[SF] Black Day

posted on 14 May 2010 15:25 by beer-sandglass

Title   : Black Day

Pairing : TEM-G

Rate  : NC

Author : T-Lek

 

 

วานเลนไทน์...วันแห่งความรัก

.

.

วันไวท์เดย์...วันแห่งการตอบแทนความรัก

.

.

วันแบล็กดย์...วันแห่งคนโสด

.............

 

“เฮ้อ!~~~......” ลมหายใจที่ถูกถอนออกมาบ่งบอกอารมณ์แห่งความเบื่อหน่ายได้เป็นอย่างดี

“จะถอนหายใจทำไม........” เสียงต่ำเอ่ยถามออกมาด้วยความแข็งกร้าวพร้อมอ้อมแขนแกร่งที่ปราศจากความอบอุ่นรวบรัดตัวร่างของ ควอน จียง ไว้

“...ซ...ซึงฮยอน......” เสียงใสกระตุกเอ่ยชื่อคนที่เข้าสวมกอดตนอย่างตกใจ

“...วันนี้ฉันจะมานอนกับนาย..........” น้ำเสียงเย็นๆเอ่ยบอกก่อนขบเข้าที่ใบหูร่างบาง

“....ต....แต่....อย่าดีกว่า...มันไม่ดีหรอก.......” จียงบอกปัดพลางพยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดซึ่งไร้ความอบอุ่น

“หึ...ไม่ดีอย่างไงล่ะ...ในเมื่อนายก็ทำอยู่เป็นประจำ.........” เอ่ยย้ำก่อนจับปลายคางของร่างบางไว้มั่น

“ฉ...ฉัน.......อุ๊บ!..........” ไม่ทันที่ร่างบางจะได้ปฏิเสธอะไรกลีบปากอิ่มงามก็ถูกปิดกลั้นจากคนตรงหน้า...มีแต่เสียงอื้ออึงกับการกระทำที่จาบจ้วงไร้ซึ่งความอ่อนโยน....

“อึก...อื้อ! อย่า.........” เสียงร้องห้ามนั้นไม่ได้ส่งผลให้คนรุกรานหยุดการกระทำแต่อย่างใด มือคู่หนาไล้ลงมาสัมผัสยังหน้าท้องนวลเนียนก่อนไล้ลงเรื่อยยังต้นขา...ก่อนเลื่อนฝ่ามือรูดซิบกางเกงพร้อมดึงรั้งกางเกงออกมาจากขาร่างบาง

“อย่านะ!...หยุดสักที...........” ร้องห้ามพลางจะยันตัวกระเถิบถอยหนีแต่ไม่ได้ผล....มือแกร่งกระชากเข้าที่ต้นแขนร่างบางพร้อมกับแรงบีบที่ส่งผ่านมา

“อย่าเรื่องมากได้ไหม!

“ซึงฮยอนปล่อยฉันเถอะ...อย่าทำแบบนี้เลย.........” ร่างบางร้องขอพร้อมหยดน้ำตาที่รินไหล

“ก็เป็นนายไม่ใช่หรือไงที่ต้องการแบบนี้............” ตวาดถามพร้อมกับเพิ่มแรงบีบเข้าที่ต้นแขนร่างบาง

“แต่มันไม่ใช่แบบนี้...ฉันไม่ต้องการ.............”

“มาคิดตอนนี้มันไม่สายเกินไปหน่อยเหรอไงกันจียง........” ถามเสียงแข็งพลางดันตัวร่างบางออกก่อนเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจร่างบางอีกเลย....ทิ้งไว้แต่ความเงียบ...พร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังแผ่วๆออกมาเท่านั้น

 

มันไม่ควรที่จะเป็นแบบนี้...ไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนี้

 

~ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว~

จุดเริ่มต้นของเรื่องบ้าๆแบบนี้มันเกิดเมื่อตอนวันแบล็กเดย์ (วันที่ 14 เมษายน)...วันที่คนที่ไม่มีแฟนร่วมเฉลิมฉลองกันกินจาจังมยอน (บะหมี่ราดด้วยซอสถั่วดำ ซึ่งจะเป็นบะหมี่สีดำ) เพื่อจะได้พบรักที่เร็วขึ้น

วันนั้น ควอน จียง ก็ร่วมกินจาจังมยอนกับเขาด้วยที่ร้านข้างล่างคอนโด...แล้ววันนั้นจียงก็ได้เห็นร่างสูงๆของเพื่อนร่วมวง ชเว ซึงฮยอน ก็กำลังนั่งกินจาจังมยอนเหมือนกัน...พวกเขาเลยได้นั่งกินร่วมโต๊ะกัน

หลังจากที่กินกันจนอิ่มแปล้แล้วทั้งสองก็กลับขึ้นห้องไป...แต่แล้วก็ได้เจอคนสารภาพรักกันกลางห้องนั่งเล่น...ซึ่งคนในนั้นก็เป็นคนที่จียงแอบรักอยู่...... ทง ยองเบ เพื่อนที่สนิทกับเค้ามาเกือบสิบปี คนที่จียงยอมทุกอย่างเพียงเพื่อจะได้ใกล้ชิดเพื่อนของเค้า...รักเขาข้างเดียวมันย่อมเจ็บเสมออยู่แล้ว...

“ซึงริ...............” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แผ่วเบาแต่ทว่าจียงนั้นกลับได้ยินมันชัดเจน...ตาเรียวมองร่างสูงอย่างสงสัย...มือหนากำหมัดแน่นเหมือนอย่างต้องการข่มอารมณ์อยู่...หรือว่า...หมอนี่จะชอบ...ซึงริ....

“ผมก็รักพี่ฮะ...พี่ยองเบ...” สิ้นคำสารภาพรักของน้องเล็กทั้งสองก็กอดกันกลม

“ยองเบ ซึงริ.............” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกเสียงแข็ง พร้อมกับเดินเข้าไปกระชากร่างของซึงริออกมา

“...เอ่อ...มีอะไรเหรอฮะพี่เทม.........” น้องเล็กเอียงคอถามอย่างสงสัยพร้อมกับใบหน้าที่แต้มด้วยสีแดงๆ

“พวกนาย............”

“เอ่อ /// ฮะ...ผมรักพี่ยองเบ.....”

“..........................”

“ขอบคุณนะฮะพี่เทม.............” น้องเล็กกล่าวขอบคุณก่อนสวมกอดพี่ชายร่างสูงอย่างรักใคร่...การกระทำของน้องเล็กทำเอาอารมณ์ของร่างสูงที่พุ่งขึ้นสูงหยุดชะงักลงมาทันที

.

.

.

น้ำสีใสถูกกระดกเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าอย่างกับว่าน้ำใสเหล่านั้นเป็นเพียงน้ำเปล่าเท่านั้น

“นี่นาย...จะดื่มให้เมาเลยหรือไง...........” จียงเอ่ยถามหลังจากนั่งเป็นเพื่อนเจ้านี่มาเกือบชั่วโมงแล้ว

“...เรื่องของฉัน....นายจะไปรู้อะไรในเมื่อนายไม่ได้รักใครแบบฉัน..........” ร่างสูงตวาดใส่อย่างคนเริ่มไม่มีสติ

“...นั่นซินะ....ฉันก็อยากเมาแบบนายเหมือนกันนั่นแหละ...รักเขาข้างเดียวมันย่อมเจ็บเสมอ........” จียงพูดออกมาอย่างลอยๆ

“....ช่าย....ทำไมฉันต้องรักเค้าข้างเดียวด้วยยยยย...” ร่างสูงโพล่งออกมาพลางกระดกน้ำใสเหล่านั้นเข้าปากอีกครั้ง

“ยองเบ...กับซึงริ...ก็คงสมกันดี...........” จียงพูดอย่างตัดพ้อ

“นาย...ชอบบบบ...ไอ้เจ้าบ้านั่นเหรออออออ......” ร่างสูงเอ่ยถาม

“อืม.............” จียงตอบเหมือนรู้ว่าร่างสูงหมายถึงใคร

“ถ้าง้านน...ทำไมเราไม่ร่วมมือกันล่ะ.........”

“ไม่ล่ะ...เห็นหมอนั่นมีความสุข...ฉันก็มีความสุข.........”

“...แต่ฉันไม่! ไม่มีทางที่จะมีความสุขแน่ถ้าฉันไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ........” คำพูดที่เหมือนกับว่าไม่ได้เมาทำเอาจียงจ้องมองเข้าไปที่แววตาของร่างสูง แล้วก็แลเห็นความต้องการเอาชนะบางอย่างลุกโชติช่วงอยู่ในดวงตาคมคู่นั้น

“นายคิดจะทำอะไรน่ะซึงฮยอน.........” จียงถามทั้งที่ในใจก็กลัวคำตอบ

“...ทำร้ายคนที่นายรักมั้ง........” ร่างสูงตอบกลับมาอย่างแน่วแน่

“ซึงฮยอน.....ไม่นะ! นายจะทำร้ายยองเบไม่ได้นะ...”

“...หมอนั่นเป็นสิ่งที่ขวางหูขวางตาฉัน...........นายเข้าใจไหม.....” เขย่าตัวจียงถามอย่างมีน้ำโห

“ก็ลองนายทำดูซิ...ฉันก็จะทำร้ายซึงริเช่นกัน....” จียงย้อนกลับไปบ้างอย่างเหลืออด

“อย่ามาท้าทายฉันนะจียง..........” ร่างสูงตวาดใส่อีกครั้ง

“ฉันไม่ได้ท้าทายนาย...แต่ถ้านายทำร้ายยองเบเมื่อไร...ซึงริของนายก็ไม่เหลือเหมือนกัน....”

“จียง!” ร่างสูงกระชากร่างจียงเข้ามาด้วยความโกรธ

“ถ้านายแค้นอะไรยองเบก็มาลงที่ฉันดีกว่า.........” จียงบอกอย่างไม่กลัวแรงที่กำลังบีบแน่นเข้าไปทุกที

“ก็ดี!! ฉันทำแน่...........” ไม่พูดเปล่ากระชากตัวร่างบางเข้ามาใกล้กว่าเดิมก่อนประกบปากตัวเองกับจียงอย่างรุนแรง...ไร้ซี่งความอ่อนโยน...ไม่มีแม้แต่คำว่าสงสารถึงแม้ว่าลิ้นร้อนจะสัมผัสได้กับกลิ่นคาวเลือด

“จำไว้...ต่อไปนี้ถ้ายองเบมันทำอะไรให้ฉันแค้นละก็...นายจะเป็นที่รองรับอารมณ์ของฉัน!!” ประกาศกร้าวพลางผลักจียงให้พ้นทางเดินก่อนเดินจากไป

.

.

.

และจียงก็ต้องคอยเป็นที่รองรับอารมณ์ให้ร่างสูงอย่างนี้หลายครั้ง...จนบางครั้งถึงกับเลยเถิดไปไกล...จนไม่สามารถเรียกมันกลับมาได้อีก

 

ทุกๆวันของจียง...ช่างมืดมนเสียจริงๆ

ทุกๆวันของจียง...ก็เหมือนกับวันแบล็กเดย์

.

.

วันสีดำ

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“จียง...นายว่าซึงริจะชอบสร้อยเส้นนี้ไหม.....” ยองเบเอ่ยถามเพื่อนสนิทข้างกายที่ออกมาเลือกซื้อของเป็นเพื่อนกัน

“.........................”

“จียง! นายเป็นอะไรหรือเปล่า....” ยองเบเรียกจียงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังเหม่ออยู่

“ห๊ะ! อ๋อ...เปล่าๆ ไม่มีอะไร...เมื่อกี้นายว่ายังไงน่ะ...”

“สร้อยเส้นนี้น่ะ...ซึงริจะชอบไหม............”

“อืม...น่าจะชอบนะ.....ความจริงนายให้อะไรกับซึงริ...เจ้านั่นก็ชอบหมดแหละ...” จียงเอ่ยบอกพลางส่งยิ้มไปให้เพื่อไม่ให้เพื่อนสงสัย

“อืม...งั้นเอาอันนี้ครับ..........” ยองเบเอ่ยบอกเจ้าของร้านพลางยื่นสร้อยสีเงินจี้รูปหัวใจให้คิดเงินโดยมีจียงคอยมองการกระทำนั้นตลอด...

 

แค่นายมีความสุข...ฉันก็รู้สึกมีความสุขแล้วล่ะ

เวลานายยิ้มทำให้จิตใจของฉันรู้สึกดีจริงๆนะ...ยองเบ

 

“วันนี้นายหายไปไหนมากับยองเบ!” เสียงทุ้มต่ำตวาดถามอย่างไม่พอใจเล็กน้อยที่เห็นร่างบางไปไหนมาไหนกับยองเบ

“มันเรื่องของฉัน...แล้วนายเข้ามาในห้องฉันทำไม....” จียงบอกก่อนถามเสียงแข็ง

“ทำไมล่ะ...ฉันจะเข้ามาในห้องของผู้รองรับอารมณ์ไม่ได้ล่ะ......”ร่างสูงบอกพลางเน้นคำว่าผู้รองรับอารมณ์

“ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว...........” จียงบอกพลางไม่สบสายตาร่างสูงก่อนเดินไปหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป

“ฉันคงมีให้ไม่ได้หรอก...ความเป็นส่วนตัวของนายน่ะ.........” ร่างสูงบอกพลางผลักร่างจียงให้ติดกับแท่นหินอ่อนหน้ากระจกห้องน้ำ

“จ...จะทำอะไร....”

“ก็อย่างที่รู้...........” บอกก่อนโน้มตัวลงมอบจูบที่แสนจะโหดร้ายให้ร่างบางที่พยายามดิ้นขัดขืน...มือบางพยายามทุบเข้าที่ไหล่กว้าง...แต่กลับโดนมือคู่หนารวบเอาไว้แน่น

“ยังไม่ชินอีกหรือไง..........” ร่างสูงแสยะยิ้มพลางหยิบผ้าขนหนูมัดเข้าที่ข้อมือบางๆ

“หยุดนะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!!” จียงร้องโวยวายพลางดิ้นให้หลุดพ้น

“ผิวของนายไม่ได้มีรอยของฉันมากี่วันแล้วล่ะ....” ร่างสูงถามพลางถอดเสื้อร่างบางออกก่อนจรดริมฝีปากได้รูปขบเม้มไปตามส่วนต่างๆของร่างกายจียงจนเกิดเป็นรอยเต็มไปทั่ว

“วันนี้ฉันจะทำให้นายไม่กล้าเจอหน้ายองเบมัน!” บอกก่อนจูบปิดปากอีกครั้งในขณะที่มือหนาก็เลื่อนลงลูบไล้ยังยอดอกร่างบางให้แข็งชันขึ้น ก่อนที่จะผละริมฝีปากมาขบเม้มยังส่วนยอดอกอย่างตะกละตะกราม

“หยุดนะ! ไม่! ฉันไม่ต้องการ......อึก....” จียงร้องห้ามเมื่อมือของร่างสูงเลื่อนลงมาปลดกางเกงเนื้อดีออกจากขาพร้อมชั้นในตัวบางก็หลุดล่วงมาด้วย...เผยให้เห็นส่วนอ่อนไหวที่กำลังสั่นระริกของร่างบาง

“ถ้าไม่ต้องการ...แล้วไอ้นี่หมายความว่ายังไงล่ะ...” ยกยิ้มถามด้วยสีหน้าและแววตามาดมั่นก่อนที่มือหนาจะตรงลงมาหยอกล้อส่วนนั้น...

“อึก...อ่ะ! ย...อย่า...อ๊าาาา!” ร้องห้ามเสียงหลงเมื่อของเหลวสีขุ่นคลั่กนั้นทะลักออกมาเต็มมือร่างสูงเพียงเวลาไม่กี่นาทีที่ร่างสูงกระทำ

“เร็วดีนี่...อยากจะรู้ว่าถ้ามากกว่านี้จะเร็วหรือเปล่า.......” แสยะยิ้มก่อนเลียไปบนฝ่ามือของตัวเอง

“ไม่...ขอร้อง...อย่า....” จียงพยายามอ้อนวอนทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่เป็นผล

ฝ่ามือหนาลูบขึ้นลงยังส่วนอ่อนไหวของร่างบาง...ก่อนที่จะเลื่อนไปยังช่องทางด้านหลังที่คับแคบ...นิ้วเรียวสอดใส่เข้าไปสำรวจร่างกายภายในของร่างบางเพื่อหาจุดอ่อนไหว...

“...อุบ...อึก อ๊ะ! อ๊า อึก......” ร่างบางพยายามกลั้นเสียงครางเวลาที่โดนเรียวนิ้วนั้นสะกิดเข้าที่จุดรับสัมผัสแห่งห้วงอารมณ์

“ต้องการมากกว่านี้ใช่ไหมล่ะ...ขอฉันซิ...แล้วฉันจะให้......”

“อึก...ไม่! ...ไม่ต้องการ...อ๊าาาา...อึก...” เมื่อเห็นทีท่าว่าร่างบางจะปฏิเสธร่างสูงก็จัดการกวาดเรียวนิ้วภายในจนโดนจุดๆนั้นอีกครั้งพร้อมกับอีกมือหนึ่งก็ปรนเปรอยังอวัยวะส่วนหน้าของร่างบาง...

“หือ...ว่ายังไง........” กระซิบที่ใบหูอีกครั้งก่อนขบเม้มเบาๆเพื่อเร่งอารมณ์ร่างบางให้สูงขึ้นอีก

“....ม...ไม่...อึก...ได้โปรด...ช่วยฉันที..........” แต่แล้วร่างบางก็ต้องยอมจำนนกับความต้องการที่พุ่งสูงของตัวเองความคิดที่ไม่ต้องการกลับถูกกลืนกินไปจนหมด...จนตอนนี้ร่างบางแทบไม่เหลือสติไว้ยับยั้งชั่งใจอีก

ร่างสูงถอนเรียวนิ้วออกมาก่อนปลดเข็มขัดกางเกง...เมื่อกางเกงหลุดออกมาจนสิ้นร่างสูงก็จัดการสนองอารมณ์ให้ร่างบางทันที...แต่เหมือนกับว่าไม่ใช่เพียงแค่ร่างบางที่รับรู้ความรู้สึกสิเน่หานั้น...ร่างสูงก็ต้องการเช่นกัน...และเหมือนว่าจะมากกว่าทุกครั้ง

การกระทำที่ร่างสูงกระทำนั้นช่างอ่อนโยนผิดจากที่ผ่านๆมาโดยสิ้นเชิง...การกระทำที่เหมือนต้องการถนอมคนตรงหน้า...ทำเอาความคิดของจียงแวบเข้ามาเพียงนิด...เสมือนว่าเค้าเป็นคนสำคัญ...ทำไมไม่รู้เช่นกันที่ร่างบางต้องการสัมผัสนั้นที่ได้รับจากร่างสูงอย่างโหยหา...

แต่แล้วเพียงภาพๆเดียวที่แวบเข้ามาในหัวของร่างสูง...ภาพที่จียงเดินหัวเราะกับแทยัง...รอยยิ้มที่เค้าไม่เคยเห็นเวลาร่างบางอยู่กับตน...กลับทำให้อารมณ์บางอย่างแทรกเข้ามาจนกลายเป็นการกระทำที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ...ร่างสูงสนองอารมณ์ทั้งหลายเข้าไปในตัวร่างบางอย่างไม่นึกสงสารอะไรร่างบางที่ต้องเป็นคนที่รองรับการกระทำที่รุนแรงนี้...

เหมือนหนทางจะมาถึงคำว่าสิ้นสุดเมื่อร่างสูงปลดปล่อยของเหลวอุ่นๆเข้าไปในภายในร่างกายร่างบาง...ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวที่ร่างบางปลดปล่อยมันออกมา...

หยดเหงื่อเกาะพราวบนใบหน้าที่เหนื่อยอ่อนเหมือนจะหมดแรงกอปรกับข้อมือแดงๆที่หลุดพ้นจากการรัดกุมของร่างบางทำเอาร่างสูงได้รับรู้ว่าตนได้กระทำการรุนแรงจนเกินไปเสียแล้ว...

“อาบน้ำซะ........” ร่างสูงบอกพลางหยิบฝักบัวในอ่างมาล้างเนื้อล้างตัวจนเสร็จสิ้นก่อนหันเหฝักบัวไปล้างตัวให้ร่างบางที่นั่งเหนื่อยหอบอยู่หน้ากระจกบานเดิม

“...ไม่ต้อง...ฉันทำเอง....ได้....” จียงบอกเสียงอ่อนก่อนเอื้อมมือไปหยิบฝักบัวนั้นจากร่างสูง...แต่อาการที่ยังคงเจ็บอยู่บริเวณด้านหลังทำเอาร่างบางเสียหลักล่วงหล่นจากที่นั่ง...

“อย่ามาทำอวดเก่ง...........” ร่างสูงดุก่อนพยุงร่างบางไว้กับตัวก่อนอาบน้ำให้ร่างบางแทน

“นาย...ทำแบบนี้ทำไม...ทำไมไม่ปล่อยฉันไว้เหมือนอย่างเคย....” จียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วๆพร้อมกับน้ำเย็นๆสัมผัสเข้าที่ร่างกาย

ร่างสูงนิ่งไปกับคำถามเมื่อครู่...พลางคิดว่าทำไมเขาถึงทำอย่างที่ร่างบางพูด...แต่คิดเท่าไรก็หาคำตอบไม่ได้...รู้แต่เพียงว่า

 

...เค้าไม่อยากเห็นคนๆนี้ล้มลงไป...

 

“อย่าถาม...ฉันก็ไม่ได้พิศวาสอะไรนักหรอก..........” ร่างสูงกลับบอกออกไปไม่ตรงกับที่ใจคิดแม้แต่น้อย

“.............................” ร่างบางนิ่งไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น

“เอ้า! เสร็จแล้ว....” ร่างสูงเอ่ยบอกร่างบางก่อนพยุงตัวร่างบางที่ดูเหมือนกับว่า...จะหมดสติไปเสียแล้ว...

ร่างสูงจึงจัดการช้อนร่างบางๆของจียงออกมาจากห้องน้ำแล้วนำไปวางยังเตียงนอน...ก่อนใส่เสื้อคลุมให้ตัวเอง...แล้วก็หยิบผ้าคลุมของร่างบางออกมาใส่ให้เช่นกันก่อนห่มผ้าห่มให้ร่างบางอีกครั้ง

ใบหน้าคมคายจ้องมองใบหน้าหวานๆของจียงอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งมารู้ว่าปากของตัวเองกำลังจะสัมผัสริมฝีปากร่างบาง...ร่างสูงสะบัดหน้าไปมาอย่างห้ามความคิดของตัวเอง...

 

นี่ฉันกำลังเป็นอะไรไป....ไม่! ต้องไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น

 

ร่างสูงบอกกับตัวเองภายในใจก่อนเดินออกไปทั้งที่ยังสับสนกับตัวเองอยู่

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

เหมือนความฝัน...ฝันที่ไม่อาจเป็นจริงได้...

เหมือนหลับฝันไปชั่วครู่...พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็ยังคงสัมผัสได้กับความโหดร้ายเหมือนเดิม...

.

เหมือนกับทุกๆวัน

 

ร่างบางพยายามลุกออกจากเตียงเพื่อไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะสังเกตเห็นว่าร่างกายของตัวเองนั้นถูกปกคลุมด้วยเสื้อคลุมที่ร่างบางจำได้ว่าไม่ได้ใส่มัน...เพราะว่าหลังจากที่ร่างสูงชำระร่างกายให้...ก็สลบไปเสียแล้ว

ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ...แต่มันเหมือนกับที่ฝันเมื่อคืนนี้...มันดูอ่อนหวาน...แตกต่างจากที่เคยฝัน...

“ฮึ...มันก็เป็นแค่ความฝัน...ไม่มีวันหรอก...” ตัดพ้อกับตัวเองก่อนพยุงร่างกายที่อ่อนแรงไปยังห้องน้ำ...

 

“อรุณสวัสดิ์ฮะพี่จียง..........”

“อือ...เห่อสร้อยเชียวนะ......” ทักน้องชายอย่างยิ้มล้อๆ

“ก็.....เปล่าสักหน่อย...พี่ยองเบสั่งต่างหาก.......” พยายามกลบเกลื่อนอาการหน้าแดงของตัวเองทั้งที่มือเรียวลูบไล้ไปมาที่จี้

“ขอบใจนะจียง...ที่ช่วยเลือกให้.....”

“อือ...ไม่เป็นไรหรอก...ฉันยินดี ^^” จียงยิ้มตอบพลางมองยองเบด้วยสายตาอ่อนโยน...ก่อนจะหันไปเห็นสายตาคู่คมที่จ้องมองมาด้วยแววตาที่หลากหลาย

 

.....ไม่พอใจ.....

..........ไม่เข้าใจ..........

 

ความสับสนที่ปรากฏให้เห็น...แต่ที่จียงไม่เข้าใจแววตานั้นที่อยู่ๆก็ตัดพ้อขึ้นมาซะเฉยๆ

 

“จียง...จียง! ช่วงนี้นายเป็นอะไร...ทำไมเหม่อบ่อยจัง...”

“เอ่อ...คิดอะไรนิดหน่อยนะ...ไม่มีอะไร.......”

“อืม.....ถ้ามีอะไรก็บอกฉันได้นะ.....” ยองเบบอกอย่างเป็นห่วง

“แล้วเจ้าแดซองล่ะ.....กะว่าจะชวนมันไปซื้อของสักหน่อย....” จียงเอ่ยถามพลางมองไปรอบๆบ้าน

“ไปถ่ายรายการน่ะ...กว่าจะกลับก็คงดึก.....ฉันไปเป็นเพื่อนเอาไหม...” ตอบก่อนเสนอตัวไปเป็นเพื่อน

“ไม่เอาอ่ะ...เดี๋ยวซึงริหึงกันพอดี...ไปไหนมาไหนกับนายบ่อยๆแบบนี้.....” บอกพลางเหลือบสายตาดูปฏิกิริยาน้อง

“ใครบอก! ผมไม่หึงหรอกฮะ...เอาไปได้เลย....” ซึงริบอกด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ

“อย่ามาทำปากแข็งหน่อยเลย...พี่รู้นะ....” จียงล้อน้องที่มีอาการหน้าแดงอีกครั้งอย่างมีความสุข

“ถ้างั้น...นายก็ไปกับพี่เทมซิ...พี่จะออกไปซื้อของข้างนอกไม่ใช่เหรอ....” บอกก่อนหันไปถามพี่ใหญ่อีกครั้ง

“อย่าดีกว่า...............” จียงกำลังบอกปัดแต่ก็โดนน้องเล็กพูดขึ้นมาก่อน

“ไปด้วยกันน่ะดีแล้วฮะ....”

“หมอนั่นคงไม่อยากไปกับฉันหรอก...อย่าบังคับเลย...” ร่างสูงบอกก่อนลุกออกจากบ้านไปพร้อมกับกุญแจรถ

“พวกพี่มีอะไรกันหรือเปล่าฮะ...........” น้องเล็กเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย แต่คำถามที่ถามมานั้นทำเอาจียงสะดุ้งเหมือนกับว่ากลัวคำถามนั้น

“พี่จียงเป็นอะไรหรือเปล่าฮะ............พี่เทมทำอะไรพี่หรือเปล่า...”ซึงริถามอีกครั้งก่อนจ้องหน้าพี่ชายอย่างต้องการคำตอบ

“ป...เปล่า...ม...ไม่มีอะไร...........พวกนายจะฝากซื้ออะไรหรือเปล่า?” ร่างบางถามขึ้นอย่างเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่ละ...ขับรถดีๆล่ะ.....”ยองเบบอกก่อนยิ้มให้อีกครั้ง

 

แค่คำถามที่ไม่มีอะไรมากมาย...ทำไมต้องสะดุ้งด้วยนะ...แปลกจริง??

 

ร่างบางพยายามครุ่นคิดจนกระทั่งอยู่ข้างรถของตัวเอง

“เฮ้อ!~~ ทำไมกันนะ.....” จียงถอนหายใจออกมาอย่างสงสัยในตัวเอง

“ทีกับฉันมาด้วยกันไม่ได้...แต่กลับแทยังนี่ระริกระรี้เชียว...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเข้าข้างใบหูบาง

“...ซ...ซึงฮยอน...นาย......” จียงพึมพำเรียกชื่อคนข้างหลังอย่างตกใจ

“หึ...แค่นี้ทำเป็นตกใจ....ทั้งที่ปกติก็มากกว่านี้เสียอีก...........” ร่างสูงพูดออกมาพร้อมสายตาดูแคลน

“อย่ามาพูดจาแบบนี้กับฉันนะ!” ร่างบางตะโกนบอกพลางผลักร่างสูงให้พ้นทางก่อนรีบเปิดประตูรถแต่ก็ยังไม่ทันร่างสูงที่จับเข้าที่ประตูก่อนที่ร่างบางจะปิดมัน

“รับไม่ได้หรือไง...เรื่องจริงน่ะ.....ถ้าบอกแทยังก็คงไม่เป็นไรหรอก...เพราะหมอนั่นไม่ได้สนใจนายอยู่แล้ว.........”

“ถึงจะไม่สนใจก็ไม่เกี่ยวกับนาย...ยังไงฉันก็รักยองเบอยู่ดี!!” จียงตะโกนบอกกลับไป

“ถ้ารักมันมากนัก! ทำไมไม่ลองยั่วมันดูสักครั้งล่ะ.....” ร่างสูงเริ่มมีน้ำโหกับคำพูดร่างบางพลางบีบเน้นเข้าที่ต้นแขนร่างบาง

“เป็นข้อเสนอที่ดีนี่...ฉันจะลองทำดู.........” จียงบอกด้วยน้ำเสียงเย้ยยันแกมตัดพ้อเล็กน้อย

“นายคิดจะยั่วโมโหฉันใช่ไหม!!

“ทำไมฉันต้องยั่วโมโหนายด้วย...ในเมื่อนายไม่มีค่าอะไรให้ฉันสนใจ........” จียงตอกกลับพลางบิดแขนตัวเองออก

“ใช่สิ! ฉันมันไม่มีค่าเหมือน ยองเบ ของนายนี่! แต่นายก็ควรรู้ตัวไว้ด้วยว่า...นายก็ไม่มีค่าสำหรับไอ้หมอนั่นเช่นกัน!!” บอกก่อนกระชากร่างบางเข้ามาจูบอย่างโมโห...แต่หากร่างบางไม่ยอมให้เป็นแบบนี้อีกต่อไปแล้ว...เมื่อหลุดพ้นจากจูบของปีศาจร่างบางก็ตบฉาดเข้าที่ใบหน้าคม

“ต่อไปนี้ฉันไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของนาย!! ฉันไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว......” จียงตะคอกบอกด้วยความโมโหเช่นกัน

 

ทำไมเค้าต้องทนต่อไป

ไม่จำเป็นที่จะต้องยอมด้วยซ้ำ...ไม่ยอมอีกแล้ว

.

.

ไม่อยากเป็นแบบนี้อีกแล้ว

เค้าไม่ใช่ภาชนะที่ใช้รองรับอารมณ์ใครทั้งสิ้น!

อยากลืมให้มันหมดสิ้นว่าเค้าเคยเป็นแบบนี้

..............อยากลืม..............

 

ดูเหมือนว่าหยาดน้ำใสๆจะไหลออกมาจากดวงตากลมของร่างบางเสียเฉยๆ...ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่แสดงความรู้สึกแบบนี้ให้คนตรงหน้าได้เห็น...ไม่อยากให้หมอนั่นรับรู้ว่าเค้ารู้สึกอย่างไร...เค้าเจ็บปวดแค่ไหน...เสียใจเท่าไร...ที่ต้องเป็นที่รองรับอารมณ์...แต่เหมือนว่ามันจะไม่ยอมทำตามที่สมองสั่งเลย

มือบางพยายามยกเช็ดหยาดน้ำอุ่นๆเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ขาเรียวเดินถอยหลังออกไปเรื่อยๆอย่างอยากออกห่างจากคนตรงหน้า

“จียง!!!!!!!!!!!” ร่างสูงร้องเสียงหลงเรียกร่างบางอย่างตกใจ

ดวงตากลมคู่นั้นของร่างบางเบิกกว้างด้วยความตกใจ...แสงสะท้อนจากหน้ารถทำให้ร่างบางตกใจจนไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้...

คนขับรถคันนั้นถึงกับตกใจที่อยู่ๆก็มีคนเดินถอยหลังออกมาจากเสาต้นหนึ่ง...เท้าหนาพยายามเหยียบเบรกให้รถหยุด แม้ความเร็วจะไม่เท่าไรแต่ระยะที่ใกล้เกินไปทำให้ไม่สามารถเบรกได้อย่างกะทันหัน

ร่างสูงเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่เห็นรถคันนั้นกำลังพุ่งเข้ามาที่ร่างบาง...ไม่ทันที่สมองจะได้สั่งการใดๆ...ร่างกายอันแข็งแกร่งก็กระโจนออกไปคว้าตัวร่างบางไว้ทันที

แต่เหมือนทุกอย่างอาจจะดูช้าไป...ถึงแม้ว่าจะคว้าตัวร่างบางไว้ได้...แต่ของเหลวสีแดงฉานกลับกระจายอยู่ที่ศีรษะร่างบาง

...ช้าไป...ช้าเกินไป...

 

“จียง...จียง! นายต้องไม่เป็นอะไรนะ...จียง...........” ร่างสูงพยายามเรียกให้ร่างบางมีสติ...ดวงตาคู่กลมรี่ขึ้นมาเล็กน้อย

ภาพที่ร่างบางมองเห็นนั้นกลับพร่าเบลอ...มองอะไรไม่ชัดสักอย่าง...ได้ยินแต่เสียงที่คุ้นเคย...เสียงที่ได้ยินอยู่เป็นประจำ...เสียงที่ทำให้ปวดร้าว...เสียงที่ทำให้เจ็บปวด...เสียงที่ทำให้เสียใจ...เสียงที่อยากได้ยินแม้จะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม...เสียงนี้...

 

เพียงเสียงเดียว...ก่อนที่ทุกอย่างจะดับสนิท

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“พี่เทม! เกิดอะไรขึ้นฮะ............” แทยังเอ่ยถามหลังจากที่คนทั้งสามมาถึงยังห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล

“จียง.....จียง.................” ร่างสูงอึกอักพูดไม่ออก...เอาแต่เรียกชื่อจียง

“จียงโดนรถชน.....” บุคคลผู้หนึ่งเอ่ยออกมาแทนซึงฮยอน

“ท...ที่ไหน...............ฮยอนซึง” ถามก่อนเอ่ยชื่อบุคคลนั้น

“ลานจอดรถของคอนโด.....ฉันเป็นคนชนเอง..........” ฮยอนซึงบอกก่อนก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุ

“มันเป็นยังไงกันแน่..............”

“พี่ๆฮะ....หมอออกมาแล้ว...........” เสียงแดซองเอ่ยเรียกพี่ๆ

“...คนไข้มีอาการเสียเลือดมากก่อนที่จะมาถึงที่นี่...คนไข้ต้องการเลือดกรุ๊ป A ด่วนครับ....แต่ทางโรงพยาบาลมีไม่เพียงพอ...เราต้องขอรับบริจาคเลือดจากใครสักคนครับ...”

“ถ...ถ้างั้น....ผม...ผมจะบริจาคเอง..........” ร่างสูงเอ่ยบอกทั้งที่ใบหน้ายังคงตกใจไม่หาย

“แต่พี่เทมเลือดกรุ๊ป B นี่ฮะ....ผมเลือดกรุ๊ป A ฮะ...ช่วยหน่อยนะครับ............” ซึงริท้วงขึ้นมาอย่างนึกได้ก่อนจะเสนอตัวเองแทนพี่ใหญ่ของวง

“ครับ...เชิญทางนี้ครับ...........” คุณหมอคนนั้นบอกก่อนเดินนำเข้าห้องไป

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะฮะ.....พี่จียงต้องไม่เป็นอะไร.........” ซึงริปลอบพี่ชายร่างสูงก่อนเดินตามหมอเข้าไป

“ไม่ต้องคิดมากนะฮะพี่เทม...ซึงริต้องช่วยได้แน่........” แดซองเดินเข้ามาปลอบใจพี่ชายอีกคน

“มันเป็นเพราะฉัน....ถ้าฉันไม่ทำอย่างนั้น....จียง....คงจะไม่.......” ซึงฮยอนโทษตัวเองก่อนกุมขมับเครียด

“มันไม่ใช่ความผิดพี่หรอกฮะ...เพราะผมต่างหากที่ขับไม่ระวัง.........” ฮยอนซึงบอกโทษตัวเองเพื่อให้คนเป็นพี่สบายใจ

“ไม่หรอก...ฉันรู้ดี...เพราะฉัน...........”

“พี่คิดว่าจียงจะดีใจหรือไง...ถ้าพี่เอาแต่โทษตัวเองแบบนี้...........” แทยังเอ่ยถามแกมให้ข้อคิด

“จริงด้วยฮะ....พี่จียงต้องโกรธแน่ถ้าพี่เอาแต่โทษตัวเอง...........” แดซองพูดเสริมทัพอีกที...ใบหน้าที่เคร่งเตรียดของร่างสูงได้ผ่อนคลายลงไปบ้าง

เข็มวินาทีต่างเดินวนครบรอบเป็นหลายร้อยรอบ...จิตใจของคนที่นั่งรออยู่ภายนอกต่างหมุนกันไปมากมายกว่านาฬิกาเหล่านั้น

“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดีแล้วครับ แต่ต้องรอให้พักฟื้นหลายวัน...ส่วนผลเอ็กซ์-เรย์นั้น สมองคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนจนอาจทำให้สูญเสียความทรงจำได้...แต่หมอยังไม่ฟันธงว่าจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า...คงต้องรอให้คนไข้ฟื้น...หมอขอตัวก่อนนะครับ”

“ขอบคุณมากครับ............”

“จียง................” ร่างสูงร้องเรียกเมื่อเห็นเวรแปลเข็นร่างบางออกมาจากห้องฉุกเฉิน และตามด้วยแปลที่ซึงรินอนพักอยู่ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินตามไปยังห้องพักฟื้น

“เป็นยังไงบ้างซึงริ............” แทยังเอ่ยถาม

“ก็นิดหน่อยฮะ............”

“ถ้างั้นนายก็นอนพักแล้วกัน....เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน....” แทยังบอกพลางลูบศีรษะให้คนรักอย่างห่วงใย

“พี่เทมฮะ...ผมว่าพี่ไปทำแผลก่อนดีกว่านะฮะ.....” แดซองเอ่ยบอกพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างเตียงจียงไม่ห่าง

“ไม่เป็นไร..........ฉันไม่เป็นไรหรอก..............”

“ผมเห็นด้วยกับแดซองนะฮะพี่...พี่ควรจะไปทำแผลก่อน...ถ้าเกิดจียงตื่นขึ้นมาเห็นพี่เป็นอย่างนี้หมอนั่นคงจะไม่ดีใจหรอกฮะ.........” ฮยอนซึงหว่านล้อมซึ่งก็ได้ผลเมื่อเอ่ยชื่อของจียง

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกฮะ...เดี๋ยวผมดูแลให้.........” แทยังบอกเมื่อเห็นสีหน้าของพี่ใหญ่มีความกังวลมองมายังจียง

 

“พี่ยองเบฮะ...ผมว่านะพี่เทมดูแปลกไปนะฮะ.........” ซึงริเปรยขึ้นหลังจากพวกพี่ทั้งสองพาพี่ใหญ่ไปทำแผล

“แปลกยังไงล่ะ............” แทยังเอ่ยถามพลางมองหน้าคนรัก

“เหมือนพี่เทมจะเป็นห่วงพี่จียงมากเลยนะฮะ..........”

“อืม.....หมอนั่นชอบจียงตามที่เราเข้าใจนั่นแหละ.............” บอกให้น้องรู้ก่อนยิ้มให้อีกครั้ง

“พี่รู้ได้ยังไงล่ะฮะ.....ก็ไหนพี่บอกว่า...พี่เทมชอบผม....” ซึงริถามอย่างสงสัย

“ใช่! ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะ...พี่เทมชอบนาย...แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วล่ะ.........”

“อืม...ถ้าเป็นอย่างที่พี่พูดผมก็สบายใจ...ทั้งที่รู้ว่าพี่เค้าชอบผม แต่ผมกลับทำร้ายพี่เทมซะเยอะ.........” ซึงริบอกอย่างรู้สึกผิด

“ก็เหมือนกับพี่นั่นแหละ...รู้ทังรู้ว่าใครรู้สึกอย่างไรบ้าง...ใครจะเจ็บปวดบ้างกับการกระทำของพี่....และอาจจะเป็นเพราะพี่...จียงถึงเป็นแบบนั้น” เอ่ยออกมาก่อนมองไปยังอีกเตียงข้างกาย

“แล้วพี่คิดว่าพี่จียงคิดยังไงกับพี่ซึงฮยอนเหรอฮะ............”

“ไม่รู้ซิ...หมอนี่ดูยากจะตาย............”

“นั่นซินะฮะ...ก็พี่จะรู้ตัวว่าพี่จียงชอบพี่น่ะ...นานมาก..........”

“แต่ตอนนี้พี่รู้สึกว่าจียงไม่ได้ชอบพี่แล้วล่ะ.....หมอนั่นเปลี่ยนไปเยอะ...แต่ถ้าถามว่าจียงชอบพี่เทมหรือเปล่าอันนี้ต้องดูกันอีกนานนั่นแหละ..............”

“ผมอยากให้พวกพี่เค้ารักกันจัง...”

“นายถึงพยายามให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันใช่ไหมล่ะ....”

“ท...ทำไมพี่รู้ล่ะ..............” ถามอย่างนึกไม่ถึงว่าแทยังจะรู้ด้วยว่าเค้าคิดอย่างไร

“ก็เพราะเป็นนายไง...พี่ถึงรู้.......” บอกก่อนก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากมน

“บ้า! ไม่เอาแล้ว...ผมจะนอน............” ซึงริบอกก่อนเอาผ้าห่มคลุมหัวเป็นการใหญ่

“เรียกพี่ว่ายองเบอีกครั้งซิ...........”

“ไม่! ฝันไปเถอะ...เมื่อกี้แค่เผลอ..........” โต้ออกมาด้วยเสียงอู้อี้

.

.

 

มันคงจะเป็นจริงอย่างที่แทยังพูด

.

เค้าอาจจะชอบจียงเข้าซะแล้วล่ะ.....กว่าจะรู้ตัว

.

.

ก็ทำร่างบางเจ็บปวดไปมากมาย

เจ็บจนเกินที่จียงจะให้อภัยเค้า

.

.

 

“พี่เทมฮะ...ได้ของหรือยังฮะ............” แดซองเดินมาตามพี่ชายเนื่องจากเห็นว่าหายไปนานเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่ชายยืนอยู่หน้าห้อง

“อืม...................” ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนเดินนำหน้าไปที่เดิม ปล่อยให้แดซองมองพี่ชายอย่างงงๆ

“ทำไมไม่เห็นถือมันมาด้วยล่ะ...มาเอาของยังไงกันนะ..........” แดซองได้แต่พึมพำสงสัยกับตัวเองก่อนเดินตามกลับไป

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

แสงสีอ่อนๆกระทบเข้าเปลือกตาผู้ที่ยังคงหลับใหลอยู่ให้รู้สึกตัวเล็กน้อย...ก่อนที่เปลือกตาคู่นั้นจะขยับช้าๆอย่างทรมาน...เนื่องจากดวงตาคู่นั้นไม่ได้กระทบแสงมาเป็นเวลาสองวันเลยทีเดียว...

เมื่อเปลือกตาเผยอขึ้นมาเล็กน้อยก็ต้องหลับตาอย่างกะทันหันอีกครั้ง...ก่อนพยายามลืมตาขึ้นมารับแสงให้ได้...ดวงตาคู่กลมมองไปยังรอบห้องอย่างช้าๆพลางกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสภาพอีกครั้ง

...สัมผัสที่รู้สึกได้...น้ำหนักที่ได้รับยังบริเวณมือขวาทำเอาสายตาคู่เดิมต้องทอดไปยังข้างกาย...

 

หมอนี่? ใครกันน่ะ???

 

สายตาคู่เดิมมองอย่างสงสัยว่าใครกันที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียง...มือซ้ายพยายามที่จะยกมาสัมผัสที่ผมของคนๆนั้น แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างจะรู้สึกตัวเสียแล้ว...

“จียง! จียงนายฟื้นแล้วใช่ไหม...นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม....จียง..........” เสียงทุ้มต่ำที่แสนจะคุ้นเคยถามอย่างดีใจเมื่อเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงไม่ได้หลับเหมือนอย่างเคย...หลังจากนั้นผู้คนที่หลับอยู่ยังส่วนหนึ่งของห้องก็รู้กสึกตัวตื่นขึ้นมามองยังเตียงนั้น

“จียง!/ พี่จียง!!” หลายเสียงเอ่ยเรียกร่างบางอย่างตานเต้น

“หนวกหูจัง...พวกนายเนี่ย...” จียงบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมีแรงแต่ก็สามารถทำให้ผู้อื่นรู้ได้ถึงอาการรำคาญที่แฝงมา

“ตื่นมาก็หาเรื่องกันเลยนะ...คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วง.........”

“เฮ้! นั่นนายเหรอ......ฮยอนซึง” จียงเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นชัดแล้วว่าคนที่พูดคือใคร

“ก็ใช่น่ะซิ.........ฉันขับรถชนนายเองนี่นา........”

“อ๋อ! ที่แท้ก็นายซินะ..........” จียงบอกก่อนยันตัวลุกขึ้นมาอย่างหาเรื่อง

“อย่าเพิ่งขยับตัวซิ........นายเพิ่งฟื้นนะ........” เสียงใหญ่เอ่ยเตือนก่อนพยุ่งให้ร่างบางนั่งอย่างที่ต้องการ

“....??? นาย..........ใครกันน่ะ???” จียงถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่เอ่ยเตือนนั้นคือใครที่ร่างบางก็ไม่รู้จัก

“อย่ามาล้อเล่นนะเว้ย!! ไม่ตลกนะ...........” แทยังเอ่ยบอกปนขำ

“ก็ไม่ตลกน่ะซิ! ไอ้บ้ายองเบ.........” จียงว่ายองเบหนึ่งทีก่อนมองคนตรงหน้าราวกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“เล่นอะไรไม่รู้เรื่องแล้วนะนายน่ะ..........” ฮยอนซึงปรามขึ้นอีกคน

“ใครบอกว่าฉันเล่น...ฉันไม่รู้จริงๆเว้ย!!” จียงพยายามเถียงด้วยน้ำเสียงที่สูงขึ้นแต่แล้วก็ต้องกลับไปเจียมสังขารเหมือนเดิม

“ถ...ถ้างั้น....ผมคือใคร....พี่จำได้หรือเปล่า.........” ซึงริเอ่ยถามขึ้นมาอีกคน

“ก็ซึงริไง...น้องชายของฉัน...ผู้ชอบโซโล่คนเดียว........”

“แล้วผม..........” แดซองถามบ้าง

“เจ้าตาหยี...โคตรหวงตะเกียบโดราเอมอน...คัง แดซอง....”

“แล้วฉัน.........”

“ยองเบ...ไอ้เพื่อนปัญญาอ่อน.......ส่วนนายไม่ต้องถาม...ฮยอนซึง...โดนคัดตัวออกจากการเป็นบิ๊กแบง”  จียงเอ่ยบอกแกมหลอกด่าคนทั้งสอง

“จะดีมากถ้านายไม่หลอกด่า..........แล้วนี่ล่ะ.........”

“อืม..............??? ก็บอกไปแล้ว.......ใครล่ะ??” จียงบอกก่อนมองด้วยแววตาสงสัยอีกครั้ง

“ชเว ซึงฮยอนไงล่ะ..........” แทยังบอก

“ชเว....ซึงฮยอน??...คุ้นๆแหะ........” จียงทวนชื่อคนตรงหน้าทำให้ทุกคนดูมีความหวัง

“อืม..........ชื่อเหมือนนายเลยนะซึงริ....ญาติเหรอ.....”

“พี่เล่นอะไรอยู่น่ะ............” ซึงริเอ่ยออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้เล่น!” จียงบอกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม

“นาย....จำฉันไม่ได้เหรอ...จียง...........” ร่างสูงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“....................................ไม่.......................” จียงพยายามนึกอีกครั้งแต่ผลก็เหมือนเดิม

“...งั้นเหรอ......ฉันไม่มีค่าให้นายจำซินะ...........เหมือนที่นายเคยบอก.............” ร่างสูงพูดออกมาอย่างอาลัยก่อนเดินเลี่ยงออกจากห้องไป

“พี่เทม! เดี๋ยวก่อนพี่..............” ฮยอนซึงเดินตามร่างสูงออกไป

“........เทม??? เหมือนเคยได้ยินที่ไหน......เทมโป......” จียงพึมพำออกมา

“ใช่ฮะ! พี่เทม...เทมโป ชเว ซึงฮยอนไงฮะ...........” แดซองพยายามกระตุ้นความจำพี่ชายอีกครั้ง

“..............แค่คุ้น...แต่ฉันจำไม่ได้...........” จียงเอ่ยบอกทุกคนที่เริ่มมีสีห้นาไม่สู้ดี

 

“......สูญเสียความจำที่คนไข้ไม่ต้องการที่จะจดจำครับ.........อาจเป็นเพราะว่าเรื่องราวเหล่านั้นหรือบุคคลนั้นอาจจะทำร้ายจิตใจคนไข้จนอยากลืมก่อนที่สมองจะถูกกระทบกระเทือน...จึงทำให้คนไข้ลืมเรื่องราวนั้นครับ.......” เสียงชายสูงอายุที่เป็นหมอเอ่ยบอกคนทั้งสี่

“แล้วจะหายไหมครับ.............” แทยังเอ่ยถามอย่างกังวลใจ

“มีโอกาสเรียกความทรงจำกลับคืนมาได้ครับ...หากพาคนไข้ไปยังสถานที่เดิมๆในความทรงจำนั้น...อาจทำให้คนไข้รับรู้เรื่องราวที่ลืมไปได้ครับ..........แต่ถ้าหากมันเป็นเรื่องที่เลวร้ายจนคนไข้ไม่ต้องการจะจำ...หมอขอแนะนำว่า...อย่าดีกว่าครับ...เพราะจิตใจคนไข้อาจจะเจ็บปวดที่ได้รับรู้.........”

“...........ขอบคุณครับ..........” ฮยอนซึงกล่าวขอบคุณแทนเพื่อนๆก่อนพากันกลับออกไป

“พี่เทมฮะ...ไม่ต้องกังวลไปนะฮะ...หมอก็บอกนี่ฮะว่าสามารถเรียกความทรงจำกลับมาได้.........” น้องเล็กเอ่ยให้พี่ใหญ่คลายกังวลแต่ดูเหมือนจะไปเป็นผล

“นั่นซิฮะ! ผมจะช่วยอีกแรง..........” แดซองเสริม

“อย่าเลย.................ในเมื่อจียงจำไม่ได้...ก็แสดงว่าจียงไม่อยากจดจำฉัน............ไม่ต้องเรียกความทรงจำที่ไม่มีค่านั้นขึ้นมาหรอก.......” ร่างสูงบอกก่อนเดินคอตกกลับไป

“พี่เทม.................”

“จะทำยังไงดีล่ะฮะคราวนี้............” น้องเล็กหันมาถามแทยัง

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“โจ๊กร้อนๆ อร่อยๆ ฝีมือผมมาแล้วคร้าบ~” เสียงเจ้าตาหยีดังมาตั้งตาหน้าประตูจนถึงเตียง

“จะอร่อยจริงน่ะเหรอ............” จียงเอ่ยถามแกล้งทำสีหน้าไม่กล้ากิน

“อร่อยกว่าพี่ทำก็แล้วกัน..........” แดซองย้อนบ้างทำเอาจียงมีสีหน้าบูดบึ้งกับความจริงที่น้องมันพูดมา

“เรื่องอาหารน่ะ...จียงเป็นรองอยู่แล้วล่ะ...........” แทยังล้อขึ้นมาบ้าง

“หุบปากไปเลย...ก่อนที่ได้จะไม่มีไว้จูบน้องชายฉัน! จียงค้อนตอบ

“โอ๊ะ! ถ้านายฆ่าฉัน...แล้วน้องนายจะเอาสัมผัสแบบนั้นจากใครล่ะ..........” บอกก่อนส่งสายตาหวานฉ่ำไปใหซึงริ

“ฉันไง................”

“พวกพี่แกล้งผมพอหรือยังฮะ.........” เจ้าตัวเล็กเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจพร้อมกับใบหน้าขึ้นสี ก่อนตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของพวกพี่

“แล้ว....ซึงฮยอนล่ะ.........” จียงเอ่ยถามพลางมองไปรอบห้องอีกครั้ง

“...................................”

“ไม่มาด้วยเหรอ...”

“นาย...จำพี่เทมได้แล้วเหรอ..............” ฮยอนซึงเอ่ยถามอย่างมีความหวัง

“หึ...เปล่า............” ส่ายหน้าปฏิเสธทำเอาความหวังที่มีหายวับไปอีกครั้ง

“ฉันก็แค่.....ไม่เห็นหมอนั่นมาสองวันแล้ว.....ก็เท่านั้น...........”

“ฉันก็นึกว่านายจำได้แล้วซะอีก...............”

“ทำไมพวกนายถึงคิดว่าฉันจะจำได้ล่ะ.....หมอนั่นมีความสำคัญกับฉันยังไงเหรอ....”

“ไม่รู้หรอกว่าพี่เทมมีความสำคัญกับนายยังไง....มีแต่นายที่จะบอกเราได้เท่านั้นแหละว่าสำคัญยังไง..........” แทยังบอก

“อะไรของพวกนาย.....ฉันไม่ค่อยเข้าใจ.........”

“ก็แล้วนายรู้สึกยังไงล่ะ.................”

“......ไม่รู้ซิ..........มันเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป....เหมือนไม่ครบยังไงก็ไม่รู้.......” จียงเอ่ยบอกอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“ยะฮู้!! หวัดดีจียง...............” ผู้มาใหม่เอ่ยทักทำลายบรรยากาศเหล่านั้นให้หายไป

“พี่แทบิน...พี่ดองอุค.........ซื้ออะไรมาอ่ะ....” จียงเอ่ยทักสายตาจ้องไปยังสิ่งของในถุง

“มาถึงก็ถามหาของกินเลยนะ.............” ดองอุคกล่าว

“ก็ผมมันคนป่วยนี่ฮะ.........” ยิ้มทะเล้นใส่คนเป็นพี่ก่อนหยิบของเยี่ยมขึ้นมากิน

“อย่าให้หายป่วยแล้วกัน.......” ดองอุคเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“พี่แทบินฮะ...ดูแลภรรยาพี่ให้ดีๆซิ...อย่าให้มากัดผมแบบนี้............”

“ไอ้จียง!..............” ไม่รอช้าร่างรุ่นพี่ก็เคลื่อนตัวเร็วดั่งสายลม...เรียวนิ้วจี้เข้าที่เอวบางๆนั้นอย่างไม่หยุด

“ฮ่ะ...ฮ่าๆๆๆๆ พ...พี่...ไม่เอา....อย่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” จียงได้แต่ดิ้นไปมาพร้อมเสียงหัวเราะที่ห้ามไม่ได้

“...จียงมันป่วยอยู่นะ...เลิกแกล้งเถอะ............ไว้รอมันหายแล้วค่อยเอาคืนซิ........” รุ่นพี่ร่างหนาเข้ามาดึงตัวดองอุคออกมาก่อนส่งยิ้มที่จียงรู้สึกว่าน่ากลังกว่าดองอุคเป็นร้อยเท่า

“เอางั้นก็ได้..........”

“ดูหน้านายซิจียง...ซีดจัง...........” ยองเบเอ่ยล้อเพื่อน

“....เชอะ................” จียงได้แต่สะบัดหน้าหนีก่อนหยิบของเยี่ยมมากินใหม่

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณห้องหลังจากที่บุคคลต่างๆเริ่มทยอยกลับไปเมื่อฟ้าเริ่มมืด...เหลือเพียงแต่ผู้ป่วยในห้องพิเศษคนเดียวเท่านั้น

แสงสนทยายามเย็นนั้นให้ความรู้สึกที่เงียบเหงาอย่างไรชอบกล...ภายในจิตใจรู้สึกถึงความอ้างว้างเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง...

 

ต้องการสิ่งที่ขาดนั้น ทั้งที่ไม่รู้ว่าขาดนั้นคืออะไร

.

.

ทำไมกันนะ...ทั้งๆที่จำไม่ได้...แม้กระทั่งชื่อ

แต่เหมือนกับว่าจะเคยผูกพันกันบางอย่าง

.

.

ชเว ซึงฮยอน

.

.

...............ซึงฮยอน...............

 

คำๆนี้เหมือนเคยใช้เรียกใครบางคน...ที่ไม่ใช่เจ้าซึงริ พยายามนึกเท่าไรว่าเป็นใครก็จำไม่ได้

 

“ซึงฮยอน...หรือว่าฉันจะเคยใช้เรียกนาย....แต่ทำไมฉันถึงจำไม่ได้ล่ะ........”

 

เท่าที่จำได้...ไม่มีเรื่องราวของหมอนั่นเลย         

.

พี่ดองอุคกับพี่แทบิน....รุ่นพี่ร่วมค่าย

แดซอง.....เจ้าตาหยีที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบในรายการต่างๆ

ซึงริ...ก็เจ้ามักเน่ของวง

ฮยอนซึง...เพื่อนตัวดีอีกคนที่โดนเด้งออกจากบิ๊กแบง

ยองเบ...เพื่อนรักที่เค้าแอบรักมาตั้งหลายปี

 

รักงั้นเหรอ...ทำไมรู้สึกแปลกกับคำๆนี้นะ...เหมือนไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว...ไม่ได้คิดแบบนั้นกับยองเบ...

.

.

รัก??

ใครกัน??

 

เหมือนจะมีภาพใครบางคนแวบเข้ามาในหัวเพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้น...แต่มันก็ติดตา...ใครบางคนที่ไม่รู้จัก...จำไม่ได้...

 

ซึงฮยอน

 

จี๊ด!!~~~~

ความเจ็บปวดแล่นแปลบทันทีที่นึกถึงชื่อใครคนนั้น...หลากหลายภาพที่แล่นเข้ามาแล้วก็หายไป...จนจำไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่

ร่างบางถึงกับต้องกุมขมับแน่นทิ้งตัวลงนอนหลับตานิ่ง...พยายามไม่นึกถึงอะไรอีก...ข่มตาให้หลับ...

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“ฮยอนซึง...นายช่วยเล่าเรื่องตอนที่นายขับรถชนฉันให้ฟังทีดิ..........” จียงบอกเพื่อนข้างกายที่กำลังปอกแอปเปิ้ลให้

“ทำไมอยากรู้ล่ะ..............”

“ก็ฉันอยากรู้ว่าทำไมถึงเซ่อซ่าไปให้นายชนได้...........”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก...”

“เล่ามา” จียงบอกเน้นน้ำเสียง

“นายนี่มันดื้อจริง...ฉันกลัวนายเจ็บนะ ถ้าเล่าให้ฟัง....”

“เหอะน่า...............” จียงเร่งทำให้ฮยอนซึงต้องเล่าเรื่องนั้นให้ฟัง

 

“...อยู่ๆนายก็โผล่ออกมา...และฉันก็มองไม่เห็นนาย...ระยะประชิดมากเลยล่ะ...และก็เบรกไม่ทัน ชนตู้มเลย.........”

“แค่นี้..............” จียงเอ่ยถามหลังจากที่ฮยอนซึงเล่าจบ

“ก็เออน่ะซิ......”

“แต่ฉันรู้สึกว่ามีอะไรมากกว่านั้นนะ............เหมือนมีใครอีกคนที่ไม่ใช่นายกับฉันในลานจอดรถนั้น........”

“แล้วนายคิดว่าใครล่ะ..........” ฮยอนซึงถาม

“...ไม่รู้ซิ.................”

“นายไม่รู้หรือว่า...ไม่คิดว่าจะใช่............” ถามอีกครั้งอย่างมีความหมาย

“นายหมายความว่า......นายรู้ใช่ไหมว่าใคร......”

“มันเป็นเรื่องที่นายต้องพยายามเอาเอง...นายบอกให้เล่าฉันก็เล่า....” ฮยอนซึงบอกก่อนยัดแอปเปิ้ลเข้าปากจียงเป็นการหยุดคำถาม

“อุ๊บ! ไอ้เอื่อนอ้า....” จียงได้แต่สบถออกมาไม่ได้ใจความ

 

ต้องพยายามเอาเองใช่ไหม

.

.

ถ้างั้นถามหมอนั่นไปเลยดีกว่า

 

“ทำไม...ฉันไม่เห็นซึงฮยอนเลยล่ะ...หมอนั่นไปไหนน่ะ...”

“....ใครจะมาละ...นายจำหมอนั่นไม่ได้แบบนี้อ่ะ...”

“ก็แทนที่จะมาช่วยรื้อฟื้นความทรงจำ....”

“หมอนั่นไม่อยากทำให้นายเจ็บ....หากฝืนรื้อมันขึ้นมา....”

“แล้วหมอนั่นไม่คิดว่าฉันจะเจ็บบ้างเหรอที่จำหมอนั่นไม่ได้ทั้งๆที่หมอนั่น...อาจเป็นคนที่สำคัญสำหรับฉัน..........”

“นายคิดงั้นเหรอ.............” ยองเบเอ่ยถามหลังจากเปิดประตูมาได้ยินคำพูดของเพื่อน

“...ย...ยองเบ......”

“หือ...ว่าไง...นายคิดว่าพี่เทมสำคัญกับนายยังไง.............”

“ฉ....ฉันจะไปรู้เหรอ...ฉันจำไม่ได้นี่....”

“ไม่เกี่ยวกับความจำ...แต่มันเกี่ยวกับความรู้สึกของนาย....” ยองเบบอกอย่างมีความหมายทำให้จียงได้แต่เงียบไป

ก่อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวใครได้ยิน

“เวลาเห็นหมอนั่นฉันรู้สึกเจ็บปวด.......................แต่พอไม่เห็นฉันก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนกัน” คำตอบนั้นทำเอาฮยอนซึงสบตากับแทยังอย่างมีความหมายแอบแฝง

“ฉันคงบ้าไปแล้วล่ะ..............” จียงเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบก่อนหันหน้าหนีเพื่อนทั้งสองเพื่อซ่อนหยาดน้ำเล็กนั้นไว้

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“โอ๊ย!! คิดถึงบ้านมากมาย...ห้องนอนของฉัน............” จียงเอ่ยออกมาอย่างร่าเริงเมื่อกลับมาถึงบ้านหลังจากที่คุณหมออนุญาตให้กลับ

“พี่จียงฮะ.............แล้วจะลากผมมาด้วยทำไมเนี่ย........” น้องเล็กเอ่ยถามเมื่อคนเป็นพี่ลากคอเข้ามาในห้องนอนของพี่ชาย

“ความสะใจเล็กๆน้อยๆ....ยองเบมันอยากทำตัวน่าหมันไส้ดีหนัก.........” บอกก่อนขยี้หัวน้องด้วยความรักใคร่

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ........” ซึงริถามพลางทำหน้าย่น

“ก็ไม่เกี่ยว...แต่สะใจ........”

“งั้นผมไปแหละ...หิว............” ซึงริบอกก่อนลี้ตัวออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่พี่ชายจะจับได้

“จะรีบไปหาไอ้ยองเบล่ะซิ....ชิส์ อิจฉานะเฟร้ย!!” จียงตะโกนไล่หลังก่อนทิ้งตัวนอนลงบนเตียงพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

 

[“ไม่เกี่ยวกับความจำ...แต่มันเกี่ยวกับความรู้สึกของนาย....”] อยู่ดีๆคำพูดของยองเบก็ลอยเข้ามาในหัว

 

“ความรูสึกของฉัน..............” จียงได้แต่พึมพำกับตัวเองก่อนลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป

เมื่อนิ้วเรียวแตะเข้าที่ชั้นวางของที่ทำจากหินอ่อนก็ทำเอาร่างบางถึงกับปวดหัวอีกครั้ง...ภาพทั้งหลายที่ไม่ปะติปะต่อเริ่มเวียนวนเข้ามาอีกครั้ง...หลากหลายภาพเหล่านั้นมีแต่...ภาพของซึงฮยอน....

“นายคือใครกันแน่??..........” จียงได้แต่พึมพำกับตัวเองผ่านกระจก

 

หลายครั้งที่นอนหลับ...เหมือนมีใครบางคนคอยอยู่ข้างกายเสมอ...แต่พอตื่นขึ้นมาก็กลับไม่เจอใคร

.....หลงเหลือแต่สัมผัสอบอุ่นไว้เท่านั้น.....

 

ครั้งนี้ก็เช่นกันที่จียงอยากจะหลับให้ยาวนานอีกครั้ง

อยากให้มันอยู่อย่างนี้ตลอดไป...แม้จะเป็นแค่ความฝันก็ตาม

.

.

กลัวที่จะตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครอีก

.

“ฉันขอโทษ......ที่ทำให้นายเจ็บปวด....ฉันจะพยายามไม่เจอหน้านายอีก...ถึงแม้จะยากแค่ไหนก็ตาม....เรื่องทุกอย่างมันเป็นเพราะฉัน...ถ้าหากฉันเลือกที่จะไม่โกรธสองคนนั้น...นายก็คงไม่เป็นแบบนี้...ฉันทำร้ายนายเกินกว่าที่ฉันจะรื้อฟื้นความทรงจำอันโหดร้ายให้กับนายได้...มันดีแล้วล่ะ...ที่นายเลือกที่จะลืมฉัน.....มันคงจะช้าเกินไปที่จะบอกนาย...ว่าฉันรักนายมากแค่ไหน...มันช้าไป...ช้ามากที่กว่าฉันจะรู้ตัวว่ารักนายเข้าแล้ว...ฉันรักนายนะ.........”

 

ใครน่ะ??

ใครกันที่พร่ำพูดคำพูดเหล่านั้น....ใครกัน??

 

เหมือนความฝันที่ร่างบางกำลังดำดิ่งอยู่นั้นได้ฉุดเอาความทรงจำบางอย่างกลับเข้ามาแทนที่...จิตใต้สำนึกที่ลืมเลือนเรื่องราวบางอย่างไป...เริ่มปะติดปะต่อภาพมากมายเหล่านั้นที่เคยเห็นให้เป็นเรื่องเป็นราว...

 

“ซึงฮยอน...........” ร่างบางโพล่งชื่อนั้นออกมาพร้อมกับสายตาที่มองไปมารอบๆห้องก่อนจะรู้สึกเห็นใครบางคนกำลังเดินออกไปจากเตียงช้าๆ

“ซึงฮยอน....นั่นนายใช่ไหม................” จียงเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบ

“.................................”

“ซึงฮยอน....ถ้านายเดินออกไปตอนนี้...ฉันจะไม่ยกโทษให้นาย.......” จียงประกาศ

“ฉันไม่มีค่าพอให้นายยกโทษให้ฉันหรอก..............”

“แล้วนายรู้ได้ยังไง...ว่านายไม่มีค่าพอ.........” จียงเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาร่างสูง

“...............................”

“นายยังไม่ได้ชดใช้ในสิ่งที่นายทำไว้กับฉันเลยนะ...........” คำพูดที่ออกมาจากปากร่างบางทำเอาร่างสูงหันมามอง

“นาย....จำได้แล้วเหรอ...........” ร่างสูงถามพร้อมกับที่มือหนาจะตรงเข้าสัมผัสแก้มร่างบาง แต่หากมีบางอย่างยั้งไว้

“ใช่....ฉันจำได้ว่าฉันเป็นที่รองรับอารมณ์ของนาย...ฉันจำได้ว่าฉันโดนรถชนก็เพราะนาย.........”

“อืม...นั่นซินะ...ฉันเป็นต้นเหตุเรื่องทั้งหมด..........” ร่างสูงยอมรับออกมาอย่างเศร้า

“ที่ฉันความจำเสื่อมก็เพราะนาย...เพราะฉันไม่อยากจดจำความเลวร้ายที่นายทำกับฉัน.......”

“ฉันขอโทษ.........”

“คิดว่าขอโทษแล้วมันจะหายงั้นเหรอ.........” จียงถามพลางกระชากคอเสื้อร่างสูง

“นายจะทำอะไรฉันก็ได้...............”

“ฉันทำแน่!” จียงบอกเสียงแข็ง

“..................................”

“เวลาฉันเห็นนาย...ฉันมักจะเจ็บปวดทุกครั้ง......แต่ในเวลาที่ฉันไม่เห็นนาย....ฉันกลับ....เจ็บปวดกว่าเดิม...ฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าเวลาอยู่กับยองเบ...ฉันไม่ได้รู้สึกเหมือนเวลาที่อยู่กับนาย....มันเปลี่ยนไป....ฉันไม่คิดว่าฉันจะรักนาย...แต่มันก็เป็นแบบนั้นไปแล้ว.................”

“...........จียง..........................”

“ทั้งๆที่นายทำร้ายฉัน......แต่ฉันกลับรักนายเข้าไปแล้ว.........ฉันคงบ้าที่รู้สึกแบบนั้น.............ฮึก...ฉัน...ฮึกๆ...” จียงพยายามพูดต่อแต่ก็ถูกกั้นด้วยเสียงสะอื้น...มือหนาปาดน้ำตาให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน

“ฉันขอโทษ...มันคงเป็นคำพูดเดียวที่แทนความรู้สึกผิดของฉัน..........แต่คงมีอีกคำพูดที่ฉันอยากบอกนาย...ฉันไม่อยากบอกนายตอนนายหลับอีกแล้ว....ฉันรักนาย.............”

“ฮึกๆ...ฉันรู้แล้ว.................ฉันได้ยินแล้ว.........” จียงบอกก่อนซุกใบหน้าลงไปที่อกแกร่ง

“ฉันไม่หวังให้นายยกโทษให้ฉัน.....เพราะฉันรู้ตัวว่าผิดมากแค่ไหน....”

“นายสมควรโดนลงโทษ.........”

“แล้วแต่นาย...........ต่อไปนี้ฉันจะเป็นที่รองรับอารมณ์ของนายแทน..........”

“ก็ดี.........” จียงบอกพลางร้องไห้ไม่หยุด

 

ภายใต้ความมืดมีเพียงแสงไฟจากภายนอกเท่านั้นที่ลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย...ภายในห้องที่มีเพียงสองร่างที่กำลังร่วมรักกันอย่างอ่อนหวานละมุนละไม

“ซึงฮยอน......” จียงครางเรียกชื่อคนตรงหน้า

“หือ...............”

“....ในเมื่อนายเป็นที่รองรับอารมณ์.....ทำไมนายไม่ให้ฉันรุกนายบ้างล่ะ........” จียงเอ่ยถาม

“...อุ๊บ!.................” ร่างสูงพยายามกลั้นหัวเราะกับคำพูดของร่างบาง

“อะไรของนาย...........”

“ถ้านายคิดว่าทำได้...ก็ลองดูซิ...” ร่างสูงพูดพร้อมกลั้วหัวเราะ

“นาย...คิดว่าฉันทำไม่ได้เหรอ........” จียงถามอย่างไม่พอใจ

“เปล่าสักหน่อย.............”

“ก็ได้....แล้วนายจะรู้สึก...............” จียงบอกก่อนพลิกตัวเป็นฝ่ายคร่อมร่างสูงแทน

“เริ่มซิ.............” ร่างสูงยิ้มบอกพลางจับเข้าที่เอวบาง

มือคู่บางปะป่ายไปทั่วยังแผ่นกว้างที่เปลือยเปล่า...ริมฝีปากจรดเข้าที่ซอกคอลากลงเรื่อยจนถึงหน้าท้อง...ทุกสัมผัสเป็นไปอย่างช้าๆ...อาการสั่นของร่างบางนั้นบ่งบอกให้ร่างสูงรับรู้ได้ว่าร่างบางรู้สึกเช่นไร

 

...ยังคงอ่อนเดียงสาอยู่ดี...

 

มือบางเริ่มขยับมายังส่วนสำคัญ...ร่างบางถึงกับตกใจที่รู้ว่าส่วนนั้นใหญ่กว่าของตนมากนัก...พาลคิดว่าที่ผ่านๆมามันเข้าไปได้ยังไง...อยากจะเลิกตอนนี้แต่ก็กลัวที่จะเสียฟอร์ม...

 

ทำเป็นที่ไหนกันล่ะ! แต่มาดูถูกกันอย่างนี้เค้าก็ยอมไม่ได้หรอกนะ

 

“ว่าไงล่ะ...หยุดทำไม.........” ร่างสูงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ชวนภิรมย์นัก

“....อย่าพูดมาก!..........” ร่างบางว่ากลบเกลื่อนอาการ

“ถ้างั้นก็ต่อซิ....ฉันกำลังได้ที่....” ร่างสูงบอกเน้นอารมณ์ของตน ทำให้ร่างบางฉุกคิดได้ว่า

“ไม่เอาแล้ว! ทำอย่างนี้ก็เหมือนกับว่านายไม่ได้เป็นที่รองรับอารมณ์น่ะซิ...........” ร่างบางเอ่ยบอกพลางผละออกจากร่างสูง แต่ทว่าร่างสูงกลับรั้งเอวร่างบางมาเกาะเกี่ยวไว้

“แล้วนายคิดว่าต้องทำยังไงล่ะ.....ฉันว่า...แบบนี้ดีกว่า.......” ร่างสูงบอกพลางพลิกตัวกลับมาอยู่ด้านบนอีกครั้ง

“.....ไม่เอา.....ฉันไม่ทำแล้ว.............” จียงร้องบอกทั้งพยายามดิ้น

“ไม่ทันแล้วล่ะ....นายทำอารมณ์ฉันเตลิดแล้ว.........” ร่างสูงกระซิบบอกเข้าที่ข้างหูร่างบาง

“ก...ก็ดีน่ะซิ....นายจะได้ทรมาน.........” จียงบอกทั้งที่ใบหน้าเริ่มแดงเรื่อ

“จะดีเหรอ.............” ร่างสูงถามแค่นั้นก็ก้มลงปิดปากช่างรั้นของร่างบางอย่างนุ่มนวล

มือคู่หนาไล้ตามสัดส่วนของร่างบางก่อนย้อนขึ้นมาบีบเน้นยังยอดอก...ก่อนไล้ลงไปเคล้นคลึงยังบริเวณสะโพก...ทำเอาร่างบางครางออกมาเล็กน้อย...

“ว่ายังไงล่ะ.........”

“อึก....อือ............” ร่างบางครางบอกทั้งที่ไม่เต็มใจนักที่ต้องเสียฟอร์มแบบนี้

 

เพียงเท่านั้นการกระทำของร่างสูงก็เริ่มเป็นไปอย่างอ่อนโยน...อ่อนหวาน...ความรู้สึกที่เคยต้องการแสดงออกมานั้น...บัดนี้มันได้กระจายไปทั่วทุกอณูร่างกายของคนทั้งสอง...

 

จากการที่เป็นที่รองรับอารมณ์ของใครบางคน....กลับเป็นการรองรับอารมณ์ร่วมกัน

 

“ฉันไม่รู้ว่านายจะเชื่อหรือเปล่า...แต่ฉันคิดว่าฉันรักนายตั้งแต่ที่นายพยายามปฏิเสธฉันแล้วล่ะ..........” ร่างสูงกระซิบบอก

“โดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ตัว...เลยเผลอใช้อารมณ์รุนแรงทำร้ายนาย....ต่อไปนี้ฉันจะชดใช้ให้ทุกสิ่งที่นายต้องการจากฉัน......”

“อือ.......ถ้าอย่างนั้น...ฉันขอหัวใจนายก็แล้วกัน....” จียงเอ่ยบอก

“อือ....ฉันรักนาย....จียง......”

“เช่นกัน...ควอน จียง รัก ชเว ซึงฮยอน

 

ความรักที่ก่อตัวขึ้นบนความรักที่ไม่สมหวังของคนสองคน

เป็นแรงผลักดันให้คนทั้งคู่ได้รู้จักนิสัยใจคอของกันและกัน

.

.

ความผิดพลาดที่ได้เกิดขึ้น.....

......สอนให้คนทั้งสองได้รับรู้

 

THE END

 

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

O.o!! ตอนแรกแอบตกใจ นึกว่าเป็นเรื่องที่ต่อกันซะอีก
พี่โป้ออกมาตอนแรงอย่างเลว
สงสารน้องจีเป็นที่สุดอ่ะ
แอบดีใจนิกนึงที่ว่าน้องจีความจำเสื่อม
จะได้สั่งสอนพี่โป้อฃบ้างอะไรบ้าง

อ่า~ แต่ก็ได้สั่งสอนกันหอมปากหอมคอเนอะ
ในที่สุดก้เข้าใจกัน
เล่นซะเหนื่อย...เกือบเสียน้ำตาแน่ะ T^T

เค้าชอบเรื่องนี้มากเลยอ่ะ มันเจ็บจิ้ดดี
อ่าน 3 เรื่องรวด ฮิฮิ กอด กอด~

#1 By Alto_p@rty (118.174.9.21) on 2010-05-14 23:32

ปู่ทำร้ายจียงได้ลงคอเลยนะ T_T
จีน่าสงสารจังเลย...

มันช่างต่างจากสองเรื่องที่แล้วมากเลยค่ะ...
ดราม่าได้อีกค่ะ...สองเรื่องที่แล้วดูใสนะค่ะ...แต่พอมาเรื่องนี้แล้ว...น้ำตาไหลค่ะ...

ชอบค่ะ...เป็นกำลังใจให้นะค่ะ...เอามาลงอีกนะค่ะจะคอยตามอ่านค่ะ...

#2 By (111.84.166.222) on 2010-05-16 14:56