร่างสูงก็ก้มลงสูดเอาความหอมจากแก้มนุ่มทั้งสองข้างของร่างบาง
“/// บ้า...ฉันจะไปนอนแล้ว......” ร่างบางเบี่ยงตัวหลบออกมาจากร่างสูง
“เดี๋ยว!....” เทมโปเรียกพร้อมดึงมือร่างบางขึ้นมา
“เอ่อ.....ก็แค่แผลนิดหน่อย....” จียงตอบอย่างรู้ว่าเทมโปจะเอ็ดเค้าเรื่องอะไร
“ไปโดนอะไรมา.....” ถามพลางจ้องจียงอย่างห่วงใยแกมดุเล็กน้อยที่ร่างบางทำให้ตัวเองมีแผล
“ก็...งานเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง....อย่าสนใจเลย...” บอกปัดอย่างไม่ต้องการให้ร่างสูงรู้ว่าเกิดจากอะไร
“อืม...อย่าทำอะไรที่มันเสี่ยงให้มากนะ...แล้วก็นะไม่ต้องมานั่งรอฉันอย่างนี้อีกนะ เพราะฉันอาจกลับดึกบ่อย....” ร่างสูงบอกร่างบางพลางจ้องเข้าไปในดวงตา
“ค...ใครบอกว่าฉันมารอนาย...ฉันก็แค่...นั่งทำโน่นทำนี่เพลินต่างหาก...////” จียงพยายามที่จะเถียงออกมาพร้อมกับใบหน้าขี้นสี
“นั่งคิดถึงฉันน่ะเหรอ....”
“//// บ้า..........” ร่างบางว่าเทมโปทิ้งท้ายก่อนรีบเดินไปเอาของที่วางอยู่แล้วเดินเข้าห้องนอนไป ทำเอาเทมโปมองร่างบางด้วยรอยยิ้ม
ก็รู้อยู่ว่าร่างบางน่ะปากแข็งจะตาย...บอกว่าไม่ได้รออย่างนี้มากี่วันแล้ว...
###### ######
“พี่จียง!....” เสียงน้องเล็กตะโกนเรียกพี่ชายที่เพิ่งออกจากห้องนอนในตอนเช้า
“...มีอะไรหรือเปล่า....”
“ทำไมผมถึงไปนอนอยู่กับพี่ยองเบได้ละฮะ....” น้องเล็กถามเสียงเขียวเล็กน้อย
“ก็เห็นว่านายละเมอเรียกชื่อหมอนั่น...ฉันก็เลยพานายกลับห้องน่ะ...”
“/// ผ...ผมไม่ได้ละเมอสักหน่อย....” น้องเล็กเถียงหน้าแดง
“แล้วเป็นไง...เมื่อคืนอบอุ่นไหม....”
“/////.......” ไม่มีคำตอบที่เป็นเสียงจากซึงริ แต่ว่าใบหน้านั่นแหละคือคำตอบอย่างดี น้องเล็กได้แต่ก้มหน้างุดๆก่อนเดินจากพี่ชายเข้าห้องที่นอนเมื่อคืนนี้ไป
“พี่จียงฮะ...จะกินข้าวเลยหรือเปล่าฮะ....” เสียงนุ่มของเจ้าตาหยีถามทั้งๆที่ตัวก็ยังคงอยู่ในครัว
“อือ...นายกินก่อนเถอะ...เดี๋ยวพี่ไปปลุกเทมโปก่อน....” จียงตอบกลับไปก่อนเดินเข้าไปในห้องของเทมโปเพื่อไปปลุกอย่างที่บอกไว้กับน้อง
“เทมโป...ตื่นหรือยัง..........” จียงเอ่ยเรียกพร้อมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้คนบนเตียง
“...เทม...ตื่นได้แล้ว...” จียงเรียกพลางใช้มือสะกิดคนบนเตียง
“........ซึงฮยอน.......ตื่น...อ๊ะ!!” ยังพูดไม่ทันจบประโยคร่างของจียงก็ถูกฉุดลงไปนอนกับเตียงโดยมีร่างสูงกอดเอาไว้แน่น
“อ่ะ...นี่ปล่อยนะ........” จียงร้องอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง
“ขอห้านาที...........” กล่าวขอก่อนกอดร่างบางแน่นกว่าเดิม โดยที่ร่างบางก็ต้องยอมตามใจเจ้าคนขอ
“พอได้ยังล่ะ..............” จียงเอ่ยถามหลังจากที่กะเวลาว่าคงครบห้านาทีแล้ว
“อืม...ไม่มีมอร์นิ่งคิสหน่อยเหรอ.....” เทมโปถามพลางใช้สายตาออดอ้อนเต็มที่
“.....ไม่เอา!..........” จียงบอกเสียงแข็งพลางพยายามดันร่างหนาออก
ก็เรื่องอะไรจะเอาล่ะ...ไม่งั้นเค้าก็มีแต่เสียเปรียบน่ะซิ ////
“ถ้างั้น...นายก็นอนอยู่ตรงนี้แหละ...” เทมโปบอกพลางรั้งตัวจียงเข้ามากอดอีกครั้งก่อนหลับตาลง
“...นี่นาย! ตามใจ.....ฉันนอนตรงนี้ก็ได้.....” จียงบอกก่อนหลับตาลงบ้าง
ถ้าแค่นอนมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่นา...อย่าคิดว่าจียงจะไม่รู้ทันซิ
เหมือนว่าจียงจะรู้สึกได้ถึงลมอุ่นๆบริเวณหน้าผากนะ...เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเทมโปกำลังไล้จูบจากหน้าผากลงมายังบริเวณแก้ม
“อ้าว! ไม่นอนต่อเหรอ........” เทมโปแกล้งถามพลางไล่ริมฝีปากลงมาใกล้ๆกับริมฝีปากอิ่มของจียง
“อื้อ...ก็ได้! มอร์นิ่งคิสก็มอร์นิ่งคิส.....” จียงร้องออกมาพลางดันตัวร่างสูงอีกครั้ง
เอาว่ะ...ทำเองก็ยังดีกว่าให้หมอนี่เป็นคนทำ...ไม่งั้นไม่จบแน่ๆ
คิดได้อย่างนั้นจียงก็เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าร่างสูง ก่อนจรดริมฝีปากตัวเองเข้ากับปากของเทมโป...เพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้นที่ริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกัน...
“ว้า....นิดเดียวเอง.....” เทมโปร้องออกมาอย่างเสียดาย
“ฉ...ฉันทำแล้ว....คราวนี้จะลุกได้หรือยัง......” จียงพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนร้องทวงสัญญา
“อืม...สดชื่นดีจังเลย...........” เทมโปขยับตัวลุกขึ้นมาพลางบิดขี้เกียจก่อนแกล้งทำเป็นเซหอมแก้มร่างบางอีกครั้ง
“....///..สดชื่นคนเดียวซิ......” ร่างบางบ่นอุบก่อนสาวเท้าออกจากห้องเทมโป
“ออกมาแล้วเหรอฮะ....ผมนึกว่าจะอยู่ในนั้นทั้งวันซะอีก.........” แดซองร้องถามอย่างล้อๆเมื่อเห็นพี่ชายร่วมวงนั่งลงที่โต๊ะ
“เงียบไปเลยนะ.....” จียงว่าเข้าให้อย่างยังรู้สึกอายๆ
“เอ่อ...พี่จียงฮะ...พี่จะไปหาพี่ดองอุคกี่โมงฮะ....” ซึงริเอ่ยถามพี่ชาย
“บ่ายๆน่ะ...”
“ผมไปด้วยนะฮะ........” ยิ้มอ้อนใส่พี่ชาย
“แล้วแต่ยองเบมันนั่นแหละ.......” จียงบอกน้องก่อนหันไปมองหน้าเพื่อนรัก
“อืม...ตามใจเราเถอะ....” ยองเบเอ่ยอนุญาตพลางยิ้มให้ซึงริอย่างอ่อนโยน
“พวกนายจะไปไหนกันงั้นเหรอ........” เสียงทุ้มต่ำพร้อมร่างสูงๆเอ่ยถามพลางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัวจียง
“ไปหาพี่ดองอุคฮะ.....” น้องเล็กตอบแทนพี่ชาย ทำเอาพี่ชายหันมามองซึงริทันทีเหมือนไม่ต้องการให้น้องพูด
“อืม...เดี๋ยวฉันไปส่งก็แล้วกัน...วันนี้มีถ่ายแถวนั้นพอดี จะได้รับกลับด้วย.....”
“ดีฮะ....” น้องเล็กยิ้มตอบอย่างร่าเริง
“ตั้งใจทำงานล่ะนายน่ะ....” จียงบอกก่อนลงจากรถเมื่อเทมโปขับเข้ามาจอดหน้าคอนโดรุ่นพี่
“อืม....เดี๋ยวจะมารับนะ....อย่าดื้อล่ะซึงริ...” เทมโปบอกก่อนหันไปลูบหัวน้องอย่างเอ็นดู
“พี่อ่ะ...ผมโตแล้วนะฮะ....” ซึงริรีบจัดทรงผมเป็นการใหญ่ แล้วเทมโปก็แล่นรถออกไปยังกองถ่าย ร่างบางๆทั้งสองจึงเดินขึ้นไปหารุ่นพี่
ติ๊ง~หน่อง~~
เมื่อกดออดได้สักพักก็มีร่างรุ่นพี่ออกมาเปิดประตูต้อนรับ
“เป็นยังไง...ทำไปถึงไหนแล้วล่ะ....” รุ่นพี่ถามพลางยื่นน้ำผลไม้ให้เจ้ารุ่นน้องทั้งสอง
“ก็.......” จียงเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของในถุงกระดาษออกมาให้รุ่นพี่ดู
“อืม...เก่งดีนี่นา.....ทำเร็วดี........” รุ่นพี่ร่วมค่ายเอ่ยชมพลางมองไปยังตัวผ้าพันคอที่ทำไปได้เกือบครึ่ง
“แต่ก็จะได้แบบนี้...เล่นเอาผมมีแผลติดมาซะ.......” จียงร้องบอกพลางชูนิ้วทั้งสองมือให้รุ่นพี่ดู
“ใหม่ๆก็อย่างนี่แหละ.....” รุ่นพี่ยิ้มให้กำลังใจหลังจากส่งผ้านั้นให้จียงเอาไปถักต่อ
“พี่ดองอุคฮะ....แผ่นเกมที่ผมเล่นเมื่อวานไปไหนล่ะฮะ........” เสียงซึงริเอ่ยถามพลางง่วนกับการหาแผ่นเกม
“...พี่แทบินเอาไปน่ะ...........”
“โธ่! ผมอุตส่าห์มาที่นี่เพื่อจะเล่นต่อเลยนะฮะ.....” ซึงริบ่นอย่างเสียดาย
“พี่ควรดีใจไหมล่ะเนี่ย..........”
“ไม่เป็นไร...ผมเล่นอย่างอื่นก็ได้ฮะ........” ซึงริบอกเมื่อเจอเข้ากับแผ่นเกมอันใหม่ที่น่าสนใจ แล้วน้องมันก็หลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวแทบจะทันทีที่เปิดเกมเล่น
เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบเย็นทีเดียวเสียงท้องของใครหลายคนก็เริ่มอวดครวญบ่งบอกอย่างดีว่าต้องการอะไรลงไปในกระเพาะ
“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อของข้างล่างก่อนนะ......” ดองอุคเอ่ยบอกน้องๆ
“ถ้างั้น...ผมไปด้วยฮะ.........” จียงร้องบอกก่อนวางงานลงแล้วตามรุ่นพี่ไป
“กลับมาเร็วๆนะพี่.........” ซึงริตะโกนบอกก่อนหันไปสนใจกับเกมต่อ
“จะกินอะไรกันล่ะ....ต๊อกโพกีดีมะ หรือจะเอาข้าวกล่องดี......” ดองอุคเอ่ยถามออกมาเมื่อเดินมาถึงร้านอาหาร
“อืม...ผมว่าเอาข้าวกล่องดีกว่าฮะ........”
“ได้...เถ้าแก่เนี้ยครับ...เอาข้าวกล่อง 3...” รุ่นพี่ยังพูดไม่ทันจบก็โดนจียงพูดซะก่อน
“สี่ชุดฮะเถ้าแก่........”
“นายจะเอาไปให้ใครน่ะ......”
“เทมโป....หมอนั่นบอกว่ากองถ่ายอยู่ตรงสตูดิโอ xxx ฮะ”
“อ๋อ...ถึงว่าทำไมนายถึงตามลงมาด้วย...ที่แท้ก็จะไปหาแฟนนี่เอง....”
“ก็ ///...เผื่อหมอนั่นจะไม่ชอบอาหารที่กองก็ได้นี่ฮะ........” จียงเถียงข้างๆคูๆ
“เสร็จแล้วจ้า...ทั้งหมด 2400 วอนจ๊ะ...” ร่างของเถ้าแก่เนี้ยบอกพลางยื่นข้าวกล่องให้
“ขอบคุณครับ....” แล้วร่างของทั้งสองก็เดินออกมาจากร้าน
“เอ่อ...เดี๋ยวพี่เอาข้าวกล่องไปให้ซึงริก่อนก็ได้ฮะ...ผมจะไปหาเทมโปก่อน” จียงบอกพลางแยกข้าวกล่องออกมาสองกล่อง
“...ระวังคนในกองอิจฉานะ...จียง...” รุ่นพี่พูดล้อเลียนก่อนเดินกลับไปที่คอนโดของตัวเอง
“อ้าว!! จียง...มาหาเทมโปเหรอ...อยู่ในห้องพักน่ะ....” เสียงหนึ่งตะโกนบอกเมื่อเห็นว่าจียงกำลังมองใครบางคน
“ขอบคุณฮะโปรดิวเซอร์คิม.........” จียงโค้งขอบคุณก่อนเดินไปยังห้องพักนักแสดง แต่ละเส้นทางที่เดินผ่านไปนั้นจียงต่างโค้งให้ผู้อื่นด้วยความเคารพจนกระทั่งมาถึงห้องพัก จียงก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน...
สงสัยพวกนักแสดงซ้อมบทกันมั้ง...อย่าเพิ่งเข้าไปขัดจะดีกว่า
[“วันนี้เราไปดื่มกันอีกได้ไหมค่ะ...”] น้ำเสียงเชื้อเชิญอยู่ในทีของหญิงสาวบางคน
[“...เอ่อ...คงไม่ได้หรอกครับ....”] เสียงทุ้มใหญ่ตอบกลับอย่างรู้สึกเสียใจ
[“...ทำไมล่ะค่ะ...หนังก็เหลืออีกซีนเดียวนี่ค่ะ...มีเวลาถมเถไป...”] อ้าว! ไม่ได้ถ่ายหนังหรอกเหรอ...
[“เอ่อ...ไม่ได้จริงๆครับ...อีกอย่างก็ไม่มีใครไปด้วยนี่ครับ...”]
[“ก็ฉันกับคุณไงคะ......”]
[“ผมไปไม่ได้จริงๆครับ...ต้องขอโทษด้วยครับ...”]
[“อ่ะ...เดี๋ยวซิค่ะ....ว๊ายย!!!”] น้ำเสียงตื่นตะหนกทำเอาจียงตกใจรีบเปิดประตูเข้าไปเผื่อช่วยอะไรได้บ้าง แต่แล้วเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่าหญิงสาวเจ้าของเสียงเหล่านั้นกำลังใช้สายตาเชิญชวนยั่วยวนร่างสูงใหญ่เป็นการใหญ่...แล้วจียงก็รู้สึกว่าตัวเองเปิดเข้ามาผิดเวลาซะแล้วล่ะในเมื่อคนทั้งสองกำลังจูบกันดูดดื่มเชียวล่ะ...
จียงจึงพยายามเดินเลี่ยงออกมาเพื่อไม่ให้สองคนนั้นเห็นเค้า...แต่แล้วจียงก็ถึงกับชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของคนทั้งสองอย่างชัดเจนจากกระจกบานใหญ่...
เคร้ง!!~~
เหมือนว่าเรี่ยวแรงที่แขนของจียงจะหมดแรงไปเสียดื้อๆ ทำเอาข้าวกล่องที่อุตส่าห์เอามาหล่นกระจายอยู่หน้าประตูห้อง และก็เป็นเหตุให้สองคนนั้นที่กำลังเล่นฉากรักกันต้องหันมามองยังต้นเสียง
“จียง!!...” ชายร่างสูงร้องออกมาอย่างตกใจ
“เอ่อ...ขอโทษ...ที่มากวน...” จียงเอ่ยขอโทษเสียงสั่น
“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ....” หญิงสาวหน้าตาสะสวยเอ่ยบอกพลางก้มหน้าอย่างเอียงอายที่มีคนมาเห็นฉากนี้เข้า
“...ข...ขอตัว.....” แล้วจียงก็วิ่งออกไปจากห้องพักนักแสดงทันที
“จียง!!” เจ้าของร่างสูงถึงกับวิ่งตามร่างบางออกไปด้วยความกระวนกระวายใจ
“จียง...เดี๋ยวก่อน...นายกำลังเข้าใจผิดนะ.....” ร้องบอกพลางรีบวิ่งตามให้ทันร่างบางๆนั้น
จียงกำลังตกใจกับภาพที่ได้เห็น ซึ่งมันก็ยังคงติดตามาตลอดเวลาที่ร่างบางวิ่งออกมาจากห้องนั้น ร่างกายกำลังสั่นเทา...ไม่รู้ว่าด้วยความเสียใจ หรือความโกรธอย่างไรที่ทำให้ร่างกายสั่นเทาเช่นนี้....
“จียง!! เดี๋ยว.......” เจ้าของเสียงพร้อมฝ่ามือแกร่งคว้าเข้าที่ต้นแขนของจียงพลางออกแรงเล็กน้อยเพื่อให้ร่างบางหยุดวิ่งสักที
“ปล่อย...ฉันจะกลับบ้าน....” จียงพยายามสะบัดมือแกร่งนั้นให้หลุดออกจากแขนตัวเอง
“แต่นายต้องฟังฉันก่อน......”
“ฟังอะไรล่ะ...ทุกวันที่นายกลับดึกก็เพราะ...เธอคนนั้นใช่ไหมล่ะ....เทมโป” จียงถามเสียงสั่นๆ แต่ไม่ได้สั่นเพราะร้องไห้...จียงสั่นเพราะกำลังควบคุมตัวเองไม่อยู่...กลัวจะระเบิดอารมณ์ออกมา เป็นอันว่ารู้แน่ชัดแล้วว่า...กำลังโกรธอยู่ไม่ได้เสียใจแต่อย่างใด
“..............เอ่อ.....” เทมโปได้แต่ทำท่าอึกอักพูดไม่ออก ก่อนเบือนหน้าหลบสายตาจียงที่จ้องมองมา
“หึ...คงจะเป็นเรื่องจริงซินะ...นายคงไปดื่มกับผู้หญิงคนนั้นอย่างมีความสุขซินะ....” จียงมองตรงเข้าไปที่ใบหน้าร่างสูงที่หลบสายตาอยู่
“...เอ่อ...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ...จียง......”
“ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นแล้วมันคืออะไรล่ะ...นายก็บอกฉันมาซิ...ฉันจะได้เข้าใจ!!” จียงตะโกนถามอย่างเกินที่จะอดกลั้นได้ไหวอีกแล้ว
“ซึงฮยอนคะ........” เสียงแหลมเล็กที่เป็นเสียงเดียวกับผู้หญิงที่จียงเห็นดังมาจากด้านหลัง
“...ถ้างั้น...เชิญนายไปกับเธอเถอะ.............” จียงกัดฟันบอกพลางมองหน้าเทมโปอย่างเอาเรื่องก่อนเดินจากไป...ทำเอาเทมโปรู้สึกได้ว่าอาจจะไม่ง่ายที่จะง้อจียงในคราวนี้
“จียง!! เดี๋ยวก่อน............”
“เฮ้! ท๊อป...พร้อมยัง.....” เสียงโปรดิวเซอร์คิมตะโกนเรียกคนที่พยายามจะวิ่งตามจียงไป
“ไปเถอะค่ะ...ซีนสุดท้ายแล้วนะค่ะ.....” หญิงสาวเร่งพลางรั้งตัวร่างสูงให้เดินตามมา
“.......................” เทมโปได้แต่กังวลใจละล้าละหลังว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี แต่แล้วเค้าก็ต้องเลือกที่จะทำงานให้เสร็จก่อน...มันเป็นหน้าที่ที่เค้าไม่สามารถละเลยได้...ไม่งั้นมันจะเสียไปทั้งหมด
ติ๊ง~ หน่อง~~
“มาแล้วเหรอจียง......จียง...เป็นอะไรไปน่ะ...ทำไม......” รุ่นพี่เปิดประตูออกมาต้อนรับถึงกับตกใจกับความอันร้อนแรงเป็นไฟลุกโชนอยู่ในดวงตาของผู้ที่ได้ชื่อว่า ‘G-Dragon’
“....ไม่มีอะไรหรอกฮะ.......ผมกลับก่อนนะฮะ....” จียงบอกรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ก่อนเดินเข้าไปลากเจ้าน้องเล็กออกมาจากห้อง
“อ่ะ! ไม่รอพี่ซึงฮยอนเหรอฮะ...............” น้องเล็กถามด้วยความสงสัย...ก็เท่าที่ซึงริจำได้พี่เทมบอกว่าจะมารับนี่นา
“...ฮึ่ย!! หมอนั่นไม่มาหรอก....กลับกันเถอะ....ไปก่อนนะฮะพี่” จียงโค้งลารุ่นพี่ยืนหวาดๆกับอาการของรุ่นน้องร่วมค่ายที่มันสามารถจะเผาอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้
นับวันมันยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่แหะไอ้จียงเนี่ย...ถ้าเซ้นต์ของดองอุคไม่ผิดนะมันต้องเป็นเพราะไอ้เทมแหงมๆ
ดองอุคคิดพลางสะดุ้งขนลุกไปทั้งตัว และสายตาก็เหลือบไปเห็นสิ่งของบางอย่างของไอ้เจ้ามังกรมันลืมทิ้งไว้ ไม่ทันที่ดองอุคจะได้หยิบโทรศัพท์เพื่อโทรบอกเจ้ามังกรว่ามันลืมของ ก็มีเสียงกดออดดังขึ้นมา
โอ๊ะ!! แม่งตายยากจริงๆ...สงสัยเพิ่งนึกได้ว่าลืมของมั้งเนี่ย
“ฉันกำลังโทรไปบอกนายพอดีเลย...ว่านายลืมข.....อ้าว! เทมโปเองเหรอ...” ดองอุคหยุดคำพูดเมื่อรู้ว่าไม่ใช่จียง
“แฮ่กๆๆ...พี่ดองอุค...จียงละฮะ...”
“ไปแล้ว...เมื่อกี้...ไม่เห็นกันเหรอ...” ถามพลางกวาดสายตามองทั่วชั้นคอนโดอีกครั้ง
“ไม่นี่ครับ.....ถ้างั้นผมกลับก่อนนะครับ”
“ระวังไว้หน่อยก็ดีนะไอ้เทม...เห็นมันแล้วน่ากลัวว่ะ” ดองอุคบอกพลางยื่นสิ่งของในถุงให้เทมโป
“และก็นะ...นายช่างมีเรื่องได้ผิดเวลาเสียจริงๆ...อีกสองวันไวท์เดย์แท้ๆ...พยายามง้อเข้าล่ะ....” รุ่นพี่มองพลางยักคิ้วให้ก่อนระบายยิ้มให้กำลังใจเจ้าน้องชายคนนี้
“ผมลาล่ะฮะ.........” เทมโปบอกลาก่อนโค้งให้รุ่นพี่ด้วยความเคารพ
“เฮ้อ! ไอ้เด็กพวกนี้เนี่ยนา...จริงๆเลย....โทรรายงานพี่แทบินดีกว่า...”
###### ######
ร่างสูงหนาพยายามเร่งฝีเท้าที่จะวิ่งไปที่รถให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้...พลางกวาดสายตามองหาจียง...แต่ไม่เจอ...เทมโปจึงตัดสินใจที่จะสตาร์ทรถแล้วขับไปยังป้ายจอดรถบัส...เผื่อว่าจียงยังคงนั่งรอรถอยู่...ทั้งๆที่ไม่แน่ใจหรอกว่าจียงจะขึ้นรถบัสหรือแท็กซี่กันแน่
แล้วสายตาก็พลันได้เห็นร่างบางๆทั้งสองร่างกำลังก้าวขาขึ้นรถแท็กซี่...ดูแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นจียงกับซึงริ เทมโปจึงตัดสินใจขับปาดหน้ารถแท็กซี่เพื่อให้แท็กซี่หยุด...ก็คงต้องเป็นเช่นนั้นล่ะ รถที่ไหนจะขับต่อได้หากมีรถมาขวางเลนอยู่แบบนี้...คนขับรถแท็กซี่ลงมาเพื่อจะเอาเรื่องเจ้าของรถสีแดงฉาน
และเหมือนว่าผู้โดยสารคนหนึ่งจะยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าไอ้รถที่มาขวางน่ะเป็นรถของใคร
และเหมือนกับว่าผู้โดยสารคนนั้นจะฟิวส์ขาดเสียแล้วล่ะ...ร่างของผู้โดยสารคนดังกล่าวลงจากรถพลางตรงเข้าไปหาเจ้าของรถที่จอดขวางทาง และไม่ทันที่ใครจะคิดว่าเกิดอะไรขึ้น...
ผู้โดยสารคนนั้นก็กระชากคอเสื้อเจ้าของรถสีแดงลงมา…
.
.
.
.
.
ประกบจูบอย่างแนบแน่นทีเดียว
ไม่มีใครบริเวณนั้นที่จะสามารถรู้ได้ว่าการจูบอันเนิ่นนานนี้จะจบลงเมื่อไหร่
...รู้สึกเพียงแต่ว่า...
อึ้ง
มึน
งง
“นายมันงี่เง่า!!!” เมื่อถอนจูบออกมาแล้วผู้โดยสารคนนั้นก็สบถว่าคนตรงหน้า ก่อนเดินไปหาคนขับแท็กซี่ที่ยืนมึนกับเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนที่จะควักเงินออกมาจ่ายค่าแท็กซี่ทั้งที่ยังไปไม่ถึงไหนด้วยซ้ำ
“เอ่อ....ไม่เป็นไรหรอกครับ....ผม...ยังส่งคุณไม่ถึงที่ด้วยซ้ำ....” คนขับแท็กซี่เริ่มได้สติบอกปัดเงินที่ผู้โดยสารคนนั้นจะให้
“ไม่เป็นไรหรอกครับ...คิดซะว่าเป็นค่าเสียเวลาแล้วกัน...” ผู้โดยสารคนดังกล่าวบอกพลางยัดเงินใส่ในมือให้
“ซึงริ....” ผู้โดยสารคนนั้นร้องเรียกคนที่ยืนอยู่ข้างรถพลางเดินไปยังรถคันสีแดง
“....เอ่อ...พี่จียง...ผมงง....” ซึงริเอ่ยออกมาอย่างงงจริงๆ แต่ผู้โดยสารที่ชื่อจียงนั้นไม่พูดอะไรกลับเข้าไปนั่งยังที่นั่งคนขับแทน เมื่อผู้โดยสารคนน้องเข้ามานั่งที่เบาะหลังเรียบร้อยผู้โดยสารที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะเป็นคนขับแทนจึงแล่นรถออกจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้เจ้าของรถคนเดิมยืนมองรถคันนั้นที่แล่นออกไป
“ไปคอนโด YG ครับ.......” เจ้าของรถสีแดงบอกคนขับรถแท็กซี่พลางก้าวขึ้นรถ คนทั้งสามคนนั้นกำลังทำเอาคนขับแท็กซี่คนเดิมมึนยกใหญ่ แต่ก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองขับรถพาผู้โดยสารคนใหม่ไปส่งยังที่เดิมของผู้โดยสารคนเก่า
[ปล.คนเขียนชักจะงงเองแหะ : T-Lek]
“เอ่อ....พี่จียงฮะ...พี่เทมยังไม่ขึ้นมาเลยนะฮะ...........” ซึงริทักท้วงพี่ชาย
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าหมอนั่นจะขึ้นมาด้วยนิ......” จียงบอกอย่างไม่ใส่ใจเท่าไร
“แต่...รถของพี่เทมนี่ฮะ.............” ซึงริท้วงอีกครั้งพลางมองไปยังด้านหลังกระจก
“แล้วไงล่ะ......หมอนั่นมันงี่เง่าเอง......” ว่าพลางเหยียบคันเร่งขึ้นอีก เพื่อไม่ให้แท็กซี่ข้างหลังตามทัน
“...........ผมโคตรงงเลยฮะ................” ไม่มีเสียงตอบรับกับคำพูดของซึงริ แต่แล้วสายตาของจียงก็เหลือบไปเห็นถุงกระดาษที่แสนจะคุ้นเคยวางอยู่ข้างเบาะคนขับ...ถุงกระดาษที่มีผ้าพันคอที่ยังถักไม่เสร็จดีอยู่...
มาอยู่ที่นี่ได้ไงว่ะ....จริงซิ! เค้าลืมหยิบมันมานี่นา...
แสดงว่าหมอนั่นไปคอนโดพี่ดองอุคหลังจากเค้ากับซึงริออกมาเพียงไม่กี่นาทีซินะ
“หึ.................” อยู่ๆรอยยิ้มก็ระบายอยู่บนใบหน้าของจียง ไม่รู้ว่ายิ้มออกมาด้วยอารมณ์ไหน รู้สึกอย่างไรกันแน่ที่ยิ้มออกมาอย่างนี้
ไม่นานนักรถสีแดงคันเดิมก็มาถึงยังที่หมายที่ต้องการมาเสียที ร่างบางทั้งสองร่างลงจากรถเมื่อรถจอดสนิทในลานจอดรถ
“นายขึ้นไปก่อนนะซึงริ.............” จียงบอกพลางล็อครถ
“อืม.......ฮะ..............” ซึงริพยักหน้ารับพลางหาวเดินขึ้นห้องไป เมื่อน้องเล็กเดินขึ้นห้องไปแล้วจียงก็ยืนพิงรถเพื่อรอใครบางคนที่ตามมา แล้วไม่กี่อึดใจจียงก็ได้เห็นคนที่รออยู่ก้าวลงจากรถแท็กซี่
“ทำไมไม่ไปกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ......ท่าทางเธอจะชอบนายนิ....” จียงเอ่ยถามเมื่อร่างสูงเดินเข้ามาใกล้
“แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ....ฉันชอบนาย...........” คำแก้ตัวที่มาพร้อมคำบอกรักทำเอาจียงเริ่มจะไปตามแผนที่ตัวเองวางไว้ไม่ถูกเสียแล้ว...
“คงเชื่อหรอก...ก็เห็นอยู่ว่าเต็มใจให้หล่อนจูบ........” ในเมื่อไม่ไปมันไม่ถูกก็เดกดันมันซะเลย
“แบบนั้นเค้าไม่เรียกว่าเต็มใจกันหรอกนะ..............” ร่างสูงบอกก่อนโน้มตัวลงมาประกบจูบจียงอย่างอ่อนหวาน
“แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าเต็มใจ..........” บอกเมื่อถอนจูบออกมา...
“ท...ทำบ้าอะไรของนาย!! น...นี่มันลานจอดรถนะเว้ย!!” จียงโวยวายกลบเกลื่อนใบหน้าแดงๆที่เกิดจากการกระทำที่อ่อนหวานนั้น
“ทีนายยังจูบฉันกลางถนนเลยนี่นา...........”
“น...นั่นมันไม่เหมือนกันสักหน่อย........” จียงพยายามเถียงข้างๆคูๆ
“....ฉันไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเพื่อนนักแสดงด้วยกัน...........ที่กลับดึกบ่อยๆนั่นก็เพราะว่าถ่ายหลายเทค...แต่ถึงจะไปดื่ม...ฉันก็ไปกับทีมงานทุกคน” เทมโปอธิบายให้ร่างบางฟังด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีโกหก
“...แล้วไงล่ะ..............” จียงถามอย่างไม่ใส่ใจ
“ฉันกลัวแทบแย่ว่านายจะเข้าใจผิด......ฉันกลัวว่านายจะร้องไห้อีกครั้ง...ฉันไม่อยากให้อะไรสักอย่างมาทำลายความสัมพันธ์ของเรา...แต่นายกลับทำให้ฉันอึ้ง...นายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลย...ซึ่งนั่นมันต่างจากเมื่อก่อนมาก...”
“ก็ฉันไม่ได้คิดว่านายจะนอกใจ......ฉันแค่หมันไส้ที่นายไม่ต่อต้านผู้หญิงคนนั้นก็เท่านั้นเอง...แต่วินาทีนั้นฉันก็รู้สึกกลัวนะ...กลัวว่านายจะทิ้งฉันไป....แต่พอมาคิดดูแล้วนายก็ไม่ได้ทิ้งฉันไปไหนนี่นา.........” จียงพูดความในใจที่คิดออกมาให้ร่างสูงได้รับฟัง
“ตกลงว่านายหึงฉันใช่มั๊ย........” เทมโปถามซึ่งปฏิกิริยาที่ได้กลับมานั้นทำเอาร่างสูงยิ้มออกมา...จียงพยักหน้ารับคำถามของเค้าทั้งที่ปกติยากจะตายถ้าหากจะให้จียงยอมรับ
“....ฉ...ฉันง่วงนอนแล้ว.....ป...ไปก่อนนะ...........” จียงพยายามเลี่ยงที่จะให้ร่างสูงเห็นหน้าของตัวเองด้วยการเดินขึ้นห้อง
“ถ้างั้น...คืนนี้ฉันจะนอนกับนายแล้วกัน........” คำพูดของเทมโปทำเอาร่างบางชะงักหน้าขึ้นสีทันที...เหมือนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในค่ำคืนนี้
###### ######
ภายในห้องนอนอันไร้ซึ่งแสงจากเหล่านีออนทั้งหลาย มีเพียงแสงจันทร์รำไรเท่านั้นที่พอจะทำให้รู้ว่ามีการเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้น
“อึก....อื้อ...” เสียงกลั้นก้อนอะไรบางอย่างดังออกมาจากตัวร่างบางที่นอนอยู่กับเตียงพร้อมกับร่างๆหนึ่งคร่อมตัวซุกไซร้ใบหน้าไปยังซอกคอ เพื่อดอมดมกลิ่นอันหอมหวานจากคนใต้ล่าง
“ย...หยุดนะ.....อื้อ....” ร่างบางพยายามร้องห้ามด้วยเสียงที่สั่นกระเส่าราวกับไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านใดๆ
ร่างสูงใหญ่ยังคงดอมดมราวกับว่าร่างบางนั้นเป็นดอกไม้ที่ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนห้ามใจด้วยความปรารถนาที่แผ่ซ่านออกมา มือหนาเริ่มสอดเข้าไปใต้เสื้อตัวบางที่ปกปิดเรือนร่างของร่างบางเอาไว้...ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เสื้อตัวบางนั้นจะถูกถอดออกมาได้อย่างง่ายดาย...เผยให้เห็นเนื้อผิวเนียนละเอียดราวกับผ้าไหมราคาดี...
คงยากที่จะอดใจไม่ให้ชิมรสชาติแห่งความงามนั้นได้...จมูกโด่งสันไล้ลงมายังเนื้อนวลเนียน...ดุจดั่งผีเสื้อที่ดูดดื่มความหอมหวานของดอกไม้...
“อึก...ม...ไม่เอา....อย่า......อ๊ะ! อา.....”ร่างบางร้องครวญครางออกมาอย่างสุดจะทนกับความวาบหวามที่ร่างสูงมอบสัมผัสเหล่านั้นมาให้.....หน้าท้องนวลเนียนเกร็งกระตุกรับสัมผัสเมื่อร่างสูงเลื่อนใบหน้าลงมา...
“จียง..............” ร่างสูงเลื่อนใบหน้ากระซิบเรียกร่างบาง
“....อ...อะไร...........”
“ฉันรักนายนะ............”
“...พูด...อะไรของนายน่ะ..........” ร่างบางพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้ได้ยินคำพูดที่ร่างสูงพร่ำบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ฉันรักนายนะ.......”
“...จะพูดซ้ำทำไมเล่า.....หยุดพูดไปเลยนะ.........”
“ฉันรักนาย......”
“ก็บอกว่าหยุดพูดไงเล่า!”
“ฉันรั.............” ไม่ทันที่เทมโปจะได้บอกรักอีกครั้ง ร่างบางก็ตัดสินใจจับใบหน้าคมเข้ามาประกบจูบหยุดคำพูดเหล่านั้น
ริมฝีปากอุ่นพยายามที่จะปิดปากร่างสูงให้สนิทอย่างไม่ต้องการให้ร่างสูงพูดคำพูดที่น่าอายเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...มันทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่ร่างสูงพูดมันออกมา...กลัวว่าจะละลายกองไปนั้นหากได้ยิน...
แต่สัมผัสที่ร่างบางพยายามป้อนมานั้นช่างขาดประสบการณ์เสียจริงๆ...ร่างสูงจึงจัดการสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปยังโพรงปากของร่างบาง...เรียวลิ้นตวัดเกี่ยวกันภายในอย่างเร่าร้อนตามอารมณ์ที่ร่างสูงนำพา...เนิ่นนานราวกับว่าจะไม่ถอดถอนออกมาหากร่างบางไม่ขาดอากาศ....เสียงหอบแผ่วๆหลังจากที่ร่างสูงเปิดโอกาสให้ร่างบางได้หายใจ...ไม่นานนักริมฝีปากอิ่มบวมของร่างบางก็ถูกปิดอีกครั้ง
มือหนาเริ่มไล้ลงมาเรื่อยๆตามแผ่นหลังนวลเนียนจนถึงยังขอบกางเกงเนื้อดีที่ยังคงเหลือติดขาเรียวงามของร่างบาง...กางเกงเนื้อดีที่เคยสวมใส่ไว้นั้นได้ถูกปลดออกมาอย่างง่ายดาย...ร่างบางถึงกับสะดุ้งทันทีกับความเย็นที่สัมผัสได้จากมือข้างนั้น
“น...นาย......อ่ะ! อย่านะ........” ร่างบางร้องห้ามเสียงหลงเมื่อมือหนากำลังปลดชั้นในตัวบางที่ปกปิดส่วนสำคัญไว้พลางพยายามหยุดมือนั้นไว้...แต่แล้วก็ถูกมือหนาอีกข้างรวบไว้
“กำลังสั่นระริกเชียว..........” ร่างสูงยิ้มล้อร่างบางพลางใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสเข้าที่ส่วนอ่อนไหวของร่างบาง
“อึก! ย...หยุดนะ....” ร่างบางร้องห้ามทั้งที่เนื้อตัวกำลังบิดเร่าต่อสัมผัสที่ได้รับ
“ปากแข็งจริงนะนายเนี่ย.....” ร่างสูงว่าพลางใช้มืออีกข้างนวดเคล้นคลึงยังเนื้ออิ่มอวบด้านหลังเพื่อเร่งเร้าอารมณ์ร่างบางให้เตลิดหนักยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างก็ยังคงปรนเปรอส่วนด้านหน้าอันอ่อนไหวที่กำลังแข็งขืนขึ้นตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น...เห็นดังนั้นร่างสูงจึงจัดการบีบแน่นเข้าที่ส่วนนั้นอย่างจงใจที่จะแกล้งร่างบาง
“...อาาา...อึก....น...นาย....”
“ขอฉันซิ...แล้วฉันจะตามใจนาย.....”
“ม....อึก...ขอ...ได้โปรด......” ร่างบางร้องขออย่างทรมานที่ถูกบีบไว้ไม่ให้ปลดปล่อย...โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าสีหน้าแบบนี้ทำเอาร่างสูงอยากแกล้งให้หนักกว่าเดิม......
“...จะดีเหรอ....ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีกว่าเหรอไง...”
“ม...ไม่.....ขอร้องล่ะ...ฉ...ฉันไม่ไหวแล้ว......” ร่างบางบอกพลางยกฝ่ามือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่แสนจะน่าอายนั้น...พร้อมน้ำตาที่ไหลรินลงมาด้วยความทรมานกับความรู้สึกที่ได้รับ
เห็นดังนั้นร่างสูงจึงรั้งเอวบางให้ลุกนั่งทั้งที่มือข้างนั้นยังคงไม่ปล่อยให้ร่างบางได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างที่ต้องการ
“ถอดเสื้อกับกางเกงให้ฉันก่อนซิ........” ร่างสูงกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่จียงเคยได้ยินมา...หากแต่จียงต้องทำตามที่ร่างสูงร้องขอ...ไม่งั้นเค้านั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายตายเสียก่อน...
มือคู่บางสั่นไหวอย่างไร้เรี่ยวแรงที่จะยกขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อให้ร่างสูง...ทั้งที่ใจต้องการจะเร่งให้มันเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วเสียที...
“แฮกๆๆๆ.......อึก!...” จียงหอบออกมาพลางกลั้นก้อนความรู้สึกที่มือร่างสูงหยอกล้อเหมือนกับว่าจะปล่อยให้ส่วนนั้นของร่างบางให้เป็นอิสระ...แต่เปล่าเมื่อร่างบางเริ่มรู้สึกว่าอยากปลดปล่อยร่างสูงก็จะบีบบังคับไว้ไม่ให้ของเหลวอุ่นๆนั้นไหลออกมา...
“น...นาย.....อึก...”
“เหลือกางเกงนะ...จียง.........” ร่างสูงกระซิบบอกเมื่อร่างบางปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จ...มือเรียวบางของจียงเริ่มเกร็งเป็นพักๆจนบางครั้งถึงกับจิกเข้าไปที่แขนแกร่ง...
มือบางนั้นก็ยังคงพยายามรูดซิบกางเกงตัวเก่งของร่างสูง...ทั้งที่ช่องทางด้านหลังเริ่มถูกรุกรานมากขึ้น...เรียวนิ้วยาวของร่างสูงสอดแทรกเข้ามาทีละนิ้วจนตอนนี้ในร่างกายของร่างบางอัดแน่นไปด้วยนิ้วทั้งสาม
“อาาาา...ม...ไม่ไหวแล้ว....ช่วยฉันที........” ร่างบางครวญครางวอนขอร่างสูงแทบขาดใจ...เห็นทีว่าร่างสูงคงหยุดแกล้งร่างบางได้เสียที
ถึงแม้อยากจะแกล้งมากเพียงใด...แต่เค้าก็ยังอยากถนอมร่างบางไว้อยู่
มือหนาที่ทำหน้าที่อยู่ส่วนหน้าคลายออกมาให้ร่างบางได้ปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นเสียที...เพียงไม่กี่วินาทีที่ร่างสูงปล่อยให้เป็นอิสระ...ของเหลวอุ่นๆนั้นก็ทะลักออกมาอย่างล้นหลามเปียกแฉะผ้าปูที่นอนเชียว.........
ใบหน้าแดงๆรู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิมเมื่อปลดปล่อยมันออกไป...เสียงหายใจถี่ๆบอกได้เป็นอย่างดีว่าร่างบางทรมานมากเพียงใดกว่าจะได้ปลดปล่อย
“...ซึงฮยอน....นายแกล้งฉัน.........” จียงว่าพลางตีเข้าไปที่แผ่นหลังกว้างทั้งที่ใบหน้ายังคงซบอยู่ที่อกแกร่ง
“...ฉันแค่อยากให้นาย....รู้สึกสบายมากกว่าเดิม......” บอกพลางยกตัวร่างบางให้นั่งบนตักของตัวเองก่อนเงยหน้าประทับจูบอย่างอ่อนโยนผิดกับการกระทำเมื่อครู่
รสจูบยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าร่างบางพยายามท้วงก็ตามที....เรียวนิ้วที่ยังคงอยู่ภายในเริ่มกวาดหาจุดรับสัมผัสภายใน....แรงตอดรัดที่อยู่ๆก็บีบเกร็งทำเอาร่างสูงยิ้มกว้างออกมา
“ตรงนั้นเหรอ........” ร่างสูงถอนจูบออกมาพลางยิ้มถามมองหน้าร่างบาง
“...อึก....อ๊า!! อาาาาา.......” ร่างบางร้องครางออกมาเมื่อร่างสูงกระตุกนิ้วสัมผัสยังจุดเดิมอีกครั้งก่อนที่จะถอนเรียวนิ้วทั้งหมดออกไป...ไม่นานเกินรอคอยร่างสูงก็สอดแทรกแก่นกายอันร้อนผ่าวเข้ามาในตัวของร่างบางที่ที่ร่างบางยังคงนั่งซ้อนตักอยู่
“อ๊า!! เจ็บ.....ไม่เอา.....พอ...........” น้ำตารินไหลลงมาเป็นสายบ่งบอกถึงความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี
“ขอโทษนะ............” ร่างสูงกล่าวขอโทษพลางดันตัวร่างบางให้นอนราบกับเตียงก่อนจูบซับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างอ่อนโยน เมื่อร่างบางเข้าสู่ภาวะปกติแล้วร่างสูงก็เริ่มที่จะขยับตัวเข้าออกยังช่องทางด้านหลังอย่างระมัดระวังด้วยกลัวว่าร่างบางจะเจ็บปวดอีกครั้ง ทั้งที่แรงตอดรัดทางด้านหลังนั้นอาจจะทำให้ร่างสูงเริ่มอดรนทนไม่ไหว.........
“อาาาาา.....ทำตามที่..นายอยาก...อึก อ๊า!! อย...อยากทำเถอะ...อ๊า!!!” เมื่อสิ้นเสียงคำพูดที่ร่างบางอนุญาตร่างสูงจึงสอดแทรกตามความต้องการที่สั่งสมไว้เข้าไปในตัวร่างบางซ้ำแล้วซ้ำเล่า....
เสียงครางที่ทั้งสองสอดประสานออกมานั้นเหมือนจะเป็นจังหวะเดียวกันไปเสียแล้ว...ร่างบางต้องการมากขึ้นกว่านี้อีกจึงพยายามยกสะโพกขึ้นให้ร่างสูงเข้าตรงมาสัมผัสยังส่วนที่ต้องการภายใน...การกระทำที่เชิญชวนร่างสูงทำเอาร่างสูงเผลอกระทำการรุนแรงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ......หากแต่มันเป็นความต้องการทั้งสองฝ่าย...คงยากที่จะปฏิเสธที่จะห้ามหรือ...กระทำ
ปลายฝั่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ๆนั้น...อารมณ์ที่จวนเจียนจะระเบิดออกมา...ความต้องการห้วงสุดท้ายก่อนที่คนทั้งคู่จะปลดปล่อยออกมา...
ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวก่อนจะผ่อนคลายลงพร้อมกับเสียงครางกระเส่าเจือความเหนื่อยหอบเมื่อน้ำสีขุ่นแห่งอารมณ์ถูกปลดปล่อยออกมาแทบไม่เหลือ...
พร้อมกับร่างสูงที่กระแทกแก่นกายเข้าไปเป็นครั้งสุดท้ายก่อนปลดปล่อยเข้าไปในช่องทางด้านหลังของร่างบาง...ใบหน้าคมซุกเข้าไปยังซอกคอของร่างบางพร้อมอาการเหนื่อยหอบ.....
“ฉันรักนายนะ...จียง...จียงของฉัน........” ร่างสูงบอกรักร่างบางอีกครั้งก่อนโน้มตัวลงจูบร่างบางอย่างอ่อนหวาน
###### ######
“อรุณสวัสดิ์ฮะพี่จียง........” เสียงเจ้าตาหยีเอ่ยทักยามเช้าเมื่อเห็นว่าคนเป็นพี่เดินเข้ามาในห้องครัว
“นาย...เอ่อ....สบายดีนะจียง.....” แทยังเอ่ยถามเจ้าเพื่อนตัวดีที่นั่งลงอย่างอิดโรย
“......ก...ก็ดี........” จียงตอบรับพลางพยายามไม่สนสายตาของเพื่อนตรงหน้า
“ดูพี่นั่งไม่ค่อยสะดวกเลยนะฮะ............”ซึงริพูดตามที่เห็นจริงๆ
“เอ่อ /// น...นิดหน่อยน่ะ....”
“ฮั่นแน่...นายนี่ร้ายนะ...........” แทยังล้อออกมาเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของเพื่อน
“อ...อะไร! ฉ...ฉันจะกินข้าว...........”
“ก็ไม่ได้ห้ามนี่นา....” ว่าพลางยังไม่หุบยิ้มที่ทำให้จียงอยากสลายหายตัวไปสักที
“นายแกล้งอะไรจียงของฉันอีกล่ะ.............” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามออกมาเมื่อลงนั่งข้างร่างบาง
“เปล่านี่ฮะ...ผมไม่ได้แกล้งอะไร จียงของพี่ สักหน่อย...........” แทยังทำเฉไฉแต่มันยังคงล้อเลียนร่างบางด้วยคำว่า ‘จียงของพี่’
“ไอ้...ยองเบ..........” ร่างบางเริ่มขึ้นคำนำหน้าให้เพื่อนรักอย่างทำอะไรไม่ถูก
“...กินข้าวกันดีหว่าเนอะ...ซึงริ...........” แทยังทำเป็นไม่ได้ยินที่จียงพูดพลางคีบเนื้อให้คนข้างกาย
###### ######
[“สิ่งที่สาวๆหลายๆคนต่างรอคอยก็กำลังใกล้เข้ามาถึงแล้วนะค่ะ...วันนี้ทั่วทั้งประเทศคงจะคึกคักไปด้วยความรักของคนหนุ่มสาว.....”]
ปิ๊บ!~~
เสียงกดปิดทีวีดังขึ้นยังห้องนอนของคนที่เป็นลีดเดอร์........ในขณะที่เจ้าตัวก้มลงมองสิ่งของในมือที่ทำมันออกมาเสร็จสมบูรณ์เสียที...นิ้วเรียวลูบไล้ไปมายังตัวอักษรที่เพิ่งถูกปักเข้าไปยังปลายผ้าพันคอนั้น...
ร่างบางลุกออกจากเตียงนอนของตัวเองก่อนเดินออกจากห้องไป...สายตาของสมาชิกร่วมวงต่างมองว่าจียงจะไปไหน...แล้วสายตาคนทั้งสามก็มาหยุดลงยังห้องๆหนึ่งที่ใครๆก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่อยู่ในตอนนี้...และจากนั้นคนทั้งสามก็หันกลับมาดูทีวีต่อโดยไม่สนใจจียงที่เข้าไปอยู่ในห้องแล้ว
ร่างเพรียวบางเดินตรงมายังเตียงนอน...วางสิ่งของบางอย่างลงบนเตียงนอนอย่างทะนุถนอม...ก่อนจ้องมองสิ่งนั้นด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข
“สุขสันต์วันไวท์เดย์นะ...ซึงฮยอน...........”
“ทำไมนายไม่มาบอกกับฉันโดยตรงล่ะหึ...จียง............” เสียงต่ำดังแผ่วๆที่ข้างหูร่างบางทำเอาจียงถึงกับสะดุ้งตกใจ
“ม...มาตอนไหน.........”
“หลังจากที่นายเข้ามาในห้องฉันนั้นแหละ...เห็นพอดี.........” บอกพลางก้มตัวลงจูบร่างบางอย่างอ่อนหวานพลางพยายามทำอะไรบางอย่างแถวๆคอของร่างบาง
เมื่อถอนริมฝีปากออกมาร่างสูงก็ลดสายตาลงต่ำมองเข้าที่สิ่งของบางอย่าง...ทำเอาจียงไล่สายตามองลงมาบ้าง
“สุขสันต์วันไวท์เดย์นะ...จียงของฉัน........” ร่างสูงบอกเมื่อร่างบางเห็นสิ่งที่ห้อยอยู่ที่คอ
สร้อย...รูปกุหลาบที่ถูกล้อมรอบด้วยหัวใจ
“ชอบมั๊ย............” ยิ้มถาม
“....อืม........ขอบใจนะ.......” ร่างบางยิ้มตอบรับ
“นายก็สวมผ้าพันคอให้ฉันซิ.............” ร่างสูงบอกพลางมองเลไปยังเตียง...ร่างบางจึงหยิบผ้าพันคอผืนสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาสวมให้ร่างสูง
“นายปักไว้ว่าอะไรเหรอ..........” ร่างสูงแกล้งถามทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าตัวอักษรตรงปลายผ้าพนคอนั้นปักไว้ว่าอะไร
“....ก...ก็อ่านเอาเองซิ...........” จียงบอกปัดพลางจะเดินออกจากห้อง
“ก็ถ้าไม่ได้ยินจากปากนาย...ฉันก็ไม่มั่นใจน่ะซิ..........” เทมโปบอกพลางสวมกอดจียงจากทางด้านหลัง
“......บ...บ้า.............”
“หือ....อะไรนะ...........” ร่างสูงกระซิบถามอีกครั้งพลางซุกไซร้ใบหน้าไปกับซอกคอขาวๆ
“.......นายมันงี่เง่า.........”
“ฉันว่ามันไม่ได้อ่านแบบนั้นนะ...ว่ามะ.......” เทมโปถามพลางขบเข้าที่หูของร่างบาง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
‘ควอน จียง รัก ชเว ซึงฮยอน’
‘Love Forever’
THE END

ขยันทำเรื่องให้น้องจีเข้าใจผิดจริงๆ นะ ><
น้องจีน่ารักเกินไปแล้วอ่ะ
ขนาดมือเจ็บยังตั้งใจถักผ้าพันคอให้พี่โป้เลย~
ถ้าพี่โป้มันรู้ว่าแผลที่นิ้วน้องจีมาจากตัวเอง
คงไม่รู้จะโมโหใครดีเนอะ ฮ่า ฮ่า
แต่ที่แน่ๆ พี่โป้ต้องรักน้องจีมากขึ้นแน่นอน *0*
#1 By Alto_p@rty (118.174.9.21) on 2010-05-14 23:00