[SF] Black Day

posted on 14 May 2010 15:25 by beer-sandglass

Title   : Black Day

Pairing : TEM-G

Rate  : NC

Author : T-Lek

 

 

วานเลนไทน์...วันแห่งความรัก

.

.

วันไวท์เดย์...วันแห่งการตอบแทนความรัก

.

.

วันแบล็กดย์...วันแห่งคนโสด

.............

 

“เฮ้อ!~~~......” ลมหายใจที่ถูกถอนออกมาบ่งบอกอารมณ์แห่งความเบื่อหน่ายได้เป็นอย่างดี

“จะถอนหายใจทำไม........” เสียงต่ำเอ่ยถามออกมาด้วยความแข็งกร้าวพร้อมอ้อมแขนแกร่งที่ปราศจากความอบอุ่นรวบรัดตัวร่างของ ควอน จียง ไว้

“...ซ...ซึงฮยอน......” เสียงใสกระตุกเอ่ยชื่อคนที่เข้าสวมกอดตนอย่างตกใจ

“...วันนี้ฉันจะมานอนกับนาย..........” น้ำเสียงเย็นๆเอ่ยบอกก่อนขบเข้าที่ใบหูร่างบาง

“....ต....แต่....อย่าดีกว่า...มันไม่ดีหรอก.......” จียงบอกปัดพลางพยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดซึ่งไร้ความอบอุ่น

“หึ...ไม่ดีอย่างไงล่ะ...ในเมื่อนายก็ทำอยู่เป็นประจำ.........” เอ่ยย้ำก่อนจับปลายคางของร่างบางไว้มั่น

“ฉ...ฉัน.......อุ๊บ!..........” ไม่ทันที่ร่างบางจะได้ปฏิเสธอะไรกลีบปากอิ่มงามก็ถูกปิดกลั้นจากคนตรงหน้า...มีแต่เสียงอื้ออึงกับการกระทำที่จาบจ้วงไร้ซึ่งความอ่อนโยน....

“อึก...อื้อ! อย่า.........” เสียงร้องห้ามนั้นไม่ได้ส่งผลให้คนรุกรานหยุดการกระทำแต่อย่างใด มือคู่หนาไล้ลงมาสัมผัสยังหน้าท้องนวลเนียนก่อนไล้ลงเรื่อยยังต้นขา...ก่อนเลื่อนฝ่ามือรูดซิบกางเกงพร้อมดึงรั้งกางเกงออกมาจากขาร่างบาง

“อย่านะ!...หยุดสักที...........” ร้องห้ามพลางจะยันตัวกระเถิบถอยหนีแต่ไม่ได้ผล....มือแกร่งกระชากเข้าที่ต้นแขนร่างบางพร้อมกับแรงบีบที่ส่งผ่านมา

“อย่าเรื่องมากได้ไหม!

“ซึงฮยอนปล่อยฉันเถอะ...อย่าทำแบบนี้เลย.........” ร่างบางร้องขอพร้อมหยดน้ำตาที่รินไหล

“ก็เป็นนายไม่ใช่หรือไงที่ต้องการแบบนี้............” ตวาดถามพร้อมกับเพิ่มแรงบีบเข้าที่ต้นแขนร่างบาง

“แต่มันไม่ใช่แบบนี้...ฉันไม่ต้องการ.............”

“มาคิดตอนนี้มันไม่สายเกินไปหน่อยเหรอไงกันจียง........” ถามเสียงแข็งพลางดันตัวร่างบางออกก่อนเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจร่างบางอีกเลย....ทิ้งไว้แต่ความเงียบ...พร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังแผ่วๆออกมาเท่านั้น

 

มันไม่ควรที่จะเป็นแบบนี้...ไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนี้

 

~ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว~

จุดเริ่มต้นของเรื่องบ้าๆแบบนี้มันเกิดเมื่อตอนวันแบล็กเดย์ (วันที่ 14 เมษายน)...วันที่คนที่ไม่มีแฟนร่วมเฉลิมฉลองกันกินจาจังมยอน (บะหมี่ราดด้วยซอสถั่วดำ ซึ่งจะเป็นบะหมี่สีดำ) เพื่อจะได้พบรักที่เร็วขึ้น

วันนั้น ควอน จียง ก็ร่วมกินจาจังมยอนกับเขาด้วยที่ร้านข้างล่างคอนโด...แล้ววันนั้นจียงก็ได้เห็นร่างสูงๆของเพื่อนร่วมวง ชเว ซึงฮยอน ก็กำลังนั่งกินจาจังมยอนเหมือนกัน...พวกเขาเลยได้นั่งกินร่วมโต๊ะกัน

หลังจากที่กินกันจนอิ่มแปล้แล้วทั้งสองก็กลับขึ้นห้องไป...แต่แล้วก็ได้เจอคนสารภาพรักกันกลางห้องนั่งเล่น...ซึ่งคนในนั้นก็เป็นคนที่จียงแอบรักอยู่...... ทง ยองเบ เพื่อนที่สนิทกับเค้ามาเกือบสิบปี คนที่จียงยอมทุกอย่างเพียงเพื่อจะได้ใกล้ชิดเพื่อนของเค้า...รักเขาข้างเดียวมันย่อมเจ็บเสมออยู่แล้ว...

“ซึงริ...............” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แผ่วเบาแต่ทว่าจียงนั้นกลับได้ยินมันชัดเจน...ตาเรียวมองร่างสูงอย่างสงสัย...มือหนากำหมัดแน่นเหมือนอย่างต้องการข่มอารมณ์อยู่...หรือว่า...หมอนี่จะชอบ...ซึงริ....

“ผมก็รักพี่ฮะ...พี่ยองเบ...” สิ้นคำสารภาพรักของน้องเล็กทั้งสองก็กอดกันกลม

“ยองเบ ซึงริ.............” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกเสียงแข็ง พร้อมกับเดินเข้าไปกระชากร่างของซึงริออกมา

“...เอ่อ...มีอะไรเหรอฮะพี่เทม.........” น้องเล็กเอียงคอถามอย่างสงสัยพร้อมกับใบหน้าที่แต้มด้วยสีแดงๆ

“พวกนาย............”

“เอ่อ /// ฮะ...ผมรักพี่ยองเบ.....”

“..........................”

“ขอบคุณนะฮะพี่เทม.............” น้องเล็กกล่าวขอบคุณก่อนสวมกอดพี่ชายร่างสูงอย่างรักใคร่...การกระทำของน้องเล็กทำเอาอารมณ์ของร่างสูงที่พุ่งขึ้นสูงหยุดชะงักลงมาทันที

.

.

.

น้ำสีใสถูกกระดกเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าอย่างกับว่าน้ำใสเหล่านั้นเป็นเพียงน้ำเปล่าเท่านั้น

“นี่นาย...จะดื่มให้เมาเลยหรือไง...........” จียงเอ่ยถามหลังจากนั่งเป็นเพื่อนเจ้านี่มาเกือบชั่วโมงแล้ว

“...เรื่องของฉัน....นายจะไปรู้อะไรในเมื่อนายไม่ได้รักใครแบบฉัน..........” ร่างสูงตวาดใส่อย่างคนเริ่มไม่มีสติ

“...นั่นซินะ....ฉันก็อยากเมาแบบนายเหมือนกันนั่นแหละ...รักเขาข้างเดียวมันย่อมเจ็บเสมอ........” จียงพูดออกมาอย่างลอยๆ

“....ช่าย....ทำไมฉันต้องรักเค้าข้างเดียวด้วยยยยย...” ร่างสูงโพล่งออกมาพลางกระดกน้ำใสเหล่านั้นเข้าปากอีกครั้ง

“ยองเบ...กับซึงริ...ก็คงสมกันดี...........” จียงพูดอย่างตัดพ้อ

“นาย...ชอบบบบ...ไอ้เจ้าบ้านั่นเหรออออออ......” ร่างสูงเอ่ยถาม

“อืม.............” จียงตอบเหมือนรู้ว่าร่างสูงหมายถึงใคร

“ถ้าง้านน...ทำไมเราไม่ร่วมมือกันล่ะ.........”

“ไม่ล่ะ...เห็นหมอนั่นมีความสุข...ฉันก็มีความสุข.........”

“...แต่ฉันไม่! ไม่มีทางที่จะมีความสุขแน่ถ้าฉันไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ........” คำพูดที่เหมือนกับว่าไม่ได้เมาทำเอาจียงจ้องมองเข้าไปที่แววตาของร่างสูง แล้วก็แลเห็นความต้องการเอาชนะบางอย่างลุกโชติช่วงอยู่ในดวงตาคมคู่นั้น

“นายคิดจะทำอะไรน่ะซึงฮยอน.........” จียงถามทั้งที่ในใจก็กลัวคำตอบ

“...ทำร้ายคนที่นายรักมั้ง........” ร่างสูงตอบกลับมาอย่างแน่วแน่

“ซึงฮยอน.....ไม่นะ! นายจะทำร้ายยองเบไม่ได้นะ...”

“...หมอนั่นเป็นสิ่งที่ขวางหูขวางตาฉัน...........นายเข้าใจไหม.....” เขย่าตัวจียงถามอย่างมีน้ำโห

“ก็ลองนายทำดูซิ...ฉันก็จะทำร้ายซึงริเช่นกัน....” จียงย้อนกลับไปบ้างอย่างเหลืออด

“อย่ามาท้าทายฉันนะจียง..........” ร่างสูงตวาดใส่อีกครั้ง

“ฉันไม่ได้ท้าทายนาย...แต่ถ้านายทำร้ายยองเบเมื่อไร...ซึงริของนายก็ไม่เหลือเหมือนกัน....”

“จียง!” ร่างสูงกระชากร่างจียงเข้ามาด้วยความโกรธ

“ถ้านายแค้นอะไรยองเบก็มาลงที่ฉันดีกว่า.........” จียงบอกอย่างไม่กลัวแรงที่กำลังบีบแน่นเข้าไปทุกที

“ก็ดี!! ฉันทำแน่...........” ไม่พูดเปล่ากระชากตัวร่างบางเข้ามาใกล้กว่าเดิมก่อนประกบปากตัวเองกับจียงอย่างรุนแรง...ไร้ซี่งความอ่อนโยน...ไม่มีแม้แต่คำว่าสงสารถึงแม้ว่าลิ้นร้อนจะสัมผัสได้กับกลิ่นคาวเลือด

“จำไว้...ต่อไปนี้ถ้ายองเบมันทำอะไรให้ฉันแค้นละก็...นายจะเป็นที่รองรับอารมณ์ของฉัน!!” ประกาศกร้าวพลางผลักจียงให้พ้นทางเดินก่อนเดินจากไป

.

.

.

และจียงก็ต้องคอยเป็นที่รองรับอารมณ์ให้ร่างสูงอย่างนี้หลายครั้ง...จนบางครั้งถึงกับเลยเถิดไปไกล...จนไม่สามารถเรียกมันกลับมาได้อีก

 

ทุกๆวันของจียง...ช่างมืดมนเสียจริงๆ

ทุกๆวันของจียง...ก็เหมือนกับวันแบล็กเดย์

.

.

วันสีดำ

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“จียง...นายว่าซึงริจะชอบสร้อยเส้นนี้ไหม.....” ยองเบเอ่ยถามเพื่อนสนิทข้างกายที่ออกมาเลือกซื้อของเป็นเพื่อนกัน

“.........................”

“จียง! นายเป็นอะไรหรือเปล่า....” ยองเบเรียกจียงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังเหม่ออยู่

“ห๊ะ! อ๋อ...เปล่าๆ ไม่มีอะไร...เมื่อกี้นายว่ายังไงน่ะ...”

“สร้อยเส้นนี้น่ะ...ซึงริจะชอบไหม............”

“อืม...น่าจะชอบนะ.....ความจริงนายให้อะไรกับซึงริ...เจ้านั่นก็ชอบหมดแหละ...” จียงเอ่ยบอกพลางส่งยิ้มไปให้เพื่อไม่ให้เพื่อนสงสัย

“อืม...งั้นเอาอันนี้ครับ..........” ยองเบเอ่ยบอกเจ้าของร้านพลางยื่นสร้อยสีเงินจี้รูปหัวใจให้คิดเงินโดยมีจียงคอยมองการกระทำนั้นตลอด...

 

แค่นายมีความสุข...ฉันก็รู้สึกมีความสุขแล้วล่ะ

เวลานายยิ้มทำให้จิตใจของฉันรู้สึกดีจริงๆนะ...ยองเบ

 

“วันนี้นายหายไปไหนมากับยองเบ!” เสียงทุ้มต่ำตวาดถามอย่างไม่พอใจเล็กน้อยที่เห็นร่างบางไปไหนมาไหนกับยองเบ

“มันเรื่องของฉัน...แล้วนายเข้ามาในห้องฉันทำไม....” จียงบอกก่อนถามเสียงแข็ง

“ทำไมล่ะ...ฉันจะเข้ามาในห้องของผู้รองรับอารมณ์ไม่ได้ล่ะ......”ร่างสูงบอกพลางเน้นคำว่าผู้รองรับอารมณ์

“ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว...........” จียงบอกพลางไม่สบสายตาร่างสูงก่อนเดินไปหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป

“ฉันคงมีให้ไม่ได้หรอก...ความเป็นส่วนตัวของนายน่ะ.........” ร่างสูงบอกพลางผลักร่างจียงให้ติดกับแท่นหินอ่อนหน้ากระจกห้องน้ำ

“จ...จะทำอะไร....”

“ก็อย่างที่รู้...........” บอกก่อนโน้มตัวลงมอบจูบที่แสนจะโหดร้ายให้ร่างบางที่พยายามดิ้นขัดขืน...มือบางพยายามทุบเข้าที่ไหล่กว้าง...แต่กลับโดนมือคู่หนารวบเอาไว้แน่น

“ยังไม่ชินอีกหรือไง..........” ร่างสูงแสยะยิ้มพลางหยิบผ้าขนหนูมัดเข้าที่ข้อมือบางๆ

“หยุดนะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!!” จียงร้องโวยวายพลางดิ้นให้หลุดพ้น

“ผิวของนายไม่ได้มีรอยของฉันมากี่วันแล้วล่ะ....” ร่างสูงถามพลางถอดเสื้อร่างบางออกก่อนจรดริมฝีปากได้รูปขบเม้มไปตามส่วนต่างๆของร่างกายจียงจนเกิดเป็นรอยเต็มไปทั่ว

“วันนี้ฉันจะทำให้นายไม่กล้าเจอหน้ายองเบมัน!” บอกก่อนจูบปิดปากอีกครั้งในขณะที่มือหนาก็เลื่อนลงลูบไล้ยังยอดอกร่างบางให้แข็งชันขึ้น ก่อนที่จะผละริมฝีปากมาขบเม้มยังส่วนยอดอกอย่างตะกละตะกราม

“หยุดนะ! ไม่! ฉันไม่ต้องการ......อึก....” จียงร้องห้ามเมื่อมือของร่างสูงเลื่อนลงมาปลดกางเกงเนื้อดีออกจากขาพร้อมชั้นในตัวบางก็หลุดล่วงมาด้วย...เผยให้เห็นส่วนอ่อนไหวที่กำลังสั่นระริกของร่างบาง

“ถ้าไม่ต้องการ...แล้วไอ้นี่หมายความว่ายังไงล่ะ...” ยกยิ้มถามด้วยสีหน้าและแววตามาดมั่นก่อนที่มือหนาจะตรงลงมาหยอกล้อส่วนนั้น...

“อึก...อ่ะ! ย...อย่า...อ๊าาาา!” ร้องห้ามเสียงหลงเมื่อของเหลวสีขุ่นคลั่กนั้นทะลักออกมาเต็มมือร่างสูงเพียงเวลาไม่กี่นาทีที่ร่างสูงกระทำ

“เร็วดีนี่...อยากจะรู้ว่าถ้ามากกว่านี้จะเร็วหรือเปล่า.......” แสยะยิ้มก่อนเลียไปบนฝ่ามือของตัวเอง

“ไม่...ขอร้อง...อย่า....” จียงพยายามอ้อนวอนทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่เป็นผล

ฝ่ามือหนาลูบขึ้นลงยังส่วนอ่อนไหวของร่างบาง...ก่อนที่จะเลื่อนไปยังช่องทางด้านหลังที่คับแคบ...นิ้วเรียวสอดใส่เข้าไปสำรวจร่างกายภายในของร่างบางเพื่อหาจุดอ่อนไหว...

“...อุบ...อึก อ๊ะ! อ๊า อึก......” ร่างบางพยายามกลั้นเสียงครางเวลาที่โดนเรียวนิ้วนั้นสะกิดเข้าที่จุดรับสัมผัสแห่งห้วงอารมณ์

“ต้องการมากกว่านี้ใช่ไหมล่ะ...ขอฉันซิ...แล้วฉันจะให้......”

“อึก...ไม่! ...ไม่ต้องการ...อ๊าาาา...อึก...” เมื่อเห็นทีท่าว่าร่างบางจะปฏิเสธร่างสูงก็จัดการกวาดเรียวนิ้วภายในจนโดนจุดๆนั้นอีกครั้งพร้อมกับอีกมือหนึ่งก็ปรนเปรอยังอวัยวะส่วนหน้าของร่างบาง...

“หือ...ว่ายังไง........” กระซิบที่ใบหูอีกครั้งก่อนขบเม้มเบาๆเพื่อเร่งอารมณ์ร่างบางให้สูงขึ้นอีก

“....ม...ไม่...อึก...ได้โปรด...ช่วยฉันที..........” แต่แล้วร่างบางก็ต้องยอมจำนนกับความต้องการที่พุ่งสูงของตัวเองความคิดที่ไม่ต้องการกลับถูกกลืนกินไปจนหมด...จนตอนนี้ร่างบางแทบไม่เหลือสติไว้ยับยั้งชั่งใจอีก

ร่างสูงถอนเรียวนิ้วออกมาก่อนปลดเข็มขัดกางเกง...เมื่อกางเกงหลุดออกมาจนสิ้นร่างสูงก็จัดการสนองอารมณ์ให้ร่างบางทันที...แต่เหมือนกับว่าไม่ใช่เพียงแค่ร่างบางที่รับรู้ความรู้สึกสิเน่หานั้น...ร่างสูงก็ต้องการเช่นกัน...และเหมือนว่าจะมากกว่าทุกครั้ง

การกระทำที่ร่างสูงกระทำนั้นช่างอ่อนโยนผิดจากที่ผ่านๆมาโดยสิ้นเชิง...การกระทำที่เหมือนต้องการถนอมคนตรงหน้า...ทำเอาความคิดของจียงแวบเข้ามาเพียงนิด...เสมือนว่าเค้าเป็นคนสำคัญ...ทำไมไม่รู้เช่นกันที่ร่างบางต้องการสัมผัสนั้นที่ได้รับจากร่างสูงอย่างโหยหา...

แต่แล้วเพียงภาพๆเดียวที่แวบเข้ามาในหัวของร่างสูง...ภาพที่จียงเดินหัวเราะกับแทยัง...รอยยิ้มที่เค้าไม่เคยเห็นเวลาร่างบางอยู่กับตน...กลับทำให้อารมณ์บางอย่างแทรกเข้ามาจนกลายเป็นการกระทำที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ...ร่างสูงสนองอารมณ์ทั้งหลายเข้าไปในตัวร่างบางอย่างไม่นึกสงสารอะไรร่างบางที่ต้องเป็นคนที่รองรับการกระทำที่รุนแรงนี้...

เหมือนหนทางจะมาถึงคำว่าสิ้นสุดเมื่อร่างสูงปลดปล่อยของเหลวอุ่นๆเข้าไปในภายในร่างกายร่างบาง...ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวที่ร่างบางปลดปล่อยมันออกมา...

หยดเหงื่อเกาะพราวบนใบหน้าที่เหนื่อยอ่อนเหมือนจะหมดแรงกอปรกับข้อมือแดงๆที่หลุดพ้นจากการรัดกุมของร่างบางทำเอาร่างสูงได้รับรู้ว่าตนได้กระทำการรุนแรงจนเกินไปเสียแล้ว...

“อาบน้ำซะ........” ร่างสูงบอกพลางหยิบฝักบัวในอ่างมาล้างเนื้อล้างตัวจนเสร็จสิ้นก่อนหันเหฝักบัวไปล้างตัวให้ร่างบางที่นั่งเหนื่อยหอบอยู่หน้ากระจกบานเดิม

“...ไม่ต้อง...ฉันทำเอง....ได้....” จียงบอกเสียงอ่อนก่อนเอื้อมมือไปหยิบฝักบัวนั้นจากร่างสูง...แต่อาการที่ยังคงเจ็บอยู่บริเวณด้านหลังทำเอาร่างบางเสียหลักล่วงหล่นจากที่นั่ง...

“อย่ามาทำอวดเก่ง...........” ร่างสูงดุก่อนพยุงร่างบางไว้กับตัวก่อนอาบน้ำให้ร่างบางแทน

“นาย...ทำแบบนี้ทำไม...ทำไมไม่ปล่อยฉันไว้เหมือนอย่างเคย....” จียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วๆพร้อมกับน้ำเย็นๆสัมผัสเข้าที่ร่างกาย

ร่างสูงนิ่งไปกับคำถามเมื่อครู่...พลางคิดว่าทำไมเขาถึงทำอย่างที่ร่างบางพูด...แต่คิดเท่าไรก็หาคำตอบไม่ได้...รู้แต่เพียงว่า

 

...เค้าไม่อยากเห็นคนๆนี้ล้มลงไป...

 

“อย่าถาม...ฉันก็ไม่ได้พิศวาสอะไรนักหรอก..........” ร่างสูงกลับบอกออกไปไม่ตรงกับที่ใจคิดแม้แต่น้อย

“.............................” ร่างบางนิ่งไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น

“เอ้า! เสร็จแล้ว....” ร่างสูงเอ่ยบอกร่างบางก่อนพยุงตัวร่างบางที่ดูเหมือนกับว่า...จะหมดสติไปเสียแล้ว...

ร่างสูงจึงจัดการช้อนร่างบางๆของจียงออกมาจากห้องน้ำแล้วนำไปวางยังเตียงนอน...ก่อนใส่เสื้อคลุมให้ตัวเอง...แล้วก็หยิบผ้าคลุมของร่างบางออกมาใส่ให้เช่นกันก่อนห่มผ้าห่มให้ร่างบางอีกครั้ง

ใบหน้าคมคายจ้องมองใบหน้าหวานๆของจียงอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งมารู้ว่าปากของตัวเองกำลังจะสัมผัสริมฝีปากร่างบาง...ร่างสูงสะบัดหน้าไปมาอย่างห้ามความคิดของตัวเอง...

 

นี่ฉันกำลังเป็นอะไรไป....ไม่! ต้องไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น

 

ร่างสูงบอกกับตัวเองภายในใจก่อนเดินออกไปทั้งที่ยังสับสนกับตัวเองอยู่

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

เหมือนความฝัน...ฝันที่ไม่อาจเป็นจริงได้...

เหมือนหลับฝันไปชั่วครู่...พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็ยังคงสัมผัสได้กับความโหดร้ายเหมือนเดิม...

.

เหมือนกับทุกๆวัน

 

ร่างบางพยายามลุกออกจากเตียงเพื่อไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะสังเกตเห็นว่าร่างกายของตัวเองนั้นถูกปกคลุมด้วยเสื้อคลุมที่ร่างบางจำได้ว่าไม่ได้ใส่มัน...เพราะว่าหลังจากที่ร่างสูงชำระร่างกายให้...ก็สลบไปเสียแล้ว

ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ...แต่มันเหมือนกับที่ฝันเมื่อคืนนี้...มันดูอ่อนหวาน...แตกต่างจากที่เคยฝัน...

“ฮึ...มันก็เป็นแค่ความฝัน...ไม่มีวันหรอก...” ตัดพ้อกับตัวเองก่อนพยุงร่างกายที่อ่อนแรงไปยังห้องน้ำ...

 

“อรุณสวัสดิ์ฮะพี่จียง..........”

“อือ...เห่อสร้อยเชียวนะ......” ทักน้องชายอย่างยิ้มล้อๆ

“ก็.....เปล่าสักหน่อย...พี่ยองเบสั่งต่างหาก.......” พยายามกลบเกลื่อนอาการหน้าแดงของตัวเองทั้งที่มือเรียวลูบไล้ไปมาที่จี้

“ขอบใจนะจียง...ที่ช่วยเลือกให้.....”

“อือ...ไม่เป็นไรหรอก...ฉันยินดี ^^” จียงยิ้มตอบพลางมองยองเบด้วยสายตาอ่อนโยน...ก่อนจะหันไปเห็นสายตาคู่คมที่จ้องมองมาด้วยแววตาที่หลากหลาย

 

.....ไม่พอใจ.....

..........ไม่เข้าใจ..........

 

ความสับสนที่ปรากฏให้เห็น...แต่ที่จียงไม่เข้าใจแววตานั้นที่อยู่ๆก็ตัดพ้อขึ้นมาซะเฉยๆ

 

“จียง...จียง! ช่วงนี้นายเป็นอะไร...ทำไมเหม่อบ่อยจัง...”

“เอ่อ...คิดอะไรนิดหน่อยนะ...ไม่มีอะไร.......”

“อืม.....ถ้ามีอะไรก็บอกฉันได้นะ.....” ยองเบบอกอย่างเป็นห่วง

“แล้วเจ้าแดซองล่ะ.....กะว่าจะชวนมันไปซื้อของสักหน่อย....” จียงเอ่ยถามพลางมองไปรอบๆบ้าน

“ไปถ่ายรายการน่ะ...กว่าจะกลับก็คงดึก.....ฉันไปเป็นเพื่อนเอาไหม...” ตอบก่อนเสนอตัวไปเป็นเพื่อน

“ไม่เอาอ่ะ...เดี๋ยวซึงริหึงกันพอดี...ไปไหนมาไหนกับนายบ่อยๆแบบนี้.....” บอกพลางเหลือบสายตาดูปฏิกิริยาน้อง

“ใครบอก! ผมไม่หึงหรอกฮะ...เอาไปได้เลย....” ซึงริบอกด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ

“อย่ามาทำปากแข็งหน่อยเลย...พี่รู้นะ....” จียงล้อน้องที่มีอาการหน้าแดงอีกครั้งอย่างมีความสุข

“ถ้างั้น...นายก็ไปกับพี่เทมซิ...พี่จะออกไปซื้อของข้างนอกไม่ใช่เหรอ....” บอกก่อนหันไปถามพี่ใหญ่อีกครั้ง

“อย่าดีกว่า...............” จียงกำลังบอกปัดแต่ก็โดนน้องเล็กพูดขึ้นมาก่อน

“ไปด้วยกันน่ะดีแล้วฮะ....”

“หมอนั่นคงไม่อยากไปกับฉันหรอก...อย่าบังคับเลย...” ร่างสูงบอกก่อนลุกออกจากบ้านไปพร้อมกับกุญแจรถ

“พวกพี่มีอะไรกันหรือเปล่าฮะ...........” น้องเล็กเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย แต่คำถามที่ถามมานั้นทำเอาจียงสะดุ้งเหมือนกับว่ากลัวคำถามนั้น

“พี่จียงเป็นอะไรหรือเปล่าฮะ............พี่เทมทำอะไรพี่หรือเปล่า...”ซึงริถามอีกครั้งก่อนจ้องหน้าพี่ชายอย่างต้องการคำตอบ

“ป...เปล่า...ม...ไม่มีอะไร...........พวกนายจะฝากซื้ออะไรหรือเปล่า?” ร่างบางถามขึ้นอย่างเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่ละ...ขับรถดีๆล่ะ.....”ยองเบบอกก่อนยิ้มให้อีกครั้ง

 

แค่คำถามที่ไม่มีอะไรมากมาย...ทำไมต้องสะดุ้งด้วยนะ...แปลกจริง??

 

ร่างบางพยายามครุ่นคิดจนกระทั่งอยู่ข้างรถของตัวเอง

“เฮ้อ!~~ ทำไมกันนะ.....” จียงถอนหายใจออกมาอย่างสงสัยในตัวเอง

“ทีกับฉันมาด้วยกันไม่ได้...แต่กลับแทยังนี่ระริกระรี้เชียว...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเข้าข้างใบหูบาง

“...ซ...ซึงฮยอน...นาย......” จียงพึมพำเรียกชื่อคนข้างหลังอย่างตกใจ

“หึ...แค่นี้ทำเป็นตกใจ....ทั้งที่ปกติก็มากกว่านี้เสียอีก...........” ร่างสูงพูดออกมาพร้อมสายตาดูแคลน

“อย่ามาพูดจาแบบนี้กับฉันนะ!” ร่างบางตะโกนบอกพลางผลักร่างสูงให้พ้นทางก่อนรีบเปิดประตูรถแต่ก็ยังไม่ทันร่างสูงที่จับเข้าที่ประตูก่อนที่ร่างบางจะปิดมัน

“รับไม่ได้หรือไง...เรื่องจริงน่ะ.....ถ้าบอกแทยังก็คงไม่เป็นไรหรอก...เพราะหมอนั่นไม่ได้สนใจนายอยู่แล้ว.........”

“ถึงจะไม่สนใจก็ไม่เกี่ยวกับนาย...ยังไงฉันก็รักยองเบอยู่ดี!!” จียงตะโกนบอกกลับไป

“ถ้ารักมันมากนัก! ทำไมไม่ลองยั่วมันดูสักครั้งล่ะ.....” ร่างสูงเริ่มมีน้ำโหกับคำพูดร่างบางพลางบีบเน้นเข้าที่ต้นแขนร่างบาง

“เป็นข้อเสนอที่ดีนี่...ฉันจะลองทำดู.........” จียงบอกด้วยน้ำเสียงเย้ยยันแกมตัดพ้อเล็กน้อย

“นายคิดจะยั่วโมโหฉันใช่ไหม!!

“ทำไมฉันต้องยั่วโมโหนายด้วย...ในเมื่อนายไม่มีค่าอะไรให้ฉันสนใจ........” จียงตอกกลับพลางบิดแขนตัวเองออก

“ใช่สิ! ฉันมันไม่มีค่าเหมือน ยองเบ ของนายนี่! แต่นายก็ควรรู้ตัวไว้ด้วยว่า...นายก็ไม่มีค่าสำหรับไอ้หมอนั่นเช่นกัน!!” บอกก่อนกระชากร่างบางเข้ามาจูบอย่างโมโห...แต่หากร่างบางไม่ยอมให้เป็นแบบนี้อีกต่อไปแล้ว...เมื่อหลุดพ้นจากจูบของปีศาจร่างบางก็ตบฉาดเข้าที่ใบหน้าคม

“ต่อไปนี้ฉันไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของนาย!! ฉันไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว......” จียงตะคอกบอกด้วยความโมโหเช่นกัน

 

ทำไมเค้าต้องทนต่อไป

ไม่จำเป็นที่จะต้องยอมด้วยซ้ำ...ไม่ยอมอีกแล้ว

.

.

ไม่อยากเป็นแบบนี้อีกแล้ว

เค้าไม่ใช่ภาชนะที่ใช้รองรับอารมณ์ใครทั้งสิ้น!

อยากลืมให้มันหมดสิ้นว่าเค้าเคยเป็นแบบนี้

..............อยากลืม..............

 

ดูเหมือนว่าหยาดน้ำใสๆจะไหลออกมาจากดวงตากลมของร่างบางเสียเฉยๆ...ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่แสดงความรู้สึกแบบนี้ให้คนตรงหน้าได้เห็น...ไม่อยากให้หมอนั่นรับรู้ว่าเค้ารู้สึกอย่างไร...เค้าเจ็บปวดแค่ไหน...เสียใจเท่าไร...ที่ต้องเป็นที่รองรับอารมณ์...แต่เหมือนว่ามันจะไม่ยอมทำตามที่สมองสั่งเลย

มือบางพยายามยกเช็ดหยาดน้ำอุ่นๆเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ขาเรียวเดินถอยหลังออกไปเรื่อยๆอย่างอยากออกห่างจากคนตรงหน้า

“จียง!!!!!!!!!!!” ร่างสูงร้องเสียงหลงเรียกร่างบางอย่างตกใจ

ดวงตากลมคู่นั้นของร่างบางเบิกกว้างด้วยความตกใจ...แสงสะท้อนจากหน้ารถทำให้ร่างบางตกใจจนไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้...

คนขับรถคันนั้นถึงกับตกใจที่อยู่ๆก็มีคนเดินถอยหลังออกมาจากเสาต้นหนึ่ง...เท้าหนาพยายามเหยียบเบรกให้รถหยุด แม้ความเร็วจะไม่เท่าไรแต่ระยะที่ใกล้เกินไปทำให้ไม่สามารถเบรกได้อย่างกะทันหัน

ร่างสูงเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่เห็นรถคันนั้นกำลังพุ่งเข้ามาที่ร่างบาง...ไม่ทันที่สมองจะได้สั่งการใดๆ...ร่างกายอันแข็งแกร่งก็กระโจนออกไปคว้าตัวร่างบางไว้ทันที

แต่เหมือนทุกอย่างอาจจะดูช้าไป...ถึงแม้ว่าจะคว้าตัวร่างบางไว้ได้...แต่ของเหลวสีแดงฉานกลับกระจายอยู่ที่ศีรษะร่างบาง

...ช้าไป...ช้าเกินไป...

 

“จียง...จียง! นายต้องไม่เป็นอะไรนะ...จียง...........” ร่างสูงพยายามเรียกให้ร่างบางมีสติ...ดวงตาคู่กลมรี่ขึ้นมาเล็กน้อย

ภาพที่ร่างบางมองเห็นนั้นกลับพร่าเบลอ...มองอะไรไม่ชัดสักอย่าง...ได้ยินแต่เสียงที่คุ้นเคย...เสียงที่ได้ยินอยู่เป็นประจำ...เสียงที่ทำให้ปวดร้าว...เสียงที่ทำให้เจ็บปวด...เสียงที่ทำให้เสียใจ...เสียงที่อยากได้ยินแม้จะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม...เสียงนี้...

 

เพียงเสียงเดียว...ก่อนที่ทุกอย่างจะดับสนิท

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“พี่เทม! เกิดอะไรขึ้นฮะ............” แทยังเอ่ยถามหลังจากที่คนทั้งสามมาถึงยังห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล

“จียง.....จียง.................” ร่างสูงอึกอักพูดไม่ออก...เอาแต่เรียกชื่อจียง

“จียงโดนรถชน.....” บุคคลผู้หนึ่งเอ่ยออกมาแทนซึงฮยอน

“ท...ที่ไหน...............ฮยอนซึง” ถามก่อนเอ่ยชื่อบุคคลนั้น

“ลานจอดรถของคอนโด.....ฉันเป็นคนชนเอง..........” ฮยอนซึงบอกก่อนก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุ

“มันเป็นยังไงกันแน่..............”

“พี่ๆฮะ....หมอออกมาแล้ว...........” เสียงแดซองเอ่ยเรียกพี่ๆ

“...คนไข้มีอาการเสียเลือดมากก่อนที่จะมาถึงที่นี่...คนไข้ต้องการเลือดกรุ๊ป A ด่วนครับ....แต่ทางโรงพยาบาลมีไม่เพียงพอ...เราต้องขอรับบริจาคเลือดจากใครสักคนครับ...”

“ถ...ถ้างั้น....ผม...ผมจะบริจาคเอง..........” ร่างสูงเอ่ยบอกทั้งที่ใบหน้ายังคงตกใจไม่หาย

“แต่พี่เทมเลือดกรุ๊ป B นี่ฮะ....ผมเลือดกรุ๊ป A ฮะ...ช่วยหน่อยนะครับ............” ซึงริท้วงขึ้นมาอย่างนึกได้ก่อนจะเสนอตัวเองแทนพี่ใหญ่ของวง

“ครับ...เชิญทางนี้ครับ...........” คุณหมอคนนั้นบอกก่อนเดินนำเข้าห้องไป

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะฮะ.....พี่จียงต้องไม่เป็นอะไร.........” ซึงริปลอบพี่ชายร่างสูงก่อนเดินตามหมอเข้าไป

“ไม่ต้องคิดมากนะฮะพี่เทม...ซึงริต้องช่วยได้แน่........” แดซองเดินเข้ามาปลอบใจพี่ชายอีกคน

“มันเป็นเพราะฉัน....ถ้าฉันไม่ทำอย่างนั้น....จียง....คงจะไม่.......” ซึงฮยอนโทษตัวเองก่อนกุมขมับเครียด

“มันไม่ใช่ความผิดพี่หรอกฮะ...เพราะผมต่างหากที่ขับไม่ระวัง.........” ฮยอนซึงบอกโทษตัวเองเพื่อให้คนเป็นพี่สบายใจ

“ไม่หรอก...ฉันรู้ดี...เพราะฉัน...........”

“พี่คิดว่าจียงจะดีใจหรือไง...ถ้าพี่เอาแต่โทษตัวเองแบบนี้...........” แทยังเอ่ยถามแกมให้ข้อคิด

“จริงด้วยฮะ....พี่จียงต้องโกรธแน่ถ้าพี่เอาแต่โทษตัวเอง...........” แดซองพูดเสริมทัพอีกที...ใบหน้าที่เคร่งเตรียดของร่างสูงได้ผ่อนคลายลงไปบ้าง

เข็มวินาทีต่างเดินวนครบรอบเป็นหลายร้อยรอบ...จิตใจของคนที่นั่งรออยู่ภายนอกต่างหมุนกันไปมากมายกว่านาฬิกาเหล่านั้น

“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดีแล้วครับ แต่ต้องรอให้พักฟื้นหลายวัน...ส่วนผลเอ็กซ์-เรย์นั้น สมองคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนจนอาจทำให้สูญเสียความทรงจำได้...แต่หมอยังไม่ฟันธงว่าจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า...คงต้องรอให้คนไข้ฟื้น...หมอขอตัวก่อนนะครับ”

“ขอบคุณมากครับ............”

“จียง................” ร่างสูงร้องเรียกเมื่อเห็นเวรแปลเข็นร่างบางออกมาจากห้องฉุกเฉิน และตามด้วยแปลที่ซึงรินอนพักอยู่ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินตามไปยังห้องพักฟื้น

“เป็นยังไงบ้างซึงริ............” แทยังเอ่ยถาม

“ก็นิดหน่อยฮะ............”

“ถ้างั้นนายก็นอนพักแล้วกัน....เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน....” แทยังบอกพลางลูบศีรษะให้คนรักอย่างห่วงใย

“พี่เทมฮะ...ผมว่าพี่ไปทำแผลก่อนดีกว่านะฮะ.....” แดซองเอ่ยบอกพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างเตียงจียงไม่ห่าง

“ไม่เป็นไร..........ฉันไม่เป็นไรหรอก..............”

“ผมเห็นด้วยกับแดซองนะฮะพี่...พี่ควรจะไปทำแผลก่อน...ถ้าเกิดจียงตื่นขึ้นมาเห็นพี่เป็นอย่างนี้หมอนั่นคงจะไม่ดีใจหรอกฮะ.........” ฮยอนซึงหว่านล้อมซึ่งก็ได้ผลเมื่อเอ่ยชื่อของจียง

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกฮะ...เดี๋ยวผมดูแลให้.........” แทยังบอกเมื่อเห็นสีหน้าของพี่ใหญ่มีความกังวลมองมายังจียง

 

“พี่ยองเบฮะ...ผมว่านะพี่เทมดูแปลกไปนะฮะ.........” ซึงริเปรยขึ้นหลังจากพวกพี่ทั้งสองพาพี่ใหญ่ไปทำแผล

“แปลกยังไงล่ะ............” แทยังเอ่ยถามพลางมองหน้าคนรัก

“เหมือนพี่เทมจะเป็นห่วงพี่จียงมากเลยนะฮะ..........”

“อืม.....หมอนั่นชอบจียงตามที่เราเข้าใจนั่นแหละ.............” บอกให้น้องรู้ก่อนยิ้มให้อีกครั้ง

“พี่รู้ได้ยังไงล่ะฮะ.....ก็ไหนพี่บอกว่า...พี่เทมชอบผม....” ซึงริถามอย่างสงสัย

“ใช่! ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะ...พี่เทมชอบนาย...แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วล่ะ.........”

“อืม...ถ้าเป็นอย่างที่พี่พูดผมก็สบายใจ...ทั้งที่รู้ว่าพี่เค้าชอบผม แต่ผมกลับทำร้ายพี่เทมซะเยอะ.........” ซึงริบอกอย่างรู้สึกผิด

“ก็เหมือนกับพี่นั่นแหละ...รู้ทังรู้ว่าใครรู้สึกอย่างไรบ้าง...ใครจะเจ็บปวดบ้างกับการกระทำของพี่....และอาจจะเป็นเพราะพี่...จียงถึงเป็นแบบนั้น” เอ่ยออกมาก่อนมองไปยังอีกเตียงข้างกาย

“แล้วพี่คิดว่าพี่จียงคิดยังไงกับพี่ซึงฮยอนเหรอฮะ............”

“ไม่รู้ซิ...หมอนี่ดูยากจะตาย............”

“นั่นซินะฮะ...ก็พี่จะรู้ตัวว่าพี่จียงชอบพี่น่ะ...นานมาก..........”

“แต่ตอนนี้พี่รู้สึกว่าจียงไม่ได้ชอบพี่แล้วล่ะ.....หมอนั่นเปลี่ยนไปเยอะ...แต่ถ้าถามว่าจียงชอบพี่เทมหรือเปล่าอันนี้ต้องดูกันอีกนานนั่นแหละ..............”

“ผมอยากให้พวกพี่เค้ารักกันจัง...”

“นายถึงพยายามให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันใช่ไหมล่ะ....”

“ท...ทำไมพี่รู้ล่ะ..............” ถามอย่างนึกไม่ถึงว่าแทยังจะรู้ด้วยว่าเค้าคิดอย่างไร

“ก็เพราะเป็นนายไง...พี่ถึงรู้.......” บอกก่อนก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากมน

“บ้า! ไม่เอาแล้ว...ผมจะนอน............” ซึงริบอกก่อนเอาผ้าห่มคลุมหัวเป็นการใหญ่

“เรียกพี่ว่ายองเบอีกครั้งซิ...........”

“ไม่! ฝันไปเถอะ...เมื่อกี้แค่เผลอ..........” โต้ออกมาด้วยเสียงอู้อี้

.

.

 

มันคงจะเป็นจริงอย่างที่แทยังพูด

.

เค้าอาจจะชอบจียงเข้าซะแล้วล่ะ.....กว่าจะรู้ตัว

.

.

ก็ทำร่างบางเจ็บปวดไปมากมาย

เจ็บจนเกินที่จียงจะให้อภัยเค้า

.

.

 

“พี่เทมฮะ...ได้ของหรือยังฮะ............” แดซองเดินมาตามพี่ชายเนื่องจากเห็นว่าหายไปนานเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่ชายยืนอยู่หน้าห้อง

“อืม...................” ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนเดินนำหน้าไปที่เดิม ปล่อยให้แดซองมองพี่ชายอย่างงงๆ

“ทำไมไม่เห็นถือมันมาด้วยล่ะ...มาเอาของยังไงกันนะ..........” แดซองได้แต่พึมพำสงสัยกับตัวเองก่อนเดินตามกลับไป

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

แสงสีอ่อนๆกระทบเข้าเปลือกตาผู้ที่ยังคงหลับใหลอยู่ให้รู้สึกตัวเล็กน้อย...ก่อนที่เปลือกตาคู่นั้นจะขยับช้าๆอย่างทรมาน...เนื่องจากดวงตาคู่นั้นไม่ได้กระทบแสงมาเป็นเวลาสองวันเลยทีเดียว...

เมื่อเปลือกตาเผยอขึ้นมาเล็กน้อยก็ต้องหลับตาอย่างกะทันหันอีกครั้ง...ก่อนพยายามลืมตาขึ้นมารับแสงให้ได้...ดวงตาคู่กลมมองไปยังรอบห้องอย่างช้าๆพลางกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสภาพอีกครั้ง

...สัมผัสที่รู้สึกได้...น้ำหนักที่ได้รับยังบริเวณมือขวาทำเอาสายตาคู่เดิมต้องทอดไปยังข้างกาย...

 

หมอนี่? ใครกันน่ะ???

 

สายตาคู่เดิมมองอย่างสงสัยว่าใครกันที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียง...มือซ้ายพยายามที่จะยกมาสัมผัสที่ผมของคนๆนั้น แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างจะรู้สึกตัวเสียแล้ว...

“จียง! จียงนายฟื้นแล้วใช่ไหม...นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม....จียง..........” เสียงทุ้มต่ำที่แสนจะคุ้นเคยถามอย่างดีใจเมื่อเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงไม่ได้หลับเหมือนอย่างเคย...หลังจากนั้นผู้คนที่หลับอยู่ยังส่วนหนึ่งของห้องก็รู้กสึกตัวตื่นขึ้นมามองยังเตียงนั้น

“จียง!/ พี่จียง!!” หลายเสียงเอ่ยเรียกร่างบางอย่างตานเต้น

“หนวกหูจัง...พวกนายเนี่ย...” จียงบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมีแรงแต่ก็สามารถทำให้ผู้อื่นรู้ได้ถึงอาการรำคาญที่แฝงมา

“ตื่นมาก็หาเรื่องกันเลยนะ...คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วง.........”

“เฮ้! นั่นนายเหรอ......ฮยอนซึง” จียงเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นชัดแล้วว่าคนที่พูดคือใคร

“ก็ใช่น่ะซิ.........ฉันขับรถชนนายเองนี่นา........”

“อ๋อ! ที่แท้ก็นายซินะ..........” จียงบอกก่อนยันตัวลุกขึ้นมาอย่างหาเรื่อง

“อย่าเพิ่งขยับตัวซิ........นายเพิ่งฟื้นนะ........” เสียงใหญ่เอ่ยเตือนก่อนพยุ่งให้ร่างบางนั่งอย่างที่ต้องการ

“....??? นาย..........ใครกันน่ะ???” จียงถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่เอ่ยเตือนนั้นคือใครที่ร่างบางก็ไม่รู้จัก

“อย่ามาล้อเล่นนะเว้ย!! ไม่ตลกนะ...........” แทยังเอ่ยบอกปนขำ

“ก็ไม่ตลกน่ะซิ! ไอ้บ้ายองเบ.........” จียงว่ายองเบหนึ่งทีก่อนมองคนตรงหน้าราวกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“เล่นอะไรไม่รู้เรื่องแล้วนะนายน่ะ..........” ฮยอนซึงปรามขึ้นอีกคน

“ใครบอกว่าฉันเล่น...ฉันไม่รู้จริงๆเว้ย!!” จียงพยายามเถียงด้วยน้ำเสียงที่สูงขึ้นแต่แล้วก็ต้องกลับไปเจียมสังขารเหมือนเดิม

“ถ...ถ้างั้น....ผมคือใคร....พี่จำได้หรือเปล่า.........” ซึงริเอ่ยถามขึ้นมาอีกคน

“ก็ซึงริไง...น้องชายของฉัน...ผู้ชอบโซโล่คนเดียว........”

“แล้วผม..........” แดซองถามบ้าง

“เจ้าตาหยี...โคตรหวงตะเกียบโดราเอมอน...คัง แดซอง....”

“แล้วฉัน.........”

“ยองเบ...ไอ้เพื่อนปัญญาอ่อน.......ส่วนนายไม่ต้องถาม...ฮยอนซึง...โดนคัดตัวออกจากการเป็นบิ๊กแบง”  จียงเอ่ยบอกแกมหลอกด่าคนทั้งสอง

“จะดีมากถ้านายไม่หลอกด่า..........แล้วนี่ล่ะ.........”

“อืม..............??? ก็บอกไปแล้ว.......ใครล่ะ??” จียงบอกก่อนมองด้วยแววตาสงสัยอีกครั้ง

“ชเว ซึงฮยอนไงล่ะ..........” แทยังบอก

“ชเว....ซึงฮยอน??...คุ้นๆแหะ........” จียงทวนชื่อคนตรงหน้าทำให้ทุกคนดูมีความหวัง

“อืม..........ชื่อเหมือนนายเลยนะซึงริ....ญาติเหรอ.....”

“พี่เล่นอะไรอยู่น่ะ............” ซึงริเอ่ยออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้เล่น!” จียงบอกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม

“นาย....จำฉันไม่ได้เหรอ...จียง...........” ร่างสูงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“....................................ไม่.......................” จียงพยายามนึกอีกครั้งแต่ผลก็เหมือนเดิม

“...งั้นเหรอ......ฉันไม่มีค่าให้นายจำซินะ...........เหมือนที่นายเคยบอก.............” ร่างสูงพูดออกมาอย่างอาลัยก่อนเดินเลี่ยงออกจากห้องไป

“พี่เทม! เดี๋ยวก่อนพี่..............” ฮยอนซึงเดินตามร่างสูงออกไป

“........เทม??? เหมือนเคยได้ยินที่ไหน......เทมโป......” จียงพึมพำออกมา

“ใช่ฮะ! พี่เทม...เทมโป ชเว ซึงฮยอนไงฮะ...........” แดซองพยายามกระตุ้นความจำพี่ชายอีกครั้ง

“..............แค่คุ้น...แต่ฉันจำไม่ได้...........” จียงเอ่ยบอกทุกคนที่เริ่มมีสีห้นาไม่สู้ดี

 

“......สูญเสียความจำที่คนไข้ไม่ต้องการที่จะจดจำครับ.........อาจเป็นเพราะว่าเรื่องราวเหล่านั้นหรือบุคคลนั้นอาจจะทำร้ายจิตใจคนไข้จนอยากลืมก่อนที่สมองจะถูกกระทบกระเทือน...จึงทำให้คนไข้ลืมเรื่องราวนั้นครับ.......” เสียงชายสูงอายุที่เป็นหมอเอ่ยบอกคนทั้งสี่

“แล้วจะหายไหมครับ.............” แทยังเอ่ยถามอย่างกังวลใจ

“มีโอกาสเรียกความทรงจำกลับคืนมาได้ครับ...หากพาคนไข้ไปยังสถานที่เดิมๆในความทรงจำนั้น...อาจทำให้คนไข้รับรู้เรื่องราวที่ลืมไปได้ครับ..........แต่ถ้าหากมันเป็นเรื่องที่เลวร้ายจนคนไข้ไม่ต้องการจะจำ...หมอขอแนะนำว่า...อย่าดีกว่าครับ...เพราะจิตใจคนไข้อาจจะเจ็บปวดที่ได้รับรู้.........”

“...........ขอบคุณครับ..........” ฮยอนซึงกล่าวขอบคุณแทนเพื่อนๆก่อนพากันกลับออกไป

“พี่เทมฮะ...ไม่ต้องกังวลไปนะฮะ...หมอก็บอกนี่ฮะว่าสามารถเรียกความทรงจำกลับมาได้.........” น้องเล็กเอ่ยให้พี่ใหญ่คลายกังวลแต่ดูเหมือนจะไปเป็นผล

“นั่นซิฮะ! ผมจะช่วยอีกแรง..........” แดซองเสริม

“อย่าเลย.................ในเมื่อจียงจำไม่ได้...ก็แสดงว่าจียงไม่อยากจดจำฉัน............ไม่ต้องเรียกความทรงจำที่ไม่มีค่านั้นขึ้นมาหรอก.......” ร่างสูงบอกก่อนเดินคอตกกลับไป

“พี่เทม.................”

“จะทำยังไงดีล่ะฮะคราวนี้............” น้องเล็กหันมาถามแทยัง

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“โจ๊กร้อนๆ อร่อยๆ ฝีมือผมมาแล้วคร้าบ~” เสียงเจ้าตาหยีดังมาตั้งตาหน้าประตูจนถึงเตียง

“จะอร่อยจริงน่ะเหรอ............” จียงเอ่ยถามแกล้งทำสีหน้าไม่กล้ากิน

“อร่อยกว่าพี่ทำก็แล้วกัน..........” แดซองย้อนบ้างทำเอาจียงมีสีหน้าบูดบึ้งกับความจริงที่น้องมันพูดมา

“เรื่องอาหารน่ะ...จียงเป็นรองอยู่แล้วล่ะ...........” แทยังล้อขึ้นมาบ้าง

“หุบปากไปเลย...ก่อนที่ได้จะไม่มีไว้จูบน้องชายฉัน! จียงค้อนตอบ

“โอ๊ะ! ถ้านายฆ่าฉัน...แล้วน้องนายจะเอาสัมผัสแบบนั้นจากใครล่ะ..........” บอกก่อนส่งสายตาหวานฉ่ำไปใหซึงริ

“ฉันไง................”

“พวกพี่แกล้งผมพอหรือยังฮะ.........” เจ้าตัวเล็กเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจพร้อมกับใบหน้าขึ้นสี ก่อนตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของพวกพี่

“แล้ว....ซึงฮยอนล่ะ.........” จียงเอ่ยถามพลางมองไปรอบห้องอีกครั้ง

“...................................”

“ไม่มาด้วยเหรอ...”

“นาย...จำพี่เทมได้แล้วเหรอ..............” ฮยอนซึงเอ่ยถามอย่างมีความหวัง

“หึ...เปล่า............” ส่ายหน้าปฏิเสธทำเอาความหวังที่มีหายวับไปอีกครั้ง

“ฉันก็แค่.....ไม่เห็นหมอนั่นมาสองวันแล้ว.....ก็เท่านั้น...........”

“ฉันก็นึกว่านายจำได้แล้วซะอีก...............”

“ทำไมพวกนายถึงคิดว่าฉันจะจำได้ล่ะ.....หมอนั่นมีความสำคัญกับฉันยังไงเหรอ....”

“ไม่รู้หรอกว่าพี่เทมมีความสำคัญกับนายยังไง....มีแต่นายที่จะบอกเราได้เท่านั้นแหละว่าสำคัญยังไง..........” แทยังบอก

“อะไรของพวกนาย.....ฉันไม่ค่อยเข้าใจ.........”

“ก็แล้วนายรู้สึกยังไงล่ะ.................”

“......ไม่รู้ซิ..........มันเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป....เหมือนไม่ครบยังไงก็ไม่รู้.......” จียงเอ่ยบอกอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“ยะฮู้!! หวัดดีจียง...............” ผู้มาใหม่เอ่ยทักทำลายบรรยากาศเหล่านั้นให้หายไป

“พี่แทบิน...พี่ดองอุค.........ซื้ออะไรมาอ่ะ....” จียงเอ่ยทักสายตาจ้องไปยังสิ่งของในถุง

“มาถึงก็ถามหาของกินเลยนะ.............” ดองอุคกล่าว

“ก็ผมมันคนป่วยนี่ฮะ.........” ยิ้มทะเล้นใส่คนเป็นพี่ก่อนหยิบของเยี่ยมขึ้นมากิน

“อย่าให้หายป่วยแล้วกัน.......” ดองอุคเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“พี่แทบินฮะ...ดูแลภรรยาพี่ให้ดีๆซิ...อย่าให้มากัดผมแบบนี้............”

“ไอ้จียง!..............” ไม่รอช้าร่างรุ่นพี่ก็เคลื่อนตัวเร็วดั่งสายลม...เรียวนิ้วจี้เข้าที่เอวบางๆนั้นอย่างไม่หยุด

“ฮ่ะ...ฮ่าๆๆๆๆ พ...พี่...ไม่เอา....อย่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” จียงได้แต่ดิ้นไปมาพร้อมเสียงหัวเราะที่ห้ามไม่ได้

“...จียงมันป่วยอยู่นะ...เลิกแกล้งเถอะ............ไว้รอมันหายแล้วค่อยเอาคืนซิ........” รุ่นพี่ร่างหนาเข้ามาดึงตัวดองอุคออกมาก่อนส่งยิ้มที่จียงรู้สึกว่าน่ากลังกว่าดองอุคเป็นร้อยเท่า

“เอางั้นก็ได้..........”

“ดูหน้านายซิจียง...ซีดจัง...........” ยองเบเอ่ยล้อเพื่อน

“....เชอะ................” จียงได้แต่สะบัดหน้าหนีก่อนหยิบของเยี่ยมมากินใหม่

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณห้องหลังจากที่บุคคลต่างๆเริ่มทยอยกลับไปเมื่อฟ้าเริ่มมืด...เหลือเพียงแต่ผู้ป่วยในห้องพิเศษคนเดียวเท่านั้น

แสงสนทยายามเย็นนั้นให้ความรู้สึกที่เงียบเหงาอย่างไรชอบกล...ภายในจิตใจรู้สึกถึงความอ้างว้างเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง...

 

ต้องการสิ่งที่ขาดนั้น ทั้งที่ไม่รู้ว่าขาดนั้นคืออะไร

.

.

ทำไมกันนะ...ทั้งๆที่จำไม่ได้...แม้กระทั่งชื่อ

แต่เหมือนกับว่าจะเคยผูกพันกันบางอย่าง

.

.

ชเว ซึงฮยอน

.

.

...............ซึงฮยอน...............

 

คำๆนี้เหมือนเคยใช้เรียกใครบางคน...ที่ไม่ใช่เจ้าซึงริ พยายามนึกเท่าไรว่าเป็นใครก็จำไม่ได้

 

“ซึงฮยอน...หรือว่าฉันจะเคยใช้เรียกนาย....แต่ทำไมฉันถึงจำไม่ได้ล่ะ........”

 

เท่าที่จำได้...ไม่มีเรื่องราวของหมอนั่นเลย         

.

พี่ดองอุคกับพี่แทบิน....รุ่นพี่ร่วมค่าย

แดซอง.....เจ้าตาหยีที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบในรายการต่างๆ

ซึงริ...ก็เจ้ามักเน่ของวง

ฮยอนซึง...เพื่อนตัวดีอีกคนที่โดนเด้งออกจากบิ๊กแบง

ยองเบ...เพื่อนรักที่เค้าแอบรักมาตั้งหลายปี

 

รักงั้นเหรอ...ทำไมรู้สึกแปลกกับคำๆนี้นะ...เหมือนไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว...ไม่ได้คิดแบบนั้นกับยองเบ...

.

.

รัก??

ใครกัน??

 

เหมือนจะมีภาพใครบางคนแวบเข้ามาในหัวเพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้น...แต่มันก็ติดตา...ใครบางคนที่ไม่รู้จัก...จำไม่ได้...

 

ซึงฮยอน

 

จี๊ด!!~~~~

ความเจ็บปวดแล่นแปลบทันทีที่นึกถึงชื่อใครคนนั้น...หลากหลายภาพที่แล่นเข้ามาแล้วก็หายไป...จนจำไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่

ร่างบางถึงกับต้องกุมขมับแน่นทิ้งตัวลงนอนหลับตานิ่ง...พยายามไม่นึกถึงอะไรอีก...ข่มตาให้หลับ...

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“ฮยอนซึง...นายช่วยเล่าเรื่องตอนที่นายขับรถชนฉันให้ฟังทีดิ..........” จียงบอกเพื่อนข้างกายที่กำลังปอกแอปเปิ้ลให้

“ทำไมอยากรู้ล่ะ..............”

“ก็ฉันอยากรู้ว่าทำไมถึงเซ่อซ่าไปให้นายชนได้...........”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก...”

“เล่ามา” จียงบอกเน้นน้ำเสียง

“นายนี่มันดื้อจริง...ฉันกลัวนายเจ็บนะ ถ้าเล่าให้ฟัง....”

“เหอะน่า...............” จียงเร่งทำให้ฮยอนซึงต้องเล่าเรื่องนั้นให้ฟัง

 

“...อยู่ๆนายก็โผล่ออกมา...และฉันก็มองไม่เห็นนาย...ระยะประชิดมากเลยล่ะ...และก็เบรกไม่ทัน ชนตู้มเลย.........”

“แค่นี้..............” จียงเอ่ยถามหลังจากที่ฮยอนซึงเล่าจบ

“ก็เออน่ะซิ......”

“แต่ฉันรู้สึกว่ามีอะไรมากกว่านั้นนะ............เหมือนมีใครอีกคนที่ไม่ใช่นายกับฉันในลานจอดรถนั้น........”

“แล้วนายคิดว่าใครล่ะ..........” ฮยอนซึงถาม

“...ไม่รู้ซิ.................”

“นายไม่รู้หรือว่า...ไม่คิดว่าจะใช่............” ถามอีกครั้งอย่างมีความหมาย

“นายหมายความว่า......นายรู้ใช่ไหมว่าใคร......”

“มันเป็นเรื่องที่นายต้องพยายามเอาเอง...นายบอกให้เล่าฉันก็เล่า....” ฮยอนซึงบอกก่อนยัดแอปเปิ้ลเข้าปากจียงเป็นการหยุดคำถาม

“อุ๊บ! ไอ้เอื่อนอ้า....” จียงได้แต่สบถออกมาไม่ได้ใจความ

 

ต้องพยายามเอาเองใช่ไหม

.

.

ถ้างั้นถามหมอนั่นไปเลยดีกว่า

 

“ทำไม...ฉันไม่เห็นซึงฮยอนเลยล่ะ...หมอนั่นไปไหนน่ะ...”

“....ใครจะมาละ...นายจำหมอนั่นไม่ได้แบบนี้อ่ะ...”

“ก็แทนที่จะมาช่วยรื้อฟื้นความทรงจำ....”

“หมอนั่นไม่อยากทำให้นายเจ็บ....หากฝืนรื้อมันขึ้นมา....”

“แล้วหมอนั่นไม่คิดว่าฉันจะเจ็บบ้างเหรอที่จำหมอนั่นไม่ได้ทั้งๆที่หมอนั่น...อาจเป็นคนที่สำคัญสำหรับฉัน..........”

“นายคิดงั้นเหรอ.............” ยองเบเอ่ยถามหลังจากเปิดประตูมาได้ยินคำพูดของเพื่อน

“...ย...ยองเบ......”

“หือ...ว่าไง...นายคิดว่าพี่เทมสำคัญกับนายยังไง.............”

“ฉ....ฉันจะไปรู้เหรอ...ฉันจำไม่ได้นี่....”

“ไม่เกี่ยวกับความจำ...แต่มันเกี่ยวกับความรู้สึกของนาย....” ยองเบบอกอย่างมีความหมายทำให้จียงได้แต่เงียบไป

ก่อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวใครได้ยิน

“เวลาเห็นหมอนั่นฉันรู้สึกเจ็บปวด.......................แต่พอไม่เห็นฉันก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือนกัน” คำตอบนั้นทำเอาฮยอนซึงสบตากับแทยังอย่างมีความหมายแอบแฝง

“ฉันคงบ้าไปแล้วล่ะ..............” จียงเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบก่อนหันหน้าหนีเพื่อนทั้งสองเพื่อซ่อนหยาดน้ำเล็กนั้นไว้

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“โอ๊ย!! คิดถึงบ้านมากมาย...ห้องนอนของฉัน............” จียงเอ่ยออกมาอย่างร่าเริงเมื่อกลับมาถึงบ้านหลังจากที่คุณหมออนุญาตให้กลับ

“พี่จียงฮะ.............แล้วจะลากผมมาด้วยทำไมเนี่ย........” น้องเล็กเอ่ยถามเมื่อคนเป็นพี่ลากคอเข้ามาในห้องนอนของพี่ชาย

“ความสะใจเล็กๆน้อยๆ....ยองเบมันอยากทำตัวน่าหมันไส้ดีหนัก.........” บอกก่อนขยี้หัวน้องด้วยความรักใคร่

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ........” ซึงริถามพลางทำหน้าย่น

“ก็ไม่เกี่ยว...แต่สะใจ........”

“งั้นผมไปแหละ...หิว............” ซึงริบอกก่อนลี้ตัวออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่พี่ชายจะจับได้

“จะรีบไปหาไอ้ยองเบล่ะซิ....ชิส์ อิจฉานะเฟร้ย!!” จียงตะโกนไล่หลังก่อนทิ้งตัวนอนลงบนเตียงพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

 

[“ไม่เกี่ยวกับความจำ...แต่มันเกี่ยวกับความรู้สึกของนาย....”] อยู่ดีๆคำพูดของยองเบก็ลอยเข้ามาในหัว

 

“ความรูสึกของฉัน..............” จียงได้แต่พึมพำกับตัวเองก่อนลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป

เมื่อนิ้วเรียวแตะเข้าที่ชั้นวางของที่ทำจากหินอ่อนก็ทำเอาร่างบางถึงกับปวดหัวอีกครั้ง...ภาพทั้งหลายที่ไม่ปะติปะต่อเริ่มเวียนวนเข้ามาอีกครั้ง...หลากหลายภาพเหล่านั้นมีแต่...ภาพของซึงฮยอน....

“นายคือใครกันแน่??..........” จียงได้แต่พึมพำกับตัวเองผ่านกระจก

 

หลายครั้งที่นอนหลับ...เหมือนมีใครบางคนคอยอยู่ข้างกายเสมอ...แต่พอตื่นขึ้นมาก็กลับไม่เจอใคร

.....หลงเหลือแต่สัมผัสอบอุ่นไว้เท่านั้น.....

 

ครั้งนี้ก็เช่นกันที่จียงอยากจะหลับให้ยาวนานอีกครั้ง

อยากให้มันอยู่อย่างนี้ตลอดไป...แม้จะเป็นแค่ความฝันก็ตาม

.

.

กลัวที่จะตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครอีก

.

“ฉันขอโทษ......ที่ทำให้นายเจ็บปวด....ฉันจะพยายามไม่เจอหน้านายอีก...ถึงแม้จะยากแค่ไหนก็ตาม....เรื่องทุกอย่างมันเป็นเพราะฉัน...ถ้าหากฉันเลือกที่จะไม่โกรธสองคนนั้น...นายก็คงไม่เป็นแบบนี้...ฉันทำร้ายนายเกินกว่าที่ฉันจะรื้อฟื้นความทรงจำอันโหดร้ายให้กับนายได้...มันดีแล้วล่ะ...ที่นายเลือกที่จะลืมฉัน.....มันคงจะช้าเกินไปที่จะบอกนาย...ว่าฉันรักนายมากแค่ไหน...มันช้าไป...ช้ามากที่กว่าฉันจะรู้ตัวว่ารักนายเข้าแล้ว...ฉันรักนายนะ.........”

 

ใครน่ะ??

ใครกันที่พร่ำพูดคำพูดเหล่านั้น....ใครกัน??

 

เหมือนความฝันที่ร่างบางกำลังดำดิ่งอยู่นั้นได้ฉุดเอาความทรงจำบางอย่างกลับเข้ามาแทนที่...จิตใต้สำนึกที่ลืมเลือนเรื่องราวบางอย่างไป...เริ่มปะติดปะต่อภาพมากมายเหล่านั้นที่เคยเห็นให้เป็นเรื่องเป็นราว...

 

“ซึงฮยอน...........” ร่างบางโพล่งชื่อนั้นออกมาพร้อมกับสายตาที่มองไปมารอบๆห้องก่อนจะรู้สึกเห็นใครบางคนกำลังเดินออกไปจากเตียงช้าๆ

“ซึงฮยอน....นั่นนายใช่ไหม................” จียงเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบ

“.................................”

“ซึงฮยอน....ถ้านายเดินออกไปตอนนี้...ฉันจะไม่ยกโทษให้นาย.......” จียงประกาศ

“ฉันไม่มีค่าพอให้นายยกโทษให้ฉันหรอก..............”

“แล้วนายรู้ได้ยังไง...ว่านายไม่มีค่าพอ.........” จียงเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาร่างสูง

“...............................”

“นายยังไม่ได้ชดใช้ในสิ่งที่นายทำไว้กับฉันเลยนะ...........” คำพูดที่ออกมาจากปากร่างบางทำเอาร่างสูงหันมามอง

“นาย....จำได้แล้วเหรอ...........” ร่างสูงถามพร้อมกับที่มือหนาจะตรงเข้าสัมผัสแก้มร่างบาง แต่หากมีบางอย่างยั้งไว้

“ใช่....ฉันจำได้ว่าฉันเป็นที่รองรับอารมณ์ของนาย...ฉันจำได้ว่าฉันโดนรถชนก็เพราะนาย.........”

“อืม...นั่นซินะ...ฉันเป็นต้นเหตุเรื่องทั้งหมด..........” ร่างสูงยอมรับออกมาอย่างเศร้า

“ที่ฉันความจำเสื่อมก็เพราะนาย...เพราะฉันไม่อยากจดจำความเลวร้ายที่นายทำกับฉัน.......”

“ฉันขอโทษ.........”

“คิดว่าขอโทษแล้วมันจะหายงั้นเหรอ.........” จียงถามพลางกระชากคอเสื้อร่างสูง

“นายจะทำอะไรฉันก็ได้...............”

“ฉันทำแน่!” จียงบอกเสียงแข็ง

“..................................”

“เวลาฉันเห็นนาย...ฉันมักจะเจ็บปวดทุกครั้ง......แต่ในเวลาที่ฉันไม่เห็นนาย....ฉันกลับ....เจ็บปวดกว่าเดิม...ฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าเวลาอยู่กับยองเบ...ฉันไม่ได้รู้สึกเหมือนเวลาที่อยู่กับนาย....มันเปลี่ยนไป....ฉันไม่คิดว่าฉันจะรักนาย...แต่มันก็เป็นแบบนั้นไปแล้ว.................”

“...........จียง..........................”

“ทั้งๆที่นายทำร้ายฉัน......แต่ฉันกลับรักนายเข้าไปแล้ว.........ฉันคงบ้าที่รู้สึกแบบนั้น.............ฮึก...ฉัน...ฮึกๆ...” จียงพยายามพูดต่อแต่ก็ถูกกั้นด้วยเสียงสะอื้น...มือหนาปาดน้ำตาให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน

“ฉันขอโทษ...มันคงเป็นคำพูดเดียวที่แทนความรู้สึกผิดของฉัน..........แต่คงมีอีกคำพูดที่ฉันอยากบอกนาย...ฉันไม่อยากบอกนายตอนนายหลับอีกแล้ว....ฉันรักนาย.............”

“ฮึกๆ...ฉันรู้แล้ว.................ฉันได้ยินแล้ว.........” จียงบอกก่อนซุกใบหน้าลงไปที่อกแกร่ง

“ฉันไม่หวังให้นายยกโทษให้ฉัน.....เพราะฉันรู้ตัวว่าผิดมากแค่ไหน....”

“นายสมควรโดนลงโทษ.........”

“แล้วแต่นาย...........ต่อไปนี้ฉันจะเป็นที่รองรับอารมณ์ของนายแทน..........”

“ก็ดี.........” จียงบอกพลางร้องไห้ไม่หยุด

 

ภายใต้ความมืดมีเพียงแสงไฟจากภายนอกเท่านั้นที่ลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย...ภายในห้องที่มีเพียงสองร่างที่กำลังร่วมรักกันอย่างอ่อนหวานละมุนละไม

“ซึงฮยอน......” จียงครางเรียกชื่อคนตรงหน้า

“หือ...............”

“....ในเมื่อนายเป็นที่รองรับอารมณ์.....ทำไมนายไม่ให้ฉันรุกนายบ้างล่ะ........” จียงเอ่ยถาม

“...อุ๊บ!.................” ร่างสูงพยายามกลั้นหัวเราะกับคำพูดของร่างบาง

“อะไรของนาย...........”

“ถ้านายคิดว่าทำได้...ก็ลองดูซิ...” ร่างสูงพูดพร้อมกลั้วหัวเราะ

“นาย...คิดว่าฉันทำไม่ได้เหรอ........” จียงถามอย่างไม่พอใจ

“เปล่าสักหน่อย.............”

“ก็ได้....แล้วนายจะรู้สึก...............” จียงบอกก่อนพลิกตัวเป็นฝ่ายคร่อมร่างสูงแทน

“เริ่มซิ.............” ร่างสูงยิ้มบอกพลางจับเข้าที่เอวบาง

มือคู่บางปะป่ายไปทั่วยังแผ่นกว้างที่เปลือยเปล่า...ริมฝีปากจรดเข้าที่ซอกคอลากลงเรื่อยจนถึงหน้าท้อง...ทุกสัมผัสเป็นไปอย่างช้าๆ...อาการสั่นของร่างบางนั้นบ่งบอกให้ร่างสูงรับรู้ได้ว่าร่างบางรู้สึกเช่นไร

 

...ยังคงอ่อนเดียงสาอยู่ดี...

 

มือบางเริ่มขยับมายังส่วนสำคัญ...ร่างบางถึงกับตกใจที่รู้ว่าส่วนนั้นใหญ่กว่าของตนมากนัก...พาลคิดว่าที่ผ่านๆมามันเข้าไปได้ยังไง...อยากจะเลิกตอนนี้แต่ก็กลัวที่จะเสียฟอร์ม...

 

ทำเป็นที่ไหนกันล่ะ! แต่มาดูถูกกันอย่างนี้เค้าก็ยอมไม่ได้หรอกนะ

 

“ว่าไงล่ะ...หยุดทำไม.........” ร่างสูงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ชวนภิรมย์นัก

“....อย่าพูดมาก!..........” ร่างบางว่ากลบเกลื่อนอาการ

“ถ้างั้นก็ต่อซิ....ฉันกำลังได้ที่....” ร่างสูงบอกเน้นอารมณ์ของตน ทำให้ร่างบางฉุกคิดได้ว่า

“ไม่เอาแล้ว! ทำอย่างนี้ก็เหมือนกับว่านายไม่ได้เป็นที่รองรับอารมณ์น่ะซิ...........” ร่างบางเอ่ยบอกพลางผละออกจากร่างสูง แต่ทว่าร่างสูงกลับรั้งเอวร่างบางมาเกาะเกี่ยวไว้

“แล้วนายคิดว่าต้องทำยังไงล่ะ.....ฉันว่า...แบบนี้ดีกว่า.......” ร่างสูงบอกพลางพลิกตัวกลับมาอยู่ด้านบนอีกครั้ง

“.....ไม่เอา.....ฉันไม่ทำแล้ว.............” จียงร้องบอกทั้งพยายามดิ้น

“ไม่ทันแล้วล่ะ....นายทำอารมณ์ฉันเตลิดแล้ว.........” ร่างสูงกระซิบบอกเข้าที่ข้างหูร่างบาง

“ก...ก็ดีน่ะซิ....นายจะได้ทรมาน.........” จียงบอกทั้งที่ใบหน้าเริ่มแดงเรื่อ

“จะดีเหรอ.............” ร่างสูงถามแค่นั้นก็ก้มลงปิดปากช่างรั้นของร่างบางอย่างนุ่มนวล

มือคู่หนาไล้ตามสัดส่วนของร่างบางก่อนย้อนขึ้นมาบีบเน้นยังยอดอก...ก่อนไล้ลงไปเคล้นคลึงยังบริเวณสะโพก...ทำเอาร่างบางครางออกมาเล็กน้อย...

“ว่ายังไงล่ะ.........”

“อึก....อือ............” ร่างบางครางบอกทั้งที่ไม่เต็มใจนักที่ต้องเสียฟอร์มแบบนี้

 

เพียงเท่านั้นการกระทำของร่างสูงก็เริ่มเป็นไปอย่างอ่อนโยน...อ่อนหวาน...ความรู้สึกที่เคยต้องการแสดงออกมานั้น...บัดนี้มันได้กระจายไปทั่วทุกอณูร่างกายของคนทั้งสอง...

 

จากการที่เป็นที่รองรับอารมณ์ของใครบางคน....กลับเป็นการรองรับอารมณ์ร่วมกัน

 

“ฉันไม่รู้ว่านายจะเชื่อหรือเปล่า...แต่ฉันคิดว่าฉันรักนายตั้งแต่ที่นายพยายามปฏิเสธฉันแล้วล่ะ..........” ร่างสูงกระซิบบอก

“โดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ตัว...เลยเผลอใช้อารมณ์รุนแรงทำร้ายนาย....ต่อไปนี้ฉันจะชดใช้ให้ทุกสิ่งที่นายต้องการจากฉัน......”

“อือ.......ถ้าอย่างนั้น...ฉันขอหัวใจนายก็แล้วกัน....” จียงเอ่ยบอก

“อือ....ฉันรักนาย....จียง......”

“เช่นกัน...ควอน จียง รัก ชเว ซึงฮยอน

 

ความรักที่ก่อตัวขึ้นบนความรักที่ไม่สมหวังของคนสองคน

เป็นแรงผลักดันให้คนทั้งคู่ได้รู้จักนิสัยใจคอของกันและกัน

.

.

ความผิดพลาดที่ได้เกิดขึ้น.....

......สอนให้คนทั้งสองได้รับรู้

 

THE END

 

 

 

 

 

[SF] White Day

posted on 14 May 2010 15:15 by beer-sandglass

Title    : White Day

Pairing : TEM-G

Rate   : NC

Author : T-Lek

Talk about : เหมือนกันจ๊ะ (เอาที่เคยเขียนมาลงหมดเลย) เม้นๆให้ด้วยนะ

 

 

ดอกไม้วาเลนไทน์

ช็อคโกแลตวาเลนไทน์

.

.

ความหวังวาเลนไทน์

คงไม่เท่ากับ

.

.

ไวท์เดย์

 

[“เมื่อวาเลนไทน์ได้ผ่านพ้นไป...สาวๆทั้งหลายทั่วทั้งโลกคงกำลังรอไวท์เดย์กันอยู่ใช่ไหมค่ะ...คงจะลุ้นแทบแย่กันเลยใช่มั๊ยค่ะ...ว่าชายหนุ่มที่คุณได้มอบของขวัญให้เมื่อวันวาเลนไทน์จะรู้สึกกับคุณอย่างไร...เราลองมาฟังสาวๆพูดถึงความรู้สึกกันดีกว่าค่ะ...”]

[“ฉันตื่นเต้นมากเลยค่ะ...ไม่รู้ว่าเขาจะตอบแทนความรู้สึกกับฉันยังไงค่ะ....”]

[“ไวท์เดย์เหรอค่ะ...ฉันรอพี่อยู่นะค่ะ....”]

ปิ๊บ!!

การเคลื่อนไหวต่างๆบนจอภาพสี่เหลี่ยมหลากสีกลับถูกปิดลงให้มืดสนิทจากเจ้าของเครื่อง

 

ไวท์เดย์งั้นเหรอ

อืม....อีกอาทิตย์หนึ่งซินะ...

 

ร่างเพรียวบางที่ถ้าไม่เห็นหน้าชัดๆก็คงจะไม่รู้หรอกว่าเป็นผู้ชาย...รูปร่างที่บอบบางกว่าผู้ชายทั่วไป...เดินวนรอบห้องของตัวเองอย่างคิดไม่ตกว่าไวท์เดย์ปีนี้จะทำอะไรให้คนรักของตัวเองดี ก่อนจบด้วยการทิ้งตัวลงนอนกับเตียงอีกครั้ง

“ช็อคโดแลตงั้นเหรอ...ไม่ได้หรอกนั่นมันวาเลนไทน์นี่นา...อืม...หรือจะเป็นตุ๊กตาดี...อย่าดีกว่า...มันไม่เหมาะเอาซะเลย...”

เสียงใสเอ่ยไล่เรียงของขวัญตอบแทนอย่างไม่รู้ว่าจะเอาอะไรดีด้วยความหนักใจ

“...อืม...คนอย่างนั้นจะชอบอะไรกันนะ...อ๊ะ! หรือจะเอาถั่วกวนให้ดีนะ...บ้าแล้ว มันจะไปได้เรื่องอะไร...” ร่างบางยังคงพึมพำอยู่อย่างนั้น ก่อนมองไปรอบๆห้อง เหมือนกับว่าจะเจอของที่อยากให้ในห้องของตัวเองยังไงยังงั้นเชียว แต่แล้วสายตาร่างบางก็ไปสะดุดเข้าที่ตู้เสื้อผ้า

“ผ้าพันคอ.......เข้าท่าแหะ...แต่ช่วงนี้ผ้าพันคอแพงมากเลยนะ...หรือว่า...จะลองถักเองดีนะ...” ร่างบางถามตัวเองก่อนลุกจากเตียงไปนั่งยังโต๊ะคอมของตัวเอง แล้วร่างบางก็เซิร์จหาวิธีการทำผ้าพันคอเป็นการใหญ่...แต่ในเมื่อมันคือการทำที่ต้องอาศัยความเข้าใจด้วยตัวเอง...แล้วไอ้ข้อมูลพวกนี้มันจะช่วยได้สักแค่ไหนกันเชียว

“...พี่ดองอุค.......” คิดได้อย่างนั้นร่างบางก็จัดการปิดเครื่องคอมก่อนเดินพรวดพราดออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

“พี่จียงฮะ...จะไปไหนเหรอฮะ..........” เสียงใสของน้องเล็กเอ่ยถามพี่ชาย

“ไปหาพี่ดองอุคน่ะ...จะไปกับพี่ไหม....”

“ไปซิฮะ......” ว่าแล้วน้องเล็กก็แทบจะวิ่งร้อยเมตรมาหาพี่ชาย

แล้วร่างบางทั้งสองคนก็ตรงออกไปขึ้นรถ และขับไปยังอาพาร์ตเมนต์รุ่นพี่

ติ๊ง~ หน่อง~~

เสียงออดที่ดังเข้ามาในตัวห้องนั้นเรียกความสนใจจากคนภายในห้องให้ออกมาเปิดประตูรับแขกที่อาจจะไม่ได้รับชิญก็เป็นได้

“อ้าว! จียง ซึงริ...มาได้ไงน่ะ....” เมื่อเห็นแขกทั้งสองว่าเป็นรุ่นน้องร่วมค่ายของตัวเอง รุ่นพี่ร่างบางก็เชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้ามาในห้องของเขา

“ขับรถมาฮะ.............”ตอบคำถามรุ่นพี่ที่เคารพก่อนนั่งลงที่โซฟาตัวนุ่มในห้อง

“มาทำอะไรกันล่ะ...แล้วอีกสามคนล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ....”

“ไปทำงานกันน่ะฮะ.........” ซึงริตอบพลางยิ้มให้พี่ชายอย่างน่ารัก

“พี่ถักนิตติ้งเป็นใช่ไหมฮะ......” จียงเริ่มต้นถามพี่ชาย

“อืม...ทำไมเหรอจียง.....”

“พี่...ช่วยสอนผมหน่อยได้ไหมฮะ....”

“นายจะถักอะไรล่ะ....”

“ผ้าพันคอฮะ......”

“ของขวัญไวท์เดย์สำหรับไอ้เทมใช่มะ........” รุ่นพี่ถามอย่างล้อๆอยู่เป็นนัย

“.../// มะ...ไม่ใช่สักหน่อย...ผม...เอ่อ แค่อยากลองถักดูเฉยๆ.....”

“งั้นเหรอ....แล้วนายล่ะจะถักให้ยองเบไหม....” แล้วรุ่นพี่ก็หันมาถามเจ้าน้องเล็ก

“ไม่เอาหรอกฮะ.....” น้ำเสียงที่ได้จากคำตอบนั้นทำให้พี่ๆอีกสองคนรู้ได้ทันทีว่าไอ้เจ้าน้องเล็กนั้นงอนยองเบมาอีกแล้ว

555 นายสองคนนี่...งอนกันเรื่อยเลยนะ....”

“ผมไม่ได้งอนสักหน่อย............” ซึงริเถียงรุ่นพี่ก่อนเดินไปแถวๆทีวีพลาสม่า ที่มีพร้อมวีดีโอเกมส์เสร็จสรรพ และน้องมันก็ถือวิสาสะเปิดมันเล่นซะเลยโดยไม่มีความเกรงใจ แต่ดองอุคก็ไม่ได้ว่าอะไร

“ถ้างั้น...ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนระหว่างเราสองคนนะจียง...”

“อืม...พี่จะให้ผมทำอะไรฮะ.......” ถามอย่างไม่สงสัย ก็ถ้าเป็นพี่ดองอุคละก็...จะให้สอนให้ฟรีๆน่ะ...ไม่มีหรอก

“ก็อะไรนิดหน่อย.......”

เมื่อคนทั้งสองทำข้อตกลงไว้ด้วยกันเรียบร้อย รุ่นพี่ร่วมค่ายก็เริ่มสอนเจ้ารุ่นน้องตัวดีถักผ้าพันคอ และเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงหัวค่ำร่างของน้องชายทั้งสองก็ได้จรลีออกมาจากห้องรุ่นพี่ เพื่อกลับบ้านสักที

“แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาอีกนะครับ....” จียงเอ่ยบอกรุ่นพี่ที่เดินมาส่งยังลานจอดรถ

“อืม...กลับบ้านดีๆล่ะ...แล้วเจอกัน...”

“วันนี้เกมพี่สนุกมากเลยฮะ ^^” น้องเล็กบอกปิดท้ายก่อนขึ้นรถไป

 

“ไปไหนกันมาน่ะ....” ยองเบเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางๆของคนทั้งสองเข้ามายังบ้านพักของวง

“ไปหาพี่ดองอุคมาน่ะ....” จียงตอบก่อนหายเข้าไปในห้องครัวอย่างรู้สึกหิว

“แล้วเทมโปล่ะ....” ร่างบางกลับออกมาพร้อมกับชามอาหารในมือสองชามก่อนยื่นมันให้น้องเล็กกินเอ่ยถามยองเบ

“ถ่ายหนังอยู่....หมอนั่นบอกว่าคงกลับดึกหน่อย...”

“เหรอ.............” แล้วร่างบางก็ไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านี้

“ซึงริ...นายยังงอนพี่อยู่อีกเหรอ....” ยองเบเอ่ยถามน้องเล็กด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

“พี่จียงฮะ...คืนนี้ผมนอนกับพี่นะฮะ....” ไม่เพียงไม่ตอบคำถามเท่านั้น ซึงริดันหันไปคุยกับจียงแทนเหมือนกับไม่ได้ยินคำถามนั้น

“อืม...ได้ซิ...ถ้ายองเบมันอนุญาต.......” จียงหันมาตอบน้องก่อนมองไปที่เพื่อนรักที่ทำหน้าเหมือนจะตายให้ได้

“ทำไมต้องให้อนุญาตด้วย...ในเมื่อมันเป็นสิทธิ์ของผม..........” ซึงริตอบกลับมาซึ่งมันทำให้ยองเบถึงกลับหมองลงไปอีก

“เอ่อ...ก็ตามใจ....” จียงได้แต่มองเพื่อนตรงหน้าอย่างอยากหาทางช่วย ก่อนส่งสายตาบอกเพื่อนรักว่า เดี๋ยวฉันจัดการให้แล้วกัน

 

“นายงอนอะไรยองเบมันล่ะ....” จียงเอ่ยถามทันทีที่อยู่กับซึงริสองคนในห้องของตัวเอง

“พี่ยองเบ...ทำสร้อยที่ผมให้หาย...” ซึงริบอกพี่ชายอย่างตรงไปตรงมา

“เรื่องแค่นี้เอง.......”

“มันเรื่องแค่นั้นก็จริงฮะ...แต่ที่ผมโกรธก็เพราะว่า...พี่ยองเบปิดบังผมนี่ฮะ...”

“อืม...หมอนั่นกลัวนายเสียใจมั้งถ้ารู้ว่าทำมันหายน่ะ.......”

“แล้วพี่ยองเบเค้าไม่คิดว่าผมจะเสียใจเหรอฮะถ้าผมรู้ว่ามันหายไปด้วยตัวเองโดยที่พี่ยองเบไม่ยอมบอกอะไรผมเลย...”

“ในตอนนั้น...มันคงไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องก็ได้...บางทียองเบมันอาจจะคิดว่าเดี๋ยวก็คงหาเจอ...มันเลยไม่ยอมบอกเราไง...มันคงไม่อยากให้เรากังวลใจนั่นแหละ....” จียงพยายามหว่านล้อมให้น้องเห็นใจยองเบ

“พี่จียงคิดอย่างนั้นเหรอฮะ........” ซึงริถามพี่ชายพลางจ้องตาแป๋วอย่างกับเด็กน้อย

“อืม...ยองเบมันรักนายจะตายไป...มันคงไม่ได้ตั้งใจทำหายหรอกน่า....”

“....อืม...คงจะจริงมั้งฮะ...” และแล้วเจ้าน้องชายก็หลงกลจียงเข้าจนได้ แต่ก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ...ที่จียงช่วยทำให้คนรักกันกลับมาคืนดีกันได้เนี่ย

“ป่านนี้หมอนั่นลงแดงตายแล้วมั้ง.....แต่ว่าเพื่อเป็นการลงโทษที่หมอนั่นรักษาของไม่ดีพอ...นายก็นอนที่นี่คืนนี้นั่นแหละ...ปล่อยให้มันทรมานเล่น...สะใจดี ^^” จียงพูดด้วยความสะใจอยู่ลึกๆ

“ก็ดีฮะ...” น้องเล็กพยักหน้าเห็นด้วยก่อนเดินตรงไปที่คอมของพี่ชาย...ไม่ต้องถามก็รู้ว่าน้องมันคงจะเล่นเกมเหมือนเดิม

 จียงจึงหันมาสนใจเรื่องของตัวเองต่อ มือบางหยิบไหมที่อยู่ในถุงกระดาษออกมาทำต่อ...เป็นเวลานานที่จียงเอาแต่ถักผ้าพันคอจนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นว่าน้องเล็กนั่งหลับปุ๋ยอยู่หน้าจอที่เล่นค้างอยู่ จียงจึงเลิกถักแล้วเดินเข้าไปใกล้น้องเล็ก

“ซึงริ..............” ร่างบางกระซิบเรียกพลางใช้ฝ่ามือส่ายไปมาอยู่ที่หน้าน้องเล็ก...เป็นอันว่าน้องเล็กหลับสนิทเลยล่ะตอนนี้

“...พี่ยองเบ.....” เสียงละเมอเรียกชื่ออีกคนที่อยู่อีกห้องทำเอาจียงอมยิ้ม...หายงอนง่ายดีจริงๆ

จียงเลยก้าวเดินออกไปจากห้องเพื่อไปเรียกคนที่น้องเล็กละเมอเรียกให้มาจัดการเอาน้องเล็กไป

“ขอบใจมากนะจียง.....” ยองเบเอ่ยขอบคุณเพื่อนคนสนิทก่อนอุ้มคนในอ้อมแขนไปยังห้องของตัวเอง

 

อืม...ตอนนี้ก็เกือบสี่ทุ่มแล้วซินะ...หมอนั่นยังไม่กลับมาอีกเหรอเนี่ย

 

จียงหันไปมองยังประตูหน้าบ้านอย่างรู้สึกเป็นห่วงคนที่ไม่อยู่ในบ้าน ก่อนเดินหายเข้าไปในห้อง...แล้วก็กลับออกมานั่งที่โซฟาห้องนั่งเล่นเพื่อถักผ้าพันคอต่ออย่างขะมักเขม้น

“โอ๊ย! เอาอีกแล้ว....” จียงร้องออกมาเมื่อไม้ถักบาดเข้าที่นิ้วบางจนเลือดซึม จียงได้แต่ดูดนิ้วตัวเองไว้เพื่อห้ามเลือด ก่อนทักต่ออย่างไม่สนใจแผลสักเท่าไร เมื่อทำไปได้อีกสักพักไม้ถักนั้นก็บาดเข้าที่นิ้วบางอีกครั้ง

“เลิกทำก่อนดีกว่า...ไม่มีสมาธิเลยแหะ....” จียงพึมพำออกมาพร้อมวางสิ่งของเหล่านั้นไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปมองยังนาฬิกาผนัง

 

นี่มันก็จะห้าทุ่มแล้วนะ...ทำไมยังไม่กลับมาอีกล่ะ...สงสัยจะมีปัญหาแน่ๆ

 

จียงเบือนหน้าจากนาฬิกาก่อนเดินไปหาอุปกรณ์ทำแผล...เมื่อหาเจอจียงก็จัดการกับนิ้วของตัวเอง ปิดพลาสเตอร์ไว้ตามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ก่อนเดินหายเข้าไปในห้องครัวเปิดตู้เย็นหยิบนมมาดื่มให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย

“นายควรดื่มนมร้อนนะจียง.....” เสียงกระซิบที่ทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์ในยามวิกาลทำเอาจียงถึงกับสะดุ้งพ่นนมออกมา

“แค่กๆ...แค่ก....” จียงสำลักออกมาอย่างสุดจะทนยังดีที่ได้มืออุ่นๆช่วยลูบหลังให้

“ไม่เป็นไรใช่ไหม...ฉันขอโทษ....”

“อืม...ไม่เป็นไรแล้วล่ะ...วันหลังอย่ามาเงียบๆอย่างนี้อีกนะเทม....” จียงหันมาบอกคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่องนิดๆ

“ทราบแล้วครับ....” เทมโปรับคำก่อนดึงจียงเข้ามากอด

“คิดถึงจัง.....”

“นี่นาย...บ้าหรือเปล่าเนี่ย...” จียงบ่นอุบแต่ก็ยอมให้ร่างสูงกอดตัวเองเอาไว้

“วันนี้เหนื่อยเอามากๆ...ขอรางวัลหน่อยนะ...” ว่าแล้วร่างสูงก็ก้มลงสูดเอาความหอมจากแก้มนุ่มทั้งสองข้างของร่างบาง

“/// บ้า...ฉันจะไปนอนแล้ว......” ร่างบางเบี่ยงตัวหลบออกมาจากร่างสูง

“เดี๋ยว!....” เทมโปเรียกพร้อมดึงมือร่างบางขึ้นมา

“เอ่อ.....ก็แค่แผลนิดหน่อย....” จียงตอบอย่างรู้ว่าเทมโปจะเอ็ดเค้าเรื่องอะไร

“ไปโดนอะไรมา.....” ถามพลางจ้องจียงอย่างห่วงใยแกมดุเล็กน้อยที่ร่างบางทำให้ตัวเองมีแผล

“ก็...งานเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง....อย่าสนใจเลย...” บอกปัดอย่างไม่ต้องการให้ร่างสูงรู้ว่าเกิดจากอะไร

“อืม...อย่าทำอะไรที่มันเสี่ยงให้มากนะ...แล้วก็นะไม่ต้องมานั่งรอฉันอย่างนี้อีกนะ เพราะฉันอาจกลับดึกบ่อย....” ร่างสูงบอกร่างบางพลางจ้องเข้าไปในดวงตา

“ค...ใครบอกว่าฉันมารอนาย...ฉันก็แค่...นั่งทำโน่นทำนี่เพลินต่างหาก...////” จียงพยายามที่จะเถียงออกมาพร้อมกับใบหน้าขี้นสี

“นั่งคิดถึงฉันน่ะเหรอ....”

“//// บ้า..........” ร่างบางว่าเทมโปทิ้งท้ายก่อนรีบเดินไปเอาของที่วางอยู่แล้วเดินเข้าห้องนอนไป ทำเอาเทมโปมองร่างบางด้วยรอยยิ้ม

 

ก็รู้อยู่ว่าร่างบางน่ะปากแข็งจะตาย...บอกว่าไม่ได้รออย่างนี้มากี่วันแล้ว...

 

######                                                                                                                                                                                         ######

“พี่จียง!....” เสียงน้องเล็กตะโกนเรียกพี่ชายที่เพิ่งออกจากห้องนอนในตอนเช้า

“...มีอะไรหรือเปล่า....”

“ทำไมผมถึงไปนอนอยู่กับพี่ยองเบได้ละฮะ....” น้องเล็กถามเสียงเขียวเล็กน้อย

“ก็เห็นว่านายละเมอเรียกชื่อหมอนั่น...ฉันก็เลยพานายกลับห้องน่ะ...”

“/// ผ...ผมไม่ได้ละเมอสักหน่อย....” น้องเล็กเถียงหน้าแดง

“แล้วเป็นไง...เมื่อคืนอบอุ่นไหม....”

“/////.......” ไม่มีคำตอบที่เป็นเสียงจากซึงริ แต่ว่าใบหน้านั่นแหละคือคำตอบอย่างดี น้องเล็กได้แต่ก้มหน้างุดๆก่อนเดินจากพี่ชายเข้าห้องที่นอนเมื่อคืนนี้ไป

“พี่จียงฮะ...จะกินข้าวเลยหรือเปล่าฮะ....” เสียงนุ่มของเจ้าตาหยีถามทั้งๆที่ตัวก็ยังคงอยู่ในครัว

“อือ...นายกินก่อนเถอะ...เดี๋ยวพี่ไปปลุกเทมโปก่อน....” จียงตอบกลับไปก่อนเดินเข้าไปในห้องของเทมโปเพื่อไปปลุกอย่างที่บอกไว้กับน้อง

“เทมโป...ตื่นหรือยัง..........” จียงเอ่ยเรียกพร้อมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้คนบนเตียง

“...เทม...ตื่นได้แล้ว...” จียงเรียกพลางใช้มือสะกิดคนบนเตียง

“........ซึงฮยอน.......ตื่น...อ๊ะ!!” ยังพูดไม่ทันจบประโยคร่างของจียงก็ถูกฉุดลงไปนอนกับเตียงโดยมีร่างสูงกอดเอาไว้แน่น

“อ่ะ...นี่ปล่อยนะ........” จียงร้องอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง

“ขอห้านาที...........” กล่าวขอก่อนกอดร่างบางแน่นกว่าเดิม โดยที่ร่างบางก็ต้องยอมตามใจเจ้าคนขอ

“พอได้ยังล่ะ..............” จียงเอ่ยถามหลังจากที่กะเวลาว่าคงครบห้านาทีแล้ว

“อืม...ไม่มีมอร์นิ่งคิสหน่อยเหรอ.....” เทมโปถามพลางใช้สายตาออดอ้อนเต็มที่

“.....ไม่เอา!..........” จียงบอกเสียงแข็งพลางพยายามดันร่างหนาออก

 

ก็เรื่องอะไรจะเอาล่ะ...ไม่งั้นเค้าก็มีแต่เสียเปรียบน่ะซิ ////

 

“ถ้างั้น...นายก็นอนอยู่ตรงนี้แหละ...” เทมโปบอกพลางรั้งตัวจียงเข้ามากอดอีกครั้งก่อนหลับตาลง

“...นี่นาย! ตามใจ.....ฉันนอนตรงนี้ก็ได้.....” จียงบอกก่อนหลับตาลงบ้าง

 

ถ้าแค่นอนมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่นา...อย่าคิดว่าจียงจะไม่รู้ทันซิ

 

เหมือนว่าจียงจะรู้สึกได้ถึงลมอุ่นๆบริเวณหน้าผากนะ...เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเทมโปกำลังไล้จูบจากหน้าผากลงมายังบริเวณแก้ม

“อ้าว! ไม่นอนต่อเหรอ........” เทมโปแกล้งถามพลางไล่ริมฝีปากลงมาใกล้ๆกับริมฝีปากอิ่มของจียง

“อื้อ...ก็ได้! มอร์นิ่งคิสก็มอร์นิ่งคิส.....” จียงร้องออกมาพลางดันตัวร่างสูงอีกครั้ง

 

เอาว่ะ...ทำเองก็ยังดีกว่าให้หมอนี่เป็นคนทำ...ไม่งั้นไม่จบแน่ๆ

 

คิดได้อย่างนั้นจียงก็เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าร่างสูง ก่อนจรดริมฝีปากตัวเองเข้ากับปากของเทมโป...เพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้นที่ริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกัน...

“ว้า....นิดเดียวเอง.....” เทมโปร้องออกมาอย่างเสียดาย

“ฉ...ฉันทำแล้ว....คราวนี้จะลุกได้หรือยัง......” จียงพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนร้องทวงสัญญา

“อืม...สดชื่นดีจังเลย...........” เทมโปขยับตัวลุกขึ้นมาพลางบิดขี้เกียจก่อนแกล้งทำเป็นเซหอมแก้มร่างบางอีกครั้ง

“....///..สดชื่นคนเดียวซิ......” ร่างบางบ่นอุบก่อนสาวเท้าออกจากห้องเทมโป

 

“ออกมาแล้วเหรอฮะ....ผมนึกว่าจะอยู่ในนั้นทั้งวันซะอีก.........” แดซองร้องถามอย่างล้อๆเมื่อเห็นพี่ชายร่วมวงนั่งลงที่โต๊ะ

“เงียบไปเลยนะ.....” จียงว่าเข้าให้อย่างยังรู้สึกอายๆ

“เอ่อ...พี่จียงฮะ...พี่จะไปหาพี่ดองอุคกี่โมงฮะ....” ซึงริเอ่ยถามพี่ชาย

“บ่ายๆน่ะ...”

“ผมไปด้วยนะฮะ........” ยิ้มอ้อนใส่พี่ชาย

“แล้วแต่ยองเบมันนั่นแหละ.......” จียงบอกน้องก่อนหันไปมองหน้าเพื่อนรัก

“อืม...ตามใจเราเถอะ....” ยองเบเอ่ยอนุญาตพลางยิ้มให้ซึงริอย่างอ่อนโยน

“พวกนายจะไปไหนกันงั้นเหรอ........” เสียงทุ้มต่ำพร้อมร่างสูงๆเอ่ยถามพลางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัวจียง

“ไปหาพี่ดองอุคฮะ.....” น้องเล็กตอบแทนพี่ชาย ทำเอาพี่ชายหันมามองซึงริทันทีเหมือนไม่ต้องการให้น้องพูด

“อืม...เดี๋ยวฉันไปส่งก็แล้วกัน...วันนี้มีถ่ายแถวนั้นพอดี จะได้รับกลับด้วย.....”

“ดีฮะ....” น้องเล็กยิ้มตอบอย่างร่าเริง

 

“ตั้งใจทำงานล่ะนายน่ะ....” จียงบอกก่อนลงจากรถเมื่อเทมโปขับเข้ามาจอดหน้าคอนโดรุ่นพี่

“อืม....เดี๋ยวจะมารับนะ....อย่าดื้อล่ะซึงริ...” เทมโปบอกก่อนหันไปลูบหัวน้องอย่างเอ็นดู

“พี่อ่ะ...ผมโตแล้วนะฮะ....” ซึงริรีบจัดทรงผมเป็นการใหญ่ แล้วเทมโปก็แล่นรถออกไปยังกองถ่าย ร่างบางๆทั้งสองจึงเดินขึ้นไปหารุ่นพี่

ติ๊ง~หน่อง~~

เมื่อกดออดได้สักพักก็มีร่างรุ่นพี่ออกมาเปิดประตูต้อนรับ

“เป็นยังไง...ทำไปถึงไหนแล้วล่ะ....” รุ่นพี่ถามพลางยื่นน้ำผลไม้ให้เจ้ารุ่นน้องทั้งสอง

“ก็.......” จียงเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของในถุงกระดาษออกมาให้รุ่นพี่ดู

“อืม...เก่งดีนี่นา.....ทำเร็วดี........” รุ่นพี่ร่วมค่ายเอ่ยชมพลางมองไปยังตัวผ้าพันคอที่ทำไปได้เกือบครึ่ง

“แต่ก็จะได้แบบนี้...เล่นเอาผมมีแผลติดมาซะ.......” จียงร้องบอกพลางชูนิ้วทั้งสองมือให้รุ่นพี่ดู

“ใหม่ๆก็อย่างนี่แหละ.....” รุ่นพี่ยิ้มให้กำลังใจหลังจากส่งผ้านั้นให้จียงเอาไปถักต่อ

“พี่ดองอุคฮะ....แผ่นเกมที่ผมเล่นเมื่อวานไปไหนล่ะฮะ........” เสียงซึงริเอ่ยถามพลางง่วนกับการหาแผ่นเกม

“...พี่แทบินเอาไปน่ะ...........”

“โธ่! ผมอุตส่าห์มาที่นี่เพื่อจะเล่นต่อเลยนะฮะ.....” ซึงริบ่นอย่างเสียดาย

“พี่ควรดีใจไหมล่ะเนี่ย..........”

“ไม่เป็นไร...ผมเล่นอย่างอื่นก็ได้ฮะ........” ซึงริบอกเมื่อเจอเข้ากับแผ่นเกมอันใหม่ที่น่าสนใจ แล้วน้องมันก็หลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวแทบจะทันทีที่เปิดเกมเล่น

 

เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบเย็นทีเดียวเสียงท้องของใครหลายคนก็เริ่มอวดครวญบ่งบอกอย่างดีว่าต้องการอะไรลงไปในกระเพาะ

“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อของข้างล่างก่อนนะ......” ดองอุคเอ่ยบอกน้องๆ

“ถ้างั้น...ผมไปด้วยฮะ.........” จียงร้องบอกก่อนวางงานลงแล้วตามรุ่นพี่ไป

“กลับมาเร็วๆนะพี่.........” ซึงริตะโกนบอกก่อนหันไปสนใจกับเกมต่อ

“จะกินอะไรกันล่ะ....ต๊อกโพกีดีมะ หรือจะเอาข้าวกล่องดี......” ดองอุคเอ่ยถามออกมาเมื่อเดินมาถึงร้านอาหาร

“อืม...ผมว่าเอาข้าวกล่องดีกว่าฮะ........”

“ได้...เถ้าแก่เนี้ยครับ...เอาข้าวกล่อง 3...” รุ่นพี่ยังพูดไม่ทันจบก็โดนจียงพูดซะก่อน

“สี่ชุดฮะเถ้าแก่........”

“นายจะเอาไปให้ใครน่ะ......”

“เทมโป....หมอนั่นบอกว่ากองถ่ายอยู่ตรงสตูดิโอ xxx ฮะ”

“อ๋อ...ถึงว่าทำไมนายถึงตามลงมาด้วย...ที่แท้ก็จะไปหาแฟนนี่เอง....”

“ก็ ///...เผื่อหมอนั่นจะไม่ชอบอาหารที่กองก็ได้นี่ฮะ........” จียงเถียงข้างๆคูๆ

“เสร็จแล้วจ้า...ทั้งหมด 2400 วอนจ๊ะ...” ร่างของเถ้าแก่เนี้ยบอกพลางยื่นข้าวกล่องให้

“ขอบคุณครับ....” แล้วร่างของทั้งสองก็เดินออกมาจากร้าน

“เอ่อ...เดี๋ยวพี่เอาข้าวกล่องไปให้ซึงริก่อนก็ได้ฮะ...ผมจะไปหาเทมโปก่อน” จียงบอกพลางแยกข้าวกล่องออกมาสองกล่อง

“...ระวังคนในกองอิจฉานะ...จียง...” รุ่นพี่พูดล้อเลียนก่อนเดินกลับไปที่คอนโดของตัวเอง

 

“อ้าว!! จียง...มาหาเทมโปเหรอ...อยู่ในห้องพักน่ะ....” เสียงหนึ่งตะโกนบอกเมื่อเห็นว่าจียงกำลังมองใครบางคน

“ขอบคุณฮะโปรดิวเซอร์คิม.........” จียงโค้งขอบคุณก่อนเดินไปยังห้องพักนักแสดง แต่ละเส้นทางที่เดินผ่านไปนั้นจียงต่างโค้งให้ผู้อื่นด้วยความเคารพจนกระทั่งมาถึงห้องพัก จียงก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน...

 

สงสัยพวกนักแสดงซ้อมบทกันมั้ง...อย่าเพิ่งเข้าไปขัดจะดีกว่า

 

 [“วันนี้เราไปดื่มกันอีกได้ไหมค่ะ...”] น้ำเสียงเชื้อเชิญอยู่ในทีของหญิงสาวบางคน

[“...เอ่อ...คงไม่ได้หรอกครับ....”] เสียงทุ้มใหญ่ตอบกลับอย่างรู้สึกเสียใจ

[“...ทำไมล่ะค่ะ...หนังก็เหลืออีกซีนเดียวนี่ค่ะ...มีเวลาถมเถไป...”] อ้าว! ไม่ได้ถ่ายหนังหรอกเหรอ...

[“เอ่อ...ไม่ได้จริงๆครับ...อีกอย่างก็ไม่มีใครไปด้วยนี่ครับ...”]

[“ก็ฉันกับคุณไงคะ......”]

[“ผมไปไม่ได้จริงๆครับ...ต้องขอโทษด้วยครับ...”]

[“อ่ะ...เดี๋ยวซิค่ะ....ว๊ายย!!!] น้ำเสียงตื่นตะหนกทำเอาจียงตกใจรีบเปิดประตูเข้าไปเผื่อช่วยอะไรได้บ้าง แต่แล้วเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่าหญิงสาวเจ้าของเสียงเหล่านั้นกำลังใช้สายตาเชิญชวนยั่วยวนร่างสูงใหญ่เป็นการใหญ่...แล้วจียงก็รู้สึกว่าตัวเองเปิดเข้ามาผิดเวลาซะแล้วล่ะในเมื่อคนทั้งสองกำลังจูบกันดูดดื่มเชียวล่ะ...

จียงจึงพยายามเดินเลี่ยงออกมาเพื่อไม่ให้สองคนนั้นเห็นเค้า...แต่แล้วจียงก็ถึงกับชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของคนทั้งสองอย่างชัดเจนจากกระจกบานใหญ่...

เคร้ง!!~~

เหมือนว่าเรี่ยวแรงที่แขนของจียงจะหมดแรงไปเสียดื้อๆ ทำเอาข้าวกล่องที่อุตส่าห์เอามาหล่นกระจายอยู่หน้าประตูห้อง และก็เป็นเหตุให้สองคนนั้นที่กำลังเล่นฉากรักกันต้องหันมามองยังต้นเสียง

“จียง!!...” ชายร่างสูงร้องออกมาอย่างตกใจ

“เอ่อ...ขอโทษ...ที่มากวน...” จียงเอ่ยขอโทษเสียงสั่น

“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ....” หญิงสาวหน้าตาสะสวยเอ่ยบอกพลางก้มหน้าอย่างเอียงอายที่มีคนมาเห็นฉากนี้เข้า

“...ข...ขอตัว.....” แล้วจียงก็วิ่งออกไปจากห้องพักนักแสดงทันที

“จียง!! เจ้าของร่างสูงถึงกับวิ่งตามร่างบางออกไปด้วยความกระวนกระวายใจ

“จียง...เดี๋ยวก่อน...นายกำลังเข้าใจผิดนะ.....” ร้องบอกพลางรีบวิ่งตามให้ทันร่างบางๆนั้น

จียงกำลังตกใจกับภาพที่ได้เห็น ซึ่งมันก็ยังคงติดตามาตลอดเวลาที่ร่างบางวิ่งออกมาจากห้องนั้น ร่างกายกำลังสั่นเทา...ไม่รู้ว่าด้วยความเสียใจ หรือความโกรธอย่างไรที่ทำให้ร่างกายสั่นเทาเช่นนี้....

“จียง!! เดี๋ยว.......” เจ้าของเสียงพร้อมฝ่ามือแกร่งคว้าเข้าที่ต้นแขนของจียงพลางออกแรงเล็กน้อยเพื่อให้ร่างบางหยุดวิ่งสักที

“ปล่อย...ฉันจะกลับบ้าน....” จียงพยายามสะบัดมือแกร่งนั้นให้หลุดออกจากแขนตัวเอง

“แต่นายต้องฟังฉันก่อน......”

“ฟังอะไรล่ะ...ทุกวันที่นายกลับดึกก็เพราะ...เธอคนนั้นใช่ไหมล่ะ....เทมโป” จียงถามเสียงสั่นๆ แต่ไม่ได้สั่นเพราะร้องไห้...จียงสั่นเพราะกำลังควบคุมตัวเองไม่อยู่...กลัวจะระเบิดอารมณ์ออกมา เป็นอันว่ารู้แน่ชัดแล้วว่า...กำลังโกรธอยู่ไม่ได้เสียใจแต่อย่างใด

“..............เอ่อ.....” เทมโปได้แต่ทำท่าอึกอักพูดไม่ออก ก่อนเบือนหน้าหลบสายตาจียงที่จ้องมองมา

“หึ...คงจะเป็นเรื่องจริงซินะ...นายคงไปดื่มกับผู้หญิงคนนั้นอย่างมีความสุขซินะ....” จียงมองตรงเข้าไปที่ใบหน้าร่างสูงที่หลบสายตาอยู่

“...เอ่อ...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ...จียง......”

“ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นแล้วมันคืออะไรล่ะ...นายก็บอกฉันมาซิ...ฉันจะได้เข้าใจ!!” จียงตะโกนถามอย่างเกินที่จะอดกลั้นได้ไหวอีกแล้ว

“ซึงฮยอนคะ........” เสียงแหลมเล็กที่เป็นเสียงเดียวกับผู้หญิงที่จียงเห็นดังมาจากด้านหลัง

“...ถ้างั้น...เชิญนายไปกับเธอเถอะ.............” จียงกัดฟันบอกพลางมองหน้าเทมโปอย่างเอาเรื่องก่อนเดินจากไป...ทำเอาเทมโปรู้สึกได้ว่าอาจจะไม่ง่ายที่จะง้อจียงในคราวนี้

“จียง!! เดี๋ยวก่อน............”

“เฮ้! ท๊อป...พร้อมยัง.....” เสียงโปรดิวเซอร์คิมตะโกนเรียกคนที่พยายามจะวิ่งตามจียงไป

“ไปเถอะค่ะ...ซีนสุดท้ายแล้วนะค่ะ.....” หญิงสาวเร่งพลางรั้งตัวร่างสูงให้เดินตามมา

“.......................” เทมโปได้แต่กังวลใจละล้าละหลังว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี แต่แล้วเค้าก็ต้องเลือกที่จะทำงานให้เสร็จก่อน...มันเป็นหน้าที่ที่เค้าไม่สามารถละเลยได้...ไม่งั้นมันจะเสียไปทั้งหมด

 

ติ๊ง~ หน่อง~~

“มาแล้วเหรอจียง......จียง...เป็นอะไรไปน่ะ...ทำไม......” รุ่นพี่เปิดประตูออกมาต้อนรับถึงกับตกใจกับความอันร้อนแรงเป็นไฟลุกโชนอยู่ในดวงตาของผู้ที่ได้ชื่อว่า ‘G-Dragon’

“....ไม่มีอะไรหรอกฮะ.......ผมกลับก่อนนะฮะ....” จียงบอกรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ก่อนเดินเข้าไปลากเจ้าน้องเล็กออกมาจากห้อง

“อ่ะ! ไม่รอพี่ซึงฮยอนเหรอฮะ...............” น้องเล็กถามด้วยความสงสัย...ก็เท่าที่ซึงริจำได้พี่เทมบอกว่าจะมารับนี่นา

“...ฮึ่ย!! หมอนั่นไม่มาหรอก....กลับกันเถอะ....ไปก่อนนะฮะพี่” จียงโค้งลารุ่นพี่ยืนหวาดๆกับอาการของรุ่นน้องร่วมค่ายที่มันสามารถจะเผาอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้

 

นับวันมันยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่แหะไอ้จียงเนี่ย...ถ้าเซ้นต์ของดองอุคไม่ผิดนะมันต้องเป็นเพราะไอ้เทมแหงมๆ

 

ดองอุคคิดพลางสะดุ้งขนลุกไปทั้งตัว และสายตาก็เหลือบไปเห็นสิ่งของบางอย่างของไอ้เจ้ามังกรมันลืมทิ้งไว้ ไม่ทันที่ดองอุคจะได้หยิบโทรศัพท์เพื่อโทรบอกเจ้ามังกรว่ามันลืมของ ก็มีเสียงกดออดดังขึ้นมา

 

โอ๊ะ!! แม่งตายยากจริงๆ...สงสัยเพิ่งนึกได้ว่าลืมของมั้งเนี่ย

 

“ฉันกำลังโทรไปบอกนายพอดีเลย...ว่านายลืมข.....อ้าว! เทมโปเองเหรอ...” ดองอุคหยุดคำพูดเมื่อรู้ว่าไม่ใช่จียง

“แฮ่กๆๆ...พี่ดองอุค...จียงละฮะ...”

“ไปแล้ว...เมื่อกี้...ไม่เห็นกันเหรอ...” ถามพลางกวาดสายตามองทั่วชั้นคอนโดอีกครั้ง

“ไม่นี่ครับ.....ถ้างั้นผมกลับก่อนนะครับ”

“ระวังไว้หน่อยก็ดีนะไอ้เทม...เห็นมันแล้วน่ากลัวว่ะ” ดองอุคบอกพลางยื่นสิ่งของในถุงให้เทมโป

“และก็นะ...นายช่างมีเรื่องได้ผิดเวลาเสียจริงๆ...อีกสองวันไวท์เดย์แท้ๆ...พยายามง้อเข้าล่ะ....” รุ่นพี่มองพลางยักคิ้วให้ก่อนระบายยิ้มให้กำลังใจเจ้าน้องชายคนนี้

“ผมลาล่ะฮะ.........” เทมโปบอกลาก่อนโค้งให้รุ่นพี่ด้วยความเคารพ

“เฮ้อ! ไอ้เด็กพวกนี้เนี่ยนา...จริงๆเลย....โทรรายงานพี่แทบินดีกว่า...”

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

ร่างสูงหนาพยายามเร่งฝีเท้าที่จะวิ่งไปที่รถให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้...พลางกวาดสายตามองหาจียง...แต่ไม่เจอ...เทมโปจึงตัดสินใจที่จะสตาร์ทรถแล้วขับไปยังป้ายจอดรถบัส...เผื่อว่าจียงยังคงนั่งรอรถอยู่...ทั้งๆที่ไม่แน่ใจหรอกว่าจียงจะขึ้นรถบัสหรือแท็กซี่กันแน่

แล้วสายตาก็พลันได้เห็นร่างบางๆทั้งสองร่างกำลังก้าวขาขึ้นรถแท็กซี่...ดูแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นจียงกับซึงริ เทมโปจึงตัดสินใจขับปาดหน้ารถแท็กซี่เพื่อให้แท็กซี่หยุด...ก็คงต้องเป็นเช่นนั้นล่ะ รถที่ไหนจะขับต่อได้หากมีรถมาขวางเลนอยู่แบบนี้...คนขับรถแท็กซี่ลงมาเพื่อจะเอาเรื่องเจ้าของรถสีแดงฉาน

และเหมือนว่าผู้โดยสารคนหนึ่งจะยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อรู้ว่าไอ้รถที่มาขวางน่ะเป็นรถของใคร

และเหมือนกับว่าผู้โดยสารคนนั้นจะฟิวส์ขาดเสียแล้วล่ะ...ร่างของผู้โดยสารคนดังกล่าวลงจากรถพลางตรงเข้าไปหาเจ้าของรถที่จอดขวางทาง และไม่ทันที่ใครจะคิดว่าเกิดอะไรขึ้น...

 

ผู้โดยสารคนนั้นก็กระชากคอเสื้อเจ้าของรถสีแดงลงมา

.

.

.

.

.

ประกบจูบอย่างแนบแน่นทีเดียว

ไม่มีใครบริเวณนั้นที่จะสามารถรู้ได้ว่าการจูบอันเนิ่นนานนี้จะจบลงเมื่อไหร่

...รู้สึกเพียงแต่ว่า...

อึ้ง

มึน

งง

 

“นายมันงี่เง่า!!!” เมื่อถอนจูบออกมาแล้วผู้โดยสารคนนั้นก็สบถว่าคนตรงหน้า ก่อนเดินไปหาคนขับแท็กซี่ที่ยืนมึนกับเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนที่จะควักเงินออกมาจ่ายค่าแท็กซี่ทั้งที่ยังไปไม่ถึงไหนด้วยซ้ำ

“เอ่อ....ไม่เป็นไรหรอกครับ....ผม...ยังส่งคุณไม่ถึงที่ด้วยซ้ำ....” คนขับแท็กซี่เริ่มได้สติบอกปัดเงินที่ผู้โดยสารคนนั้นจะให้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ...คิดซะว่าเป็นค่าเสียเวลาแล้วกัน...” ผู้โดยสารคนดังกล่าวบอกพลางยัดเงินใส่ในมือให้

“ซึงริ....” ผู้โดยสารคนนั้นร้องเรียกคนที่ยืนอยู่ข้างรถพลางเดินไปยังรถคันสีแดง

“....เอ่อ...พี่จียง...ผมงง....” ซึงริเอ่ยออกมาอย่างงงจริงๆ แต่ผู้โดยสารที่ชื่อจียงนั้นไม่พูดอะไรกลับเข้าไปนั่งยังที่นั่งคนขับแทน เมื่อผู้โดยสารคนน้องเข้ามานั่งที่เบาะหลังเรียบร้อยผู้โดยสารที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะเป็นคนขับแทนจึงแล่นรถออกจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้เจ้าของรถคนเดิมยืนมองรถคันนั้นที่แล่นออกไป

“ไปคอนโด YG ครับ.......” เจ้าของรถสีแดงบอกคนขับรถแท็กซี่พลางก้าวขึ้นรถ คนทั้งสามคนนั้นกำลังทำเอาคนขับแท็กซี่คนเดิมมึนยกใหญ่ แต่ก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองขับรถพาผู้โดยสารคนใหม่ไปส่งยังที่เดิมของผู้โดยสารคนเก่า

[ปล.คนเขียนชักจะงงเองแหะ : T-Lek]

 

“เอ่อ....พี่จียงฮะ...พี่เทมยังไม่ขึ้นมาเลยนะฮะ...........” ซึงริทักท้วงพี่ชาย

“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าหมอนั่นจะขึ้นมาด้วยนิ......” จียงบอกอย่างไม่ใส่ใจเท่าไร

“แต่...รถของพี่เทมนี่ฮะ.............” ซึงริท้วงอีกครั้งพลางมองไปยังด้านหลังกระจก

“แล้วไงล่ะ......หมอนั่นมันงี่เง่าเอง......” ว่าพลางเหยียบคันเร่งขึ้นอีก เพื่อไม่ให้แท็กซี่ข้างหลังตามทัน

“...........ผมโคตรงงเลยฮะ................” ไม่มีเสียงตอบรับกับคำพูดของซึงริ แต่แล้วสายตาของจียงก็เหลือบไปเห็นถุงกระดาษที่แสนจะคุ้นเคยวางอยู่ข้างเบาะคนขับ...ถุงกระดาษที่มีผ้าพันคอที่ยังถักไม่เสร็จดีอยู่...

 

มาอยู่ที่นี่ได้ไงว่ะ....จริงซิ! เค้าลืมหยิบมันมานี่นา...

แสดงว่าหมอนั่นไปคอนโดพี่ดองอุคหลังจากเค้ากับซึงริออกมาเพียงไม่กี่นาทีซินะ

 

“หึ.................” อยู่ๆรอยยิ้มก็ระบายอยู่บนใบหน้าของจียง ไม่รู้ว่ายิ้มออกมาด้วยอารมณ์ไหน รู้สึกอย่างไรกันแน่ที่ยิ้มออกมาอย่างนี้

ไม่นานนักรถสีแดงคันเดิมก็มาถึงยังที่หมายที่ต้องการมาเสียที ร่างบางทั้งสองร่างลงจากรถเมื่อรถจอดสนิทในลานจอดรถ

“นายขึ้นไปก่อนนะซึงริ.............” จียงบอกพลางล็อครถ

“อืม.......ฮะ..............” ซึงริพยักหน้ารับพลางหาวเดินขึ้นห้องไป เมื่อน้องเล็กเดินขึ้นห้องไปแล้วจียงก็ยืนพิงรถเพื่อรอใครบางคนที่ตามมา แล้วไม่กี่อึดใจจียงก็ได้เห็นคนที่รออยู่ก้าวลงจากรถแท็กซี่

“ทำไมไม่ไปกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ......ท่าทางเธอจะชอบนายนิ....” จียงเอ่ยถามเมื่อร่างสูงเดินเข้ามาใกล้

“แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ....ฉันชอบนาย...........” คำแก้ตัวที่มาพร้อมคำบอกรักทำเอาจียงเริ่มจะไปตามแผนที่ตัวเองวางไว้ไม่ถูกเสียแล้ว...

“คงเชื่อหรอก...ก็เห็นอยู่ว่าเต็มใจให้หล่อนจูบ........” ในเมื่อไม่ไปมันไม่ถูกก็เดกดันมันซะเลย

“แบบนั้นเค้าไม่เรียกว่าเต็มใจกันหรอกนะ..............” ร่างสูงบอกก่อนโน้มตัวลงมาประกบจูบจียงอย่างอ่อนหวาน

“แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าเต็มใจ..........” บอกเมื่อถอนจูบออกมา...

“ท...ทำบ้าอะไรของนาย!! น...นี่มันลานจอดรถนะเว้ย!!” จียงโวยวายกลบเกลื่อนใบหน้าแดงๆที่เกิดจากการกระทำที่อ่อนหวานนั้น

“ทีนายยังจูบฉันกลางถนนเลยนี่นา...........”

“น...นั่นมันไม่เหมือนกันสักหน่อย........” จียงพยายามเถียงข้างๆคูๆ

“....ฉันไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเพื่อนนักแสดงด้วยกัน...........ที่กลับดึกบ่อยๆนั่นก็เพราะว่าถ่ายหลายเทค...แต่ถึงจะไปดื่ม...ฉันก็ไปกับทีมงานทุกคน” เทมโปอธิบายให้ร่างบางฟังด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีโกหก

“...แล้วไงล่ะ..............” จียงถามอย่างไม่ใส่ใจ

“ฉันกลัวแทบแย่ว่านายจะเข้าใจผิด......ฉันกลัวว่านายจะร้องไห้อีกครั้ง...ฉันไม่อยากให้อะไรสักอย่างมาทำลายความสัมพันธ์ของเรา...แต่นายกลับทำให้ฉันอึ้ง...นายโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลย...ซึ่งนั่นมันต่างจากเมื่อก่อนมาก...”

“ก็ฉันไม่ได้คิดว่านายจะนอกใจ......ฉันแค่หมันไส้ที่นายไม่ต่อต้านผู้หญิงคนนั้นก็เท่านั้นเอง...แต่วินาทีนั้นฉันก็รู้สึกกลัวนะ...กลัวว่านายจะทิ้งฉันไป....แต่พอมาคิดดูแล้วนายก็ไม่ได้ทิ้งฉันไปไหนนี่นา.........” จียงพูดความในใจที่คิดออกมาให้ร่างสูงได้รับฟัง

“ตกลงว่านายหึงฉันใช่มั๊ย........” เทมโปถามซึ่งปฏิกิริยาที่ได้กลับมานั้นทำเอาร่างสูงยิ้มออกมา...จียงพยักหน้ารับคำถามของเค้าทั้งที่ปกติยากจะตายถ้าหากจะให้จียงยอมรับ

“....ฉ...ฉันง่วงนอนแล้ว.....ป...ไปก่อนนะ...........” จียงพยายามเลี่ยงที่จะให้ร่างสูงเห็นหน้าของตัวเองด้วยการเดินขึ้นห้อง

“ถ้างั้น...คืนนี้ฉันจะนอนกับนายแล้วกัน........” คำพูดของเทมโปทำเอาร่างบางชะงักหน้าขึ้นสีทันที...เหมือนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในค่ำคืนนี้

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

ภายในห้องนอนอันไร้ซึ่งแสงจากเหล่านีออนทั้งหลาย มีเพียงแสงจันทร์รำไรเท่านั้นที่พอจะทำให้รู้ว่ามีการเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้น

“อึก....อื้อ...” เสียงกลั้นก้อนอะไรบางอย่างดังออกมาจากตัวร่างบางที่นอนอยู่กับเตียงพร้อมกับร่างๆหนึ่งคร่อมตัวซุกไซร้ใบหน้าไปยังซอกคอ เพื่อดอมดมกลิ่นอันหอมหวานจากคนใต้ล่าง

“ย...หยุดนะ.....อื้อ....” ร่างบางพยายามร้องห้ามด้วยเสียงที่สั่นกระเส่าราวกับไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านใดๆ

ร่างสูงใหญ่ยังคงดอมดมราวกับว่าร่างบางนั้นเป็นดอกไม้ที่ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนห้ามใจด้วยความปรารถนาที่แผ่ซ่านออกมา มือหนาเริ่มสอดเข้าไปใต้เสื้อตัวบางที่ปกปิดเรือนร่างของร่างบางเอาไว้...ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เสื้อตัวบางนั้นจะถูกถอดออกมาได้อย่างง่ายดาย...เผยให้เห็นเนื้อผิวเนียนละเอียดราวกับผ้าไหมราคาดี...

คงยากที่จะอดใจไม่ให้ชิมรสชาติแห่งความงามนั้นได้...จมูกโด่งสันไล้ลงมายังเนื้อนวลเนียน...ดุจดั่งผีเสื้อที่ดูดดื่มความหอมหวานของดอกไม้...

“อึก...ม...ไม่เอา....อย่า......อ๊ะ! อา.....”ร่างบางร้องครวญครางออกมาอย่างสุดจะทนกับความวาบหวามที่ร่างสูงมอบสัมผัสเหล่านั้นมาให้.....หน้าท้องนวลเนียนเกร็งกระตุกรับสัมผัสเมื่อร่างสูงเลื่อนใบหน้าลงมา...

“จียง..............” ร่างสูงเลื่อนใบหน้ากระซิบเรียกร่างบาง

“....อ...อะไร...........”

“ฉันรักนายนะ............”

“...พูด...อะไรของนายน่ะ..........” ร่างบางพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้ได้ยินคำพูดที่ร่างสูงพร่ำบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฉันรักนายนะ.......”

“...จะพูดซ้ำทำไมเล่า.....หยุดพูดไปเลยนะ.........”

“ฉันรักนาย......”

“ก็บอกว่าหยุดพูดไงเล่า!

“ฉันรั.............” ไม่ทันที่เทมโปจะได้บอกรักอีกครั้ง ร่างบางก็ตัดสินใจจับใบหน้าคมเข้ามาประกบจูบหยุดคำพูดเหล่านั้น

ริมฝีปากอุ่นพยายามที่จะปิดปากร่างสูงให้สนิทอย่างไม่ต้องการให้ร่างสูงพูดคำพูดที่น่าอายเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...มันทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่ร่างสูงพูดมันออกมา...กลัวว่าจะละลายกองไปนั้นหากได้ยิน...

แต่สัมผัสที่ร่างบางพยายามป้อนมานั้นช่างขาดประสบการณ์เสียจริงๆ...ร่างสูงจึงจัดการสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปยังโพรงปากของร่างบาง...เรียวลิ้นตวัดเกี่ยวกันภายในอย่างเร่าร้อนตามอารมณ์ที่ร่างสูงนำพา...เนิ่นนานราวกับว่าจะไม่ถอดถอนออกมาหากร่างบางไม่ขาดอากาศ....เสียงหอบแผ่วๆหลังจากที่ร่างสูงเปิดโอกาสให้ร่างบางได้หายใจ...ไม่นานนักริมฝีปากอิ่มบวมของร่างบางก็ถูกปิดอีกครั้ง

มือหนาเริ่มไล้ลงมาเรื่อยๆตามแผ่นหลังนวลเนียนจนถึงยังขอบกางเกงเนื้อดีที่ยังคงเหลือติดขาเรียวงามของร่างบาง...กางเกงเนื้อดีที่เคยสวมใส่ไว้นั้นได้ถูกปลดออกมาอย่างง่ายดาย...ร่างบางถึงกับสะดุ้งทันทีกับความเย็นที่สัมผัสได้จากมือข้างนั้น

“น...นาย......อ่ะ! อย่านะ........” ร่างบางร้องห้ามเสียงหลงเมื่อมือหนากำลังปลดชั้นในตัวบางที่ปกปิดส่วนสำคัญไว้พลางพยายามหยุดมือนั้นไว้...แต่แล้วก็ถูกมือหนาอีกข้างรวบไว้

“กำลังสั่นระริกเชียว..........” ร่างสูงยิ้มล้อร่างบางพลางใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสเข้าที่ส่วนอ่อนไหวของร่างบาง

“อึก! ย...หยุดนะ....” ร่างบางร้องห้ามทั้งที่เนื้อตัวกำลังบิดเร่าต่อสัมผัสที่ได้รับ

“ปากแข็งจริงนะนายเนี่ย.....” ร่างสูงว่าพลางใช้มืออีกข้างนวดเคล้นคลึงยังเนื้ออิ่มอวบด้านหลังเพื่อเร่งเร้าอารมณ์ร่างบางให้เตลิดหนักยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างก็ยังคงปรนเปรอส่วนด้านหน้าอันอ่อนไหวที่กำลังแข็งขืนขึ้นตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น...เห็นดังนั้นร่างสูงจึงจัดการบีบแน่นเข้าที่ส่วนนั้นอย่างจงใจที่จะแกล้งร่างบาง

“...อาาา...อึก....น...นาย....”

“ขอฉันซิ...แล้วฉันจะตามใจนาย.....”

“ม....อึก...ขอ...ได้โปรด......” ร่างบางร้องขออย่างทรมานที่ถูกบีบไว้ไม่ให้ปลดปล่อย...โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าสีหน้าแบบนี้ทำเอาร่างสูงอยากแกล้งให้หนักกว่าเดิม......

“...จะดีเหรอ....ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีกว่าเหรอไง...”

“ม...ไม่.....ขอร้องล่ะ...ฉ...ฉันไม่ไหวแล้ว......” ร่างบางบอกพลางยกฝ่ามือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่แสนจะน่าอายนั้น...พร้อมน้ำตาที่ไหลรินลงมาด้วยความทรมานกับความรู้สึกที่ได้รับ

เห็นดังนั้นร่างสูงจึงรั้งเอวบางให้ลุกนั่งทั้งที่มือข้างนั้นยังคงไม่ปล่อยให้ร่างบางได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างที่ต้องการ

“ถอดเสื้อกับกางเกงให้ฉันก่อนซิ........” ร่างสูงกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่จียงเคยได้ยินมา...หากแต่จียงต้องทำตามที่ร่างสูงร้องขอ...ไม่งั้นเค้านั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายตายเสียก่อน...

มือคู่บางสั่นไหวอย่างไร้เรี่ยวแรงที่จะยกขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อให้ร่างสูง...ทั้งที่ใจต้องการจะเร่งให้มันเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วเสียที...

“แฮกๆๆๆ.......อึก!...” จียงหอบออกมาพลางกลั้นก้อนความรู้สึกที่มือร่างสูงหยอกล้อเหมือนกับว่าจะปล่อยให้ส่วนนั้นของร่างบางให้เป็นอิสระ...แต่เปล่าเมื่อร่างบางเริ่มรู้สึกว่าอยากปลดปล่อยร่างสูงก็จะบีบบังคับไว้ไม่ให้ของเหลวอุ่นๆนั้นไหลออกมา...

“น...นาย.....อึก...”

“เหลือกางเกงนะ...จียง.........” ร่างสูงกระซิบบอกเมื่อร่างบางปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จ...มือเรียวบางของจียงเริ่มเกร็งเป็นพักๆจนบางครั้งถึงกับจิกเข้าไปที่แขนแกร่ง...

มือบางนั้นก็ยังคงพยายามรูดซิบกางเกงตัวเก่งของร่างสูง...ทั้งที่ช่องทางด้านหลังเริ่มถูกรุกรานมากขึ้น...เรียวนิ้วยาวของร่างสูงสอดแทรกเข้ามาทีละนิ้วจนตอนนี้ในร่างกายของร่างบางอัดแน่นไปด้วยนิ้วทั้งสาม

“อาาาา...ม...ไม่ไหวแล้ว....ช่วยฉันที........” ร่างบางครวญครางวอนขอร่างสูงแทบขาดใจ...เห็นทีว่าร่างสูงคงหยุดแกล้งร่างบางได้เสียที

ถึงแม้อยากจะแกล้งมากเพียงใด...แต่เค้าก็ยังอยากถนอมร่างบางไว้อยู่

 

มือหนาที่ทำหน้าที่อยู่ส่วนหน้าคลายออกมาให้ร่างบางได้ปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นเสียที...เพียงไม่กี่วินาทีที่ร่างสูงปล่อยให้เป็นอิสระ...ของเหลวอุ่นๆนั้นก็ทะลักออกมาอย่างล้นหลามเปียกแฉะผ้าปูที่นอนเชียว.........

ใบหน้าแดงๆรู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิมเมื่อปลดปล่อยมันออกไป...เสียงหายใจถี่ๆบอกได้เป็นอย่างดีว่าร่างบางทรมานมากเพียงใดกว่าจะได้ปลดปล่อย

“...ซึงฮยอน....นายแกล้งฉัน.........” จียงว่าพลางตีเข้าไปที่แผ่นหลังกว้างทั้งที่ใบหน้ายังคงซบอยู่ที่อกแกร่ง

“...ฉันแค่อยากให้นาย....รู้สึกสบายมากกว่าเดิม......” บอกพลางยกตัวร่างบางให้นั่งบนตักของตัวเองก่อนเงยหน้าประทับจูบอย่างอ่อนโยนผิดกับการกระทำเมื่อครู่

รสจูบยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าร่างบางพยายามท้วงก็ตามที....เรียวนิ้วที่ยังคงอยู่ภายในเริ่มกวาดหาจุดรับสัมผัสภายใน....แรงตอดรัดที่อยู่ๆก็บีบเกร็งทำเอาร่างสูงยิ้มกว้างออกมา

“ตรงนั้นเหรอ........” ร่างสูงถอนจูบออกมาพลางยิ้มถามมองหน้าร่างบาง

“...อึก....อ๊า!! อาาาาา.......” ร่างบางร้องครางออกมาเมื่อร่างสูงกระตุกนิ้วสัมผัสยังจุดเดิมอีกครั้งก่อนที่จะถอนเรียวนิ้วทั้งหมดออกไป...ไม่นานเกินรอคอยร่างสูงก็สอดแทรกแก่นกายอันร้อนผ่าวเข้ามาในตัวของร่างบางที่ที่ร่างบางยังคงนั่งซ้อนตักอยู่

“อ๊า!! เจ็บ.....ไม่เอา.....พอ...........” น้ำตารินไหลลงมาเป็นสายบ่งบอกถึงความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี

“ขอโทษนะ............” ร่างสูงกล่าวขอโทษพลางดันตัวร่างบางให้นอนราบกับเตียงก่อนจูบซับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างอ่อนโยน เมื่อร่างบางเข้าสู่ภาวะปกติแล้วร่างสูงก็เริ่มที่จะขยับตัวเข้าออกยังช่องทางด้านหลังอย่างระมัดระวังด้วยกลัวว่าร่างบางจะเจ็บปวดอีกครั้ง ทั้งที่แรงตอดรัดทางด้านหลังนั้นอาจจะทำให้ร่างสูงเริ่มอดรนทนไม่ไหว.........

“อาาาาา.....ทำตามที่..นายอยาก...อึก อ๊า!! อย...อยากทำเถอะ...อ๊า!!!” เมื่อสิ้นเสียงคำพูดที่ร่างบางอนุญาตร่างสูงจึงสอดแทรกตามความต้องการที่สั่งสมไว้เข้าไปในตัวร่างบางซ้ำแล้วซ้ำเล่า....

เสียงครางที่ทั้งสองสอดประสานออกมานั้นเหมือนจะเป็นจังหวะเดียวกันไปเสียแล้ว...ร่างบางต้องการมากขึ้นกว่านี้อีกจึงพยายามยกสะโพกขึ้นให้ร่างสูงเข้าตรงมาสัมผัสยังส่วนที่ต้องการภายใน...การกระทำที่เชิญชวนร่างสูงทำเอาร่างสูงเผลอกระทำการรุนแรงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ......หากแต่มันเป็นความต้องการทั้งสองฝ่าย...คงยากที่จะปฏิเสธที่จะห้ามหรือ...กระทำ

ปลายฝั่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ๆนั้น...อารมณ์ที่จวนเจียนจะระเบิดออกมา...ความต้องการห้วงสุดท้ายก่อนที่คนทั้งคู่จะปลดปล่อยออกมา...

ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวก่อนจะผ่อนคลายลงพร้อมกับเสียงครางกระเส่าเจือความเหนื่อยหอบเมื่อน้ำสีขุ่นแห่งอารมณ์ถูกปลดปล่อยออกมาแทบไม่เหลือ...

พร้อมกับร่างสูงที่กระแทกแก่นกายเข้าไปเป็นครั้งสุดท้ายก่อนปลดปล่อยเข้าไปในช่องทางด้านหลังของร่างบาง...ใบหน้าคมซุกเข้าไปยังซอกคอของร่างบางพร้อมอาการเหนื่อยหอบ.....

“ฉันรักนายนะ...จียง...จียงของฉัน........” ร่างสูงบอกรักร่างบางอีกครั้งก่อนโน้มตัวลงจูบร่างบางอย่างอ่อนหวาน

 

######                                                                                                                                                                                         ######

 

“อรุณสวัสดิ์ฮะพี่จียง........” เสียงเจ้าตาหยีเอ่ยทักยามเช้าเมื่อเห็นว่าคนเป็นพี่เดินเข้ามาในห้องครัว

“นาย...เอ่อ....สบายดีนะจียง.....” แทยังเอ่ยถามเจ้าเพื่อนตัวดีที่นั่งลงอย่างอิดโรย

“......ก...ก็ดี........” จียงตอบรับพลางพยายามไม่สนสายตาของเพื่อนตรงหน้า

“ดูพี่นั่งไม่ค่อยสะดวกเลยนะฮะ............”ซึงริพูดตามที่เห็นจริงๆ

“เอ่อ /// น...นิดหน่อยน่ะ....”

“ฮั่นแน่...นายนี่ร้ายนะ...........” แทยังล้อออกมาเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของเพื่อน

“อ...อะไร! ฉ...ฉันจะกินข้าว...........”

“ก็ไม่ได้ห้ามนี่นา....” ว่าพลางยังไม่หุบยิ้มที่ทำให้จียงอยากสลายหายตัวไปสักที

“นายแกล้งอะไรจียงของฉันอีกล่ะ.............” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามออกมาเมื่อลงนั่งข้างร่างบาง

“เปล่านี่ฮะ...ผมไม่ได้แกล้งอะไร จียงของพี่ สักหน่อย...........” แทยังทำเฉไฉแต่มันยังคงล้อเลียนร่างบางด้วยคำว่า จียงของพี่

“ไอ้...ยองเบ..........” ร่างบางเริ่มขึ้นคำนำหน้าให้เพื่อนรักอย่างทำอะไรไม่ถูก

“...กินข้าวกันดีหว่าเนอะ...ซึงริ...........” แทยังทำเป็นไม่ได้ยินที่จียงพูดพลางคีบเนื้อให้คนข้างกาย

######                                                                                                                                                                                         ######

 

[“สิ่งที่สาวๆหลายๆคนต่างรอคอยก็กำลังใกล้เข้ามาถึงแล้วนะค่ะ...วันนี้ทั่วทั้งประเทศคงจะคึกคักไปด้วยความรักของคนหนุ่มสาว.....”]

ปิ๊บ!~~

เสียงกดปิดทีวีดังขึ้นยังห้องนอนของคนที่เป็นลีดเดอร์........ในขณะที่เจ้าตัวก้มลงมองสิ่งของในมือที่ทำมันออกมาเสร็จสมบูรณ์เสียที...นิ้วเรียวลูบไล้ไปมายังตัวอักษรที่เพิ่งถูกปักเข้าไปยังปลายผ้าพันคอนั้น...

ร่างบางลุกออกจากเตียงนอนของตัวเองก่อนเดินออกจากห้องไป...สายตาของสมาชิกร่วมวงต่างมองว่าจียงจะไปไหน...แล้วสายตาคนทั้งสามก็มาหยุดลงยังห้องๆหนึ่งที่ใครๆก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่อยู่ในตอนนี้...และจากนั้นคนทั้งสามก็หันกลับมาดูทีวีต่อโดยไม่สนใจจียงที่เข้าไปอยู่ในห้องแล้ว

ร่างเพรียวบางเดินตรงมายังเตียงนอน...วางสิ่งของบางอย่างลงบนเตียงนอนอย่างทะนุถนอม...ก่อนจ้องมองสิ่งนั้นด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

“สุขสันต์วันไวท์เดย์นะ...ซึงฮยอน...........”

“ทำไมนายไม่มาบอกกับฉันโดยตรงล่ะหึ...จียง............” เสียงต่ำดังแผ่วๆที่ข้างหูร่างบางทำเอาจียงถึงกับสะดุ้งตกใจ

“ม...มาตอนไหน.........”

“หลังจากที่นายเข้ามาในห้องฉันนั้นแหละ...เห็นพอดี.........” บอกพลางก้มตัวลงจูบร่างบางอย่างอ่อนหวานพลางพยายามทำอะไรบางอย่างแถวๆคอของร่างบาง

เมื่อถอนริมฝีปากออกมาร่างสูงก็ลดสายตาลงต่ำมองเข้าที่สิ่งของบางอย่าง...ทำเอาจียงไล่สายตามองลงมาบ้าง

“สุขสันต์วันไวท์เดย์นะ...จียงของฉัน........” ร่างสูงบอกเมื่อร่างบางเห็นสิ่งที่ห้อยอยู่ที่คอ

 

สร้อย...รูปกุหลาบที่ถูกล้อมรอบด้วยหัวใจ

 

“ชอบมั๊ย............” ยิ้มถาม

“....อืม........ขอบใจนะ.......” ร่างบางยิ้มตอบรับ

“นายก็สวมผ้าพันคอให้ฉันซิ.............” ร่างสูงบอกพลางมองเลไปยังเตียง...ร่างบางจึงหยิบผ้าพันคอผืนสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาสวมให้ร่างสูง

“นายปักไว้ว่าอะไรเหรอ..........” ร่างสูงแกล้งถามทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าตัวอักษรตรงปลายผ้าพนคอนั้นปักไว้ว่าอะไร

“....ก...ก็อ่านเอาเองซิ...........” จียงบอกปัดพลางจะเดินออกจากห้อง

“ก็ถ้าไม่ได้ยินจากปากนาย...ฉันก็ไม่มั่นใจน่ะซิ..........” เทมโปบอกพลางสวมกอดจียงจากทางด้านหลัง

“......บ...บ้า.............”

“หือ....อะไรนะ...........” ร่างสูงกระซิบถามอีกครั้งพลางซุกไซร้ใบหน้าไปกับซอกคอขาวๆ

“.......นายมันงี่เง่า.........”

“ฉันว่ามันไม่ได้อ่านแบบนั้นนะ...ว่ามะ.......” เทมโปถามพลางขบเข้าที่หูของร่างบาง

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ควอน จียง รัก ชเว ซึงฮยอน

‘Love Forever’

 

THE END

 

 

 

 

 

 

 

 

[SF] Valentine Day

posted on 14 May 2010 14:59 by beer-sandglass

Title    : Valentine Day [Re]

Paring : TEM-G

Rate   : NC

Author : T-Lek

Talk about : ขอแนะนำตัวนะค่ะ...ชื่อเล็กนะ...อ่านจะเอามาลงผิดช่วงสักหน่อย...(แต่แบบว่าเอาที่เคยเขียนมาลงน่ะ) ฝากด้วยนะค่ะ

 

Valentine ปีก่อนๆของควอนจียง

..........ถูกแฟนบอกเลิก..........

......เหตุผล......

..........เราเข้ากันไม่ได้..........

 

Valentine ปีที่แล้วของควอนจียง

..........ถูกแฟนบอกเลิก..........

......เหตุผลเดิม......

..........เราเข้ากันไม่ได้..........

 

Valentine ปีนี้ของควอนจียง

..........ยังไม่มีแฟน..........

ไม่กล้ารักใคร

กลัว

......คงจะเป็นเหตุผลนี้เหตุผลเดียวเท่านั้น......

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

จียง...วาเลนไทน์นี้ไปเที่ยวกันมั๊ย...

แล้วนายไม่ไปกับซึงริหรือไงยองเบ......

เอ่อ........พอดีฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อยนะ......

อะไร.................. เงยหน้าจากจอคอมเพื่อมองหน้าเพื่อนคนสนิท

ก็ซึงริอ่ะ......งอนฉันฉันเรื่องอะไรก็ไม่รู้...วาเลนไทน์ก็จะไม่ไปกับฉัน บอกพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

ก็แล้วนายไปทำอะไรน้องฉันล่ะ.......... ถามอย่างไม่ใส่ใจ ก็คงเป็นเรื่องเดิมนั่นแหละ

ก็แค่บอกว่ามาชวนนายไปเที่ยววาเลนไทน์กัน......เท่านั้นแหละซึงริก็เลยสบถออกมาว่า [จะไปไหนก็ไปเลย!! พี่มันงี่เง่าที่สุด] พอฉันไปง้อก็โดนเมินซะงั้น.....

สมน้ำหน้า!!” จียงตะคอกว่าหลังจากฟังเรื่องที่แสนจะงี่เง่านั้นจบ

ฉันมาขอให้นายช่วยฉันนะ...ไม่ใช่ซ้ำเติมกันแบบนี้...........

ฉันไม่เตะนายก็บุญเท่าไรแล้ว...นายนี่มันงี่เง่าจริงๆ ว่าอีกครั้ง

อะไรกัน..........

นายบ้าหรือเปล่าเนี่ยยองเบ...วาเลนไทน์ใครเค้าชวนคนอื่นทั้งที่มีแฟนอยู่แล้วไปเที่ยวมั่ง!!”

ก็..........นาย.... พยายามจะแย้งขึ้นมาแต่ไม่กล้าเอ่ยออกไป

โธ่เอ๊ย! ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า ก็แค่............วาเลนไทน์.......

ก็เพราะว่ามันวาเลนไทน์น่ะซิ! ฉันถึงห่วงนาย..........

.

.

......บ้าหรือเปล่านายน่ะ.....วาเลนไทน์ไม่ได้ทำให้ฉันตายซักหน่อย.......... ก้มหน้าหลบสายตาเพื่อนตรงหน้า

จียง..........ถ้านายอยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ...บอกพลางรั้งร่างบางเข้ามากอดลูบผมอย่างปลอบโยน

......ยองเบ...........

.

.

.

.......ฮึก......ทำไม...........

นายคือคนสำคัญนะ........รู้มั๊ย

ฮึก.............................. มือบางกำเสื้อเพื่อนสนิทแน่น พร้อมเสียงสะอื้นที่ออกมาเป็นระยะ

 

 

 

 

 

 

เพราะอย่างนี้ไง...วาเลนไทน์นี้ฉันถึงไม่อยากให้นายอยู่คนเดียว........

 

.

.

.

.

เค้ารู้ดี

.

.

.

ยองเบรู้ดีเสมอ

.........ว่าควอนจียงนั้นอ่อนแอแค่ไหน..........

.........อ่อนแอกว่าใครทั้งหมด..........

.

.

แม้วินาทีที่ทำเป็นเข้มแข็งก็ตาม

 

......ฮึก....ฉันนี่ไม่เหมาะกับการเป็นหัวหน้าพวกนายเลย.......... เอ่ยออกมาอย่างรู้สึกหมดหวังกับตัวเอง

ใครบอกพี่จียงอย่างนั้นฮะ!” คนตาหยีถลาเข้ามาทันทีที่ได้ยินคำตัดพ้อของพี่ชาย

พี่น่ะนะ..........สุดยอดลีดเดอร์ของเราเลยฮะ!!” บอกพลางยิ้มอย่างภูมิใจในตัวพี่ชาย ก่อนหันหน้ามาหาแรงสนับสนุนจากพี่ชายตาคม เนอะพี่

อือ.......... ตอบกลับมาสั้นๆ ก่อนใช้สายตาที่ราวกับว่าจะจ้องให้ทะลุเข้าไปในตัวร่างบาง

......ฮึก...ขอบใจพวกนายนะ...... กล่าวขอบคุณน้ำตาคลอ

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

แสงไฟที่ลอดออกมาจากห้องทำให้ยองเบรู้ว่าเพื่อนตัวดีของเขายังไม่นอน

เป็นไปตามที่คาดไว้เสมอ..........

เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นร่างบางยังคงนั่งอยู่หน้าคอมไม่ห่าง

 

เฮ้อ!! นายเนี่ยนา.........จริงๆเลย เดินเข้ามานั่งเกยโต๊ะคอมพร้อมนมในมือสองแก้ว

นายเองเหรอ..........ว่าไง ถามทั้งที่สายตาก็ยังจดจ่ออยู่กับจอคอม

จะหักโหมเกินไปแล้วนะ..........พักซะบ้างซิ...ว่าพร้อมส่งนมเย็นๆให้

ขอบใจ.....ก็มันต้องทำนี่นา..... รับแก้วนมมาดื่ม ก่อนบอกเหตุผล

เอาเถอะ.....รีบๆเข้านอนก็แล้วกันรู้มั๊ย..........

อือ.....นายเอานมไปให้ซึงริเหอะ...........

ไม่บอกก็ต้องเอาไปให้อยู่แล้ว ยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงเจ้าน้องเล็ก

อย่าโดนไล่ตะเพิดออกมาก่อนล่ะ.....

ปากนะนาย.......... ขยี้หัวจียงอย่างหมันไส้ก่อนเดินออกไปพร้อมเสียงโวยวายของร่างบาง

.

.

.

.

ซึงริ...เปิดประตูหน่อย... มือหนาเคาะประตูเรียกคนที่อยู่ในห้องพลางเลื่อนมือมาขยับลูกบิดประตู

อ้าว..........ไม่ได้ล็อคนี่นา... พึมพำก่อนดันประตูเข้าไปในห้อง

ซึงริ.....หลับย.......... ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็เห็นเพียงแต่ผ้าห่มผืนหนาบนเตียงเท่านั้น ก่อนเดินวนรอบห้องนอนแต่ก็ไม่เจอใครสักคนเดียว

ไปไหนนะ............พึมพำก่อนเดินออกมาจากห้องเพื่อไปที่ห้องครัวเผื่อว่าน้องจะหิวแล้วออกมาหาอะไรกิน

.

.

.

.

 

เหมือนเดิมไม่เจอใคร..........เจอแต่เศษแก้วที่แตกกระจายอยู่บนพื้นบริเวณโดยรอบมีหยดเลือดเป็นแห่งๆ

 

พลันในใจก็นึกถึงคนที่ตามหาทันที

..........ภาวนาขอให้ไม่ใช่เลือดของซึงริ..........

.

.

.

แต่เหมือนมีลางสังหรณ์แปลกๆ

 

จียง...จียง!!” เคาะประตูรัวเรียกอย่างร้อนใจ

อะไรของนาย..........

ซึงริหายไป...มีเลือดหยดในห้องครัวด้วย....ฉันกลัวว่าจะเป็นเลือดของซึงริ....

หาทั่วแล้วหรือยัง......... ถามพลางขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวลใจ

ในห้องนอนไม่มี.........

ใจเย็นๆ...อาจจะเล่นเกมอยู่ที่ห้องซึงฮยอนก็ได้....... ว่าแล้วก็เดินไปยังห้องของคนที่ถูกเอ่ยชื่อทันที

.

.

ซึงฮยอน.....ฉันเข้าไปนะ.... ไม่บอกกล่าวมากกว่านี้พรวดพราดเปิดเข้าไปทันที

.

.

.

แล้วก็เห็นว่าร่างสูงกำลังเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้คนที่กำลังตามหาอยู่พอดิบพอดี

 

เหมือนกำลังจูบกันอยู่

ยองเบเห็นเป็นอย่างนั้น........

จียงก็เห็นเป็นแบบนั้นเหมือนกัน........

 

ไม่ทันที่จียงจะได้ห้ามอะไรเพื่อนข้างๆก็กระโจนเข้าไปกระชากร่างซึงริออกมาจากซึงฮยอนทันที

ก่อนประเคนหมัดเข้าข้างแก้มซึงฮยอน............

 

นั่นพี่จะทำอะไรกันแน่!! อย่านึกว่าผมไม่รู้นะว่าพี่รู้สึกยังไงกับซึงริ...มองด้วยสายตาโกรธเคืองมือที่ใช้กระชากร่างบางนั้นก็กำแน่นเสียจนซึงริรู้สึกเจ็บข้อมือ

ปล่อยผมนะ! พี่พูดเรื่องอะไร...... พยายามจะสะบัดมือให้หลุดจากมือหนาของคนข้างๆ

แล้วยังไงล่ะ..... ซึงฮยอนไม่ยอมแพ้จ้องหน้าตอบกลับไปเช่นกัน แต่หากเป็นใบหน้าที่เย็นชาต่างจากยองเบ

พี่ก็รู้ว่าซึงริเป็นแฟนผม!!” ตะโกนถามออกมาอย่างเหลืออด

...เอ่อ.....ฉันว่าอย่า.......จียงพยายามห้ามแต่โดนเสียงใหญ่ขัดขึ้นซะก่อน

ก็แล้วมันยังไงล่ะหึ.....ยองเบ สีหน้าและท่าทางที่ปรากฏอยู่นั้นทำเอายองเบต่อยเข้าไปอีกหมัด

ผมไม่คิดว่าพี่จะทำแบบนี้กับผมได้... คำรามออกมา

นายคิดว่าฉันกำลังทำอะไรคนรักของนายงั้นเหรอ....ฉันรู้ตัวดีเสมอว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่และไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน.....

พี่ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!! ปล่อยซะที.....โอ๊ย!!” เสียงจากน้องเล็กเรียกความสนใจคนทั้งห้องได้เป็นอย่างดี

ซึงริ! นายเป็นอะไรมากมั๊ย.... ถามอาการด้วยความห่วงใยเมื่อมองเห็นว่าที่ขาของร่างบางนั้นถูกพันด้วยผ้าพันแผล

ผมจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับพี่!! พี่จะไปไหนก็ไปเลยผมมันไม่สำคัญอยู่แล้ว!! ตะโกนสุดเสียงพลางผลักไสร่างยองเบให้พ้นทาง

นายพูดเรื่องอะไร....... ถามขึ้นแต่ร่างบางก็ไม่ยอมตอบพลางพยายามจะเดินออกไปจากห้องนี้ให้ได้ แต่แล้ว

.

.

ร่างทั้งร่างก็ทรุดตัวลงในอ้อมแขนของยองเบที่รีบกระโจนไปรับ

.

.

หมดสติไปแล้ว

ยองเบช้อนซึงริไว้ในอ้อมแขนแกร่งพลางพาเดินออกไปจากห้องโดยไม่ลืมที่จะมองมาทางพี่ใหญ่อย่างโกรธเคือง

 

ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่...ซึงฮยอน... จียงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเหลือกันแค่สองคน

นายชอบซึงริงั้นเหรอ.......

...........................

ถ้านายเอาแต่เงียบแบบนี้...แล้วฉันแก้ปัญหาได้ยังไง..... เมื่อเห็นว่าร่างสูงทำท่าจะไม่พูดอะไรเลยตัดใจหันหลังเดินออกมา

ก็....................น่ะใช่......... เหมือนได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลังแต่ก็แผ่วเบาเกินกว่าที่จียงจะเข้าใจ

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

บรรยากาศมันยิ่งย่ำแย่กว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งยองเบ.................

ทั้งซึงฮยอน......................

 

สองคนนี้ไม่คุยกันเลยนับตั้งแต่เรื่องวานซืน

ไม่สบตากันด้วยซ้ำไป.............

ทำเอาจียงอึดอัดแทน

 

ส่วนซึงริน่ะเหรอ.......

ก็ยังคงไม่ยอมคุยกับยองเบอยู่ดี..........

พวกเขามีงานที่ต้องใช้ความสามัคคีในอาทิตย์หน้าซะด้วยซิ

จียงเครียด.........

 

คิ้วที่แทบจะผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้วของจียงนั้นก็ยิ่งขมวดเข้าไปใหญ่

กับสายตาซึงฮยอนที่จ้องมองมาที่เค้าอยู่นานสองนานก่อนที่จะละสายตาออกไป

 

หมอนี่ต้องการอะไรกันแน่นะ...........

.

.

ผมไปอัดรายการก่อนนะฮะพี่... เสียงเจ้าแดซองเอ่ยบอกสมาชิกในวง

จริงซิ...นายมีอัดเสียงกับซึงริไม่ใช่เหรอยองเบ......... จียงเอ่ยถามถ้าเค้าจำตารางไม่ผิด

อืม......คงใช่..... ยองเบตอบรับก่อนเดินเข้าห้องไปแต่งตัว จากนั้นก็ออกไปพร้อมกับน้องเล็ก

 

 

เหมือนสายตาคู่คมกำลังจ้องมอง

เหมือนว่ามันจะทะลุทะลวงเข้ามาให้ได้

.

.

.

มองด้วยความหมายที่ไม่เข้าใจว่าต้องการอะไรกันแน่

.

.

.

 

นายมีปัญหาอะไรกับฉันหรือเปล่าซึงฮยอน..........

..........ไม่มี........ สองคำสั้นๆ แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

นายต้องการอะไรกันแน่...ฉันไม่เข้าใจ...

ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจ.....................

 

แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมเหมือนเดิม

 

มื้อกลางวันนายต้องการกินอะไร…….... พยายามหาเรื่องชวนคุยกลบบรรยากาศ

..........แล้วแต่...........

 

แล้วก็เป็นจียงเองที่ทนไม่ได้เดินเข้าห้องครัวไปทำกับข้าวมื้อกลางวัน

หมอนั่นเป็นอะไรไปนะช่วงนี้..... พึมพำกับตัวเองก่อนหยิบอุปกรณ์ออกมาทำอาหารโดยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกจ้องมองด้วยสายตาแบบนั้นเหมือนเดิม

 

 

สายตาที่คอยจ้องการกระทำเหล่านั้น

.........สายตาที่ยากจะคาดเดา..........

แต่เหมือนต้องการดูดกลืนเข้าไปทั้งตัว

.........ไม่รู้เจตนาที่แท้จริง..........

 

 

โอ๊ย! ร้อนๆๆ.......... เสียงใสร้องขึ้นเนื่องจากมือบางไม่ทันระวังจับเข้าที่หูร้อนๆของหม้อ

ระวังหน่อยซิ............... เสียงใหญ่ดังข้างหูพร้อมกับที่หม้อถูกมือใหญ่ใช้ผ้าจับออกมา

.....มันลืมนี่นา............ บอกเสียงอ่อน

เลิกทำ...แล้วไปหายาทาซะ..........

มันยังไม่เสร็จ........

ฉันจะทำต่อให้เอง........ เมื่อเห็นว่าร่างบางพยายามค้านเลยยื่นข้อเสนอให้

อย่างนายเนี่ยนะ!” ร้องออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก็ซึงฮยอนเคยทำอาหารที่ไหนกันล่ะ

อย่างฉันแล้วทำไม.......... หันมาจ้องร่างบางอย่างเอาเรื่อง

......ก็....นาย..........

ฉันทำเป็นน่า........... บอกอย่างรำคาญ

ฉันกลัวกินไม่ได้.......... ว่าแล้วก็ดึงดันที่จะทำต่อ

ไปทายาเถอะน่า!”

ยุ่งน่านายน่ะ!”

อย่าทำให้เป็นห่วงนักได้ไหม!!” ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด ก่อนลากร่างบางออกมาจากห้องครัว แล้วผลักเบาๆให้ร่างบางนั่ง ก่อนเดินไปเอากล่องปฐมพยาบาล

จะทำอะไรน่ะ......... จียงถามทันทีที่ซึงฮยอนเอื้อมมือมาจับเข้าที่มือของเขา

..............ทายา.............. เงยหน้าขึ้นมาตอบก่อนก้มลงไปบีบหลอดยาใส่มือ

ฉันทำเองได้..........

เฉยๆ....................... เหมือนดุแต่ก็ยังคงทายาให้อย่างเบามือ

สายตาของร่างบางจ้องการกระทำนั้นอย่างต้องการจะรู้อะไรบางอย่าง

.

.

นาย...ชอบซึงริเหรอ...... ถามเสียงเรียบ

.....................................

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..........

.....................................

ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยนะเนี่ย.....

ก็เพราะว่านายเอาแต่อกหักไง.......... พูดขึ้นก่อนจะพันแผลให้

.....................................

........หัดดูแลตัวเองซะบ้างซิ.....

.....................................

เมื่อกี้ยังเอาแต่ตั้งคำถามนี่นา...เงียบทำไมล่ะ...

......ขอบใจ............. กล่าวขอบคุณเมื่อซึงฮยอนพันมือให้เสร็จ

............วาเลนไทน์นี้ไปเที่ยวกันไหม..... ร่างบางเงยหน้ามองซึงฮยอนว่าพูดอะไรกันแน่

นาย........พูดว่าอะไรน่ะ??

วาเลนไทน์นี้ไปเที่ยวกันไหม......

แล้วนาย......ไม่อยากไปกับซึงริเหรอ จ้องร่างสูงตาแป๋วรอคำตอบ

ทำไมนาย........เฮ้อ!! จริงๆเลย...... สบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนลุกเดินมาจากตรงนั้น

ง่ะ....อะไรของนาย........ จียงถึงกับงงกับท่าทางของเพื่อนตัวสูง เดินตามเข้าไปในครัว

...เหลืออะไรที่ต้องทำ..... ถามพลางมองหาอุปกรณ์

ก็เหลือแต่ข้าวผัดนั่นแหละ........

นายออกไปนั่งรอข้างนอกป่ะ...........

ไม่เอาฉันจะอยู่ดูนายทำ......เพื่อมันไหม้ขึ้นมาจะแย่......

...........ตามใจ...... พูดออกมาอย่างอ่อนใจ ก่อนทำเป็นไม่สนใจร่างบางอีก

 

เมื่ออุปกรณ์ครบร่างสูงก็ลงมือทำอย่างขะมักเขม้น

ทำเอาร่างบางถึงกับงงกับท่าทางที่ดูช่างเป็นเรื่องง่ายดายเสียเหลือเกิน

กับการทำอาหารของซึงฮยอน..........

 

.........ไม่น่าเชื่อแหะ........ พึมพำกับตัวเองเบาๆ

.

.

ฉันอยากกินมะเขือเทศอ่ะ...... ร้องสั่งร่างสูงที่ง่วนกับการหั่นผัก

.......เรื่องมาก............... บ่นออกมาเล็กน้อยแต่ก็หยิบมะเขือเทศมาหั่นให้ตามต้องการ

เอาเยอะๆเลยนะ........อ่ะ! แครรอทด้วย......... แกล้งสั่งมากกว่าเดิม ร่างสูงหันมามองด้วยสายตาเคืองๆ แต่ก็ทำให้เหมือนเดิม

แครรอทต้องทำเป็นลูกเต๋าซิ....... แกล้งทำหน้าไม่พอใจที่ร่างสูงหั่นแครรอทเป็นแว่นๆ

..................มีอะไรจะสั่งอีกไหม......... ถามเสียงต่ำ

อืม............ไม่มีแล้วล่ะ.........รีบๆทำซิฉันหิวแล้ว........ พร้อมทำท่าประกอบลูบท้องแสดงท่าทีหิว

..................................... เหมือนจะได้ยินเสียงพ่นลมหายใจ แต่ร่างบางก็ทำเป็นไม่สนใจ

 

ผ่านไปเพียงครู่ก็ได้กลิ่นหอมฉุยลอยเข้าจมูก

ร่างบางรีบยกตะเกียบกับช้อนไว้ในมืออย่างเตรียมพร้อม

เห็นอย่างนั้นร่างสูงก็แทบจะอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้ เก๊กหน้าขรึมตักข้าวให้ร่างบาง

 

น่ากินจัง!” ไม่รอช้ารีบตักคำแรกเข้าปากทันทีที่ถึงจาน สีหน้ากับคำแรกที่สัมผัสลิ้น เกินบรรยายว่ารู้สึกอย่างไร ออกจะอึ้งๆเล็กน้อย

...........ทำไม.......อร่อยจัง..... ชมก่อนที่จะตักอีกคำเข้าปาก และคำต่อๆไปอย่างรวดเร็ว

ช้าๆก็ได้........เดี๋ยวติดคอ......... บอกก่อนนั่งลงตรงข้ามกัน

ไม่น่าเชื่อว่านายจะทำอร่อย........ง่ำๆ...

ฉันดูแย่ขนาดทำอาหารไม่เป็นเลยหรือไง......

.........อือ...ก็ฉันไม่เคยเห็นนายทำเลยนี่นา......ยังเคี้ยวไม่เสร็จดีก็ตอบร่างสูง

เคี้ยวให้หมดก่อนเถอะน่า..........เลอะแล้วเห็นไหม...... มองด้วยสายตาดุๆก่อนเอื้อมมือไปปาดเศษอาหารที่ปากบาง ทำเอาร่างบางสะอึกกับการกระทำนั้น

แค่กๆ.....แค่กๆๆ...แค่ก...แค่ก...น้ำ....... ร่างบางบอกด้วยความทรมานกับอาการอาหารติดคอ ไวพอกับที่ร่างสูงหยิบน้ำมาให้

...ค่อยๆ............... ร่างสูงป้อนน้ำให้ร่างบางอย่างระมัดระวัง

.....แค่กๆ....อ่า...ค่อยยังชั่ว........

ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องรีบ เคี้ยวให้หมดก่อน.........

ก็เพราะนายนั่นแหละที่อยู่ๆก็.......///// แล้วก็หน้าขึ้นสีเมื่อนึกถึงการกระทำนั้นของร่างสูง

...ความผิดฉันงั้นซิ...........

ก็...........เอ่อ.....ฉ...ฉันอิ่มแล้วล่ะ........ พูดเสียงอึกอักก่อนลุกออกมา ร่างสูงมองตามแผ่นหลังของร่างบางอย่างที่จะคาดเดากับความคิดนั้นได้

 

 

เกิดอะไรขึ้น

..........รู้สึกแปลก..........

มันแปลก

..........เพราะอะไร..........

.

.

ไม่เข้าใจ

.

.

ร่างบางนั่งอยู่บนเตียงนอนมองตัวเองผ่านกระจกเงา

แล้วก็เห็นว่าสีหน้าเปลี่ยนไป.....มันออกแดงๆ......

หัวใจเริ่มเต้นเป็นปกติขึ้น แต่ก็ยังคงรู้ว่ามันแปลกอยู่ดี

.............ความรู้สึกแบบนี้มัน................

เคยรู้สึกอยู่บ่อยๆ เมื่อเจอใครถูกใจ

..............แต่กับซึงฮยอน..............

..................................มันแปลกจริงๆ................................

 

บ้า! นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ จียง....... ว่าบุคคลที่อยู่ในกระจก

ภาพเหล่านั้นยังคงฉายชัดในหัวสมอง...ลบทิ้งไม่ได้สักที                                  

เพ้อเจ้อน่า! หมอนั่นชอบซึงรินี่นา.....คิดอะไรเนี่ย!!” ว่าอีกครั้งก่อนล้มตัวนอนบนเตียง

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

ทำไมวันนี้พวกนายร้องเพลงออกมาได้แย่ขนาดนี้น่ะ... เสียงผู้จัดการบ่นอย่างอารมณ์เสีย

ขอโทษครับ..... สองเสียงประสานคำขอโทษ

ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ...ฉันต้องการให้พวกนายมีความรู้สึกร่วมลงไปในเพลง! เข้าใจใช่ไหม!”

...........................

พวกนายไปพักก่อนเถอะไป........ สั่งพักก่อนเดินห่างออกไป

 

มันดูแย่มาก

.

พวกเขาคงดูแย่มากๆ

.

ฟังดูก็รู้ว่าเสียงที่ประสานออกมานั้น

.

.

แย่

 

เรื่องระหว่างยองเบกับซึงริก็ยังเหมือนเดิม

......ซึงริไม่ยอมคุยกับยองเบสักนิด......

แม้ว่ายองเบจะพยายามหาเรื่องคุยด้วย

......แต่ซึงริก็ให้ยองเบคุยผ่านใครบางคน......

 

ซึงริ................. เรียกอีกครั้ง

........................... ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม

...........................

ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะฮะ...... หันไปบอกพวกพี่ๆทีมงาน แล้วลุกเดินออกไปโดยไม่สนใจยองเบสักนิด

การกระทำที่ทำเอายองเบทนไม่ไหว เดินตามร่างบางมาถึงห้องน้ำศิลปิน

 

***กริ๊ก***

 

เสียงที่ลงกลอนลูกบิดประตูเรียกความสนใจจากซึงริได้เป็นอย่างดี

นั่นพี่จะทำอะไร!..... ประโยคแรกที่ซึงริพูดกับยองเบด้วยความตระหนก

พี่ต้องการคุยกับนายให้รู้เรื่อง........ บอกก่อนสาวเท้าเข้ามาใกล้

ผมไม่มีอะไรจะคุยกับพี่........ ตอกกลับพลางก้าวถอยหลังอย่างระแวดระวัง

พี่ทนมาตั้งแต่ตอนนั้น.....พี่ต้องการอธิบายและต้องการคำอธิบาย..... เริ่มก้าวขายาวขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางก้าวอย่างลนลานแผ่นหลังชนกับกำแพงห้องน้ำ

อย่ามาเข้าใกล้ผมนะ!!” ตะโกนออกมา

.

.

.

.

.......นายชอบพี่ซึงฮยอนเหรอ.........

..................................... ร่างบางไม่ตอบคำถามเอาแต่ก้มหน้า

...วันนั้น.........พี่ขอโทษ...ที่ทำนายเจ็บ.... กล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้ข้อมือเล็กๆนั่นแดง ยังไม่รวมกับฝ่าเท้าที่เขาอาจทำมันด้วย

พี่มาขอโทษผมทำไม.....พี่ไม่จำเป็นต้องขอโทษด้วยซ้ำ..... เอ่ยก่อนเลื่อนตัวมาทางซ้ายเพื่อหลบคนตรงหน้า หากแต่ยองเบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมายันได้ทัน

ขอร้องล่ะ.....อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะ..... ร้องบอกร่างบาง

..........เหอะ! ผมซิควรเป็นคนขอร้อง...ไม่ใช่พี่!!” ยองเบมองร่างบางอย่างไม่เข้าใจ

เลิกยุ่งกับผมเถอะนะ...... จ้องหน้าร่างหนานิ่ง แววตาไม่แสดงความรู้สึกใด

........................... มือที่ใช้ยันล่วงลงมาข้างกาย ร่างเล็กถือโอกาสเลี่ยงออกมา

นายต้องการจะเลิกกับพี่ใช่ไหม............ ถามเสียงแผ่วเรียกให้ร่างบางหยุด

.....ก็แล้วถ้าผมต้องการแบบนั้นล่ะ.........พี่จะเลิกไหม... ถามกลับบ้าง

..................................... เมื่อยองเบไม่ตอบอะไรร่างบางก็ตั้งท่าจะเดินออกไปจากห้องน้ำ

..........ไม่เลิก.....ถ้าพี่มีสิทธิตอบแบบนี้.......

...........................

ไม่เด็ดขาด!!” ตอบเสียงแน่วแน่ ก่อนรั้งร่างบางเข้ามาสวมกอด

...........................

.....แต่ที่เหลือมันคงขึ้นอยู่กับนาย............. โอบรัดแน่นขึ้นอย่างโหยหา ก่อนที่จะปล่อยซึงริให้เป็นอิสระ แล้วก็เดินออกมาจากห้องน้ำ

 

มันคงถูกลิขิตให้เป็นแบบนี้ซินะ

.

.

ก็ในเมื่อเขาเป็นคนเลือกเอง

แต่ทำไม

.

.

เจ็บ

เกินกว่าจะทนไหว

 

ร่างเล็กๆทรุดตัวลงกับพื้นห้องน้ำ ทำนบน้ำตาไหลมาไม่ขาดสาย

ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้......

แต่..........มันคงสายไปแล้ว.........

เขามาช้าไป......มาทีหลัง.....ความสำคัญก็ต้องเป็นสอง

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

พี่ซึงฮยอน................. เสียงเล็กเจือสะอื้นเอ่ยเรียกพี่ใหญ่

ซึงริ.........เป็นอะไรไป....... เมื่อเห็นใบหน้าของน้องชายซึงฮยอนก็รีบถลาเข้าไปคว้าร่างบางมากอด

....ผม.....ฮึก.......... น้ำอุ่นไปลงบนบ่าแกร่ง

........................... นี่อาจเป็นคำปลอบโยนของพี่ใหญ่ ถึงแม้จะไม่มีเสียงแต่การกระทำก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดี

 

****เคร้ง!!~****

 

เสียงจานกระทบพื้นเรียกความสนใจจากทั้งคู่

เอ่อ......ขอโทษที่...เอ่อ...รบกวน....... เสียงกล่าวขอโทษของจียงมือบางก้มลงเก็บจาน และผลไม้ที่เตรียมเอาไว้ ก่อนเดินไปหยิบจานใหม่แล้วเดินเข้าห้องอย่างรวดเร็ว

 

เหมือนว่าร่างสูงรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้ แต่..............ซึงริ...........

 

ถ้าพี่อยากคุยกับพี่จียงก็ไปเถอะฮะ.....ผมอยู่คนเดียวได้....

แล้วนายก็จะคิดน้อยใจว่ามาทีหลังน่ะเหรอ......... พูดอย่างรู้ว่าถ้าปล่อยน้องไว้คนเดียวจะเกิดอะไรขึ้นพลางปาดน้ำตาให้

ปล่อยให้จียงจัดการปลอบเพื่อนของเขาก่อนเถอะ... ร่างสูงเน้นคำเพื่อบอกให้น้องรู้ว่าหมายถึงใคร

...........................

มาทางนี้เถอะ.......... ว่าแล้วก็จูงมือน้องเข้าห้อง

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

...เอ่อ.....โทษทีที่ให้คอย....... จียงกล่าวหลังจากเข้าห้อง

อือ...................................

.

.

.

เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ..... ถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ

ท่าทางวาเลนไทน์นี้ฉันคงจะไม่มีแฟนซะแล้วล่ะ.............. บอกด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

ยังไม่คืนดีกันอีกเหรอ........... ถามอย่างเป็นห่วง

.......อือ..........คงจะหยุดอยู่แค่นี้ล่ะมั้ง..........

.....นายรออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวฉันจัดการให้.......... บอกก่อนเดินออกมาจากห้องอีกครั้ง

 

ซึงฮยอน..... จียงเรียกพลางเคาะ สักพักห้องก็ถูกเปิดออกมา

ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม...ซึงริด้วย...... บอกก่อนมองไปยังน้องชายของเขา ร่างสูงเลยหลีกทางให้จียงเข้ามา

ซึงฮยอน.......ฉันขอถามนายนะแล้วนายก็ต้องตอบ...นายชอบซึงริใช่ไหม!” ถามเสียงดังฟังชัด

...........................

....พี่จียง................

โอเคนายคงไม่อยากบอกเหมือนเดิม.....งั้นพี่จะถามนายนะซึงริ...นายยังชอบยองเบอยู่หรือเปล่า.....

...........................

...........................

 

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง

 

จะให้ผมตอบยังไง.....ถ้าหากใจพี่ยองเบเห็นพี่สำคัญกว่าผม........ ซึงริเอ่ยออกมาอย่างตัดพ้อ

นายรู้ได้ยังไง.....

ผมได้ยิน.....ที่พวกพี่คุยกันหมดแล้ว..........พี่ยองเบเห็นพี่สำคัญ

แล้วนายคิดว่ายองเบไม่ให้ความสำคัญกับนายเหรอ...

................................

หมอนั่นเป็นห่วงนายมากนะ.......

............ก็คงไม่เท่าพี่..........

...เออ! คงใช่!! พี่สำคัญมากกว่านายอยู่แล้ว.......ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด

จียง!........... มือใหญ่บีบเข้าที่ต้นแขนจียง

ปล่อย! ตอนนี้นายไม่เกี่ยว......... หันมาบอกด้วยสายตาที่เศร้าแกมตัดพ้อเล็กน้อย

มันแน่นอนอยู่แล้วล่ะว่ายองเบต้องเห็นฉันสำคัญกว่านาย...เรารู้จักกันมาตั้งนาน.......ส่วนนาย.....ก็แค่ไม่กี่ปีเท่านั้น......

จียง!” ร่างสูงขึ้นเสียงอีกครั้งหากแต่จียงไม่สนใจ

....สำคัญมาก............... จียงเน้นอีกรอบ

.....พอเถอะฮะ.........ฮึก... น้ำตาของน้องเล็กไหลลงมาอีกครั้ง

นายจะทำเกินไปแล้วนะจียง..... ว่าจียงก่อนดึงร่างซึงริเข้ามากอดปลอบโยน

สำคัญที่สุด..............ในฐานะเพื่อน........เพื่อนที่รักกัน.....

............................

ส่วนนาย........ในฐานะแฟน.....

...........................

นายคงเข้าใจความแตกต่างระหว่างเพื่อนกับแฟน......... บอกพลางมองตรงไปอย่างไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วก่อนหันหลังกลับ แล้วก็เจอร่างของยองเบ

ซึงริ............. เอ่ยเรียก เมื่อเห็นอย่างนั้นจียงก็หันมามองทางนั้นอีกครั้งก่อนเดินออกไป

...........ฮึก...พี่ยองเบ...... ผละออกจากอ้อมกอดของพี่ชายแล้วหันมากอดยองเบแทน

พี่ขอโทษ....... คำขอโทษที่กล่าวซ้ำอีกครั้ง

.....ฮึก...ผมขอโทษฮะ.......... กล่าวเช่นกัน

 

เหมือนว่าบรรยากาศเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

.

.

นายคงโกรธพี่ซินะ.........

...ไม่ฮะ........ผมผิดเองที่คิดอะไรไปเองคนเดียว.......

ก็ถ้าพี่ไม่ทำตัวแบบนั้นนายก็ไม่คิดแบบนี้หรอก......

....ผมทำให้หลายคนยุ่งยาก........ หันมามองซึงฮยอนอย่างสำนึกผิด

ขอโทษผิดคนแล้วล่ะ.........นายควรขอโทษจียง...... บอกพลางลูบหัวน้องอย่างรักใคร่

จริงซินะฮะ......พี่จียง........

...........................

ผมลืมไปได้ยังไงกัน ทั้งๆที่พี่เขาดีกับผมมากๆ...แต่ผมกลับอิจฉาพี่จียง.....

นายทำให้จียงรู้สึกแย่เลยล่ะ... ยองเบบอก ทำเอาสีหน้าของซึงริซีดลง

ผม...ควรทำยังไงดี......

นั่นซิ.....หมอนั่นต้องรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุแน่ๆ... เสียงพี่ใหญ่เอ่ยออกมา

ไปเถอะฮะพี่........ ยองเบบอก

........................... ร่างสูงมองอยู่นานเหมือนต้องการทวงอะไรบางอย่าง

...โอเคฮะ...ผมขอโทษพี่ที่เข้าใจผิด....... แล้วยองเบก็พูดในสิ่งที่พี่ใหญ่ต้องการ

....ไม่เป็นไร...........

ขอบคุณนะฮะ.........สำหรับหลายๆอย่าง.......โดยเฉพาะสิ่งที่พี่กำลังทำ.... แล้วก็ยิ้มให้พี่ใหญ่อย่างรู้กันในความหมาย

พยายามเข้านะฮะพี่ซึงฮยอน... เสียงน้องเล็กอวยพรส่งท้าย

 

ใบหน้าใสถูกเชยขึ้นมาสบตาอีกครั้ง

สายตาที่สื่อสารถึงกัน.......

เหมือนคุยกันผ่านทางสายตา..........

..........เข้าใจกันเป็นอย่างดี.........

 

ริมฝีปากเล็กๆของซึงริถูกทาบทับโดยริมฝีปากของยองเบ

ดูอ่อนโยน และลึกซึ้ง............................................................

 

เอ่อ..........ตอนนี้ผมคงดูไม่ได้ซินะฮะ........ พึมพำหลังจากยองเบถอนริมฝีปากออกมา

นั่นซินะ........ทั้งน้ำตา ทั้งขี้มูกปนกันไปหมดเลย... บอกก่อนบีบเข้าที่จมูกร่างบาง

....ล...แล้วใครใช้ให้พี่...จูบ...ผมล่ะ..... ว่าพลางดันตัวออกมาจากร่างพี่ชาย

ก็ไม่มี..........นายน่าจูบ...... บอกให้ร่างบางหน้าซับสีมากกว่าเดิม

..ผม....ง่วงนอนแล้ว............... เบี่ยงตัวเลี่ยงจากตรงนั้นเดินไปยังประตู

ยังไม่ทันที่มือบางจะบิดลูกบิดประตู แผ่นกระดานนั้นก็ถูกดันเข้ามาเกือบชนหน้าร่างบาง

มีอะไรหรือฮะพี่........... ถามก่อนดึงตัวร่างบางให้พ้นบานประตู

จียง............หายไป.... แววตาบ่งบอกว่ามันเป็นเรื่องจริงทำเอายองเบเครียดตาม

หาทั่วแล้วเหรอฮะ.......

หลังบ้านไม่มีฮะพี่ซึงฮยอน........ เสียงแดซองโพล่งขึ้นมาตามด้วยตัวโผล่เข้ามา

......โทรตามพี่จียงซิฮะ........ เสียงน้องเล็กเสนอ

..................................... มือใหญ่ชูมือถือที่แสดงให้รู้ว่าจียงไม่ได้เอามันไปด้วย

แย่ละซิ! ฝนตกซะด้วย........ ยองเบเอ่ยเสียงเครียด

เดี๋ยวฉันออกไปตามหาข้างนอก....พวกนายอยู่รอที่นี่แล้วกัน...... ซึงฮยอนสั่งก่อนหุนหันพลันแล่นออกไปทันที

.......พี่จียงจะอยู่ที่ไหนนะตอนเนี้ย......... แดซองเอ่ยขึ้นมา

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

 

สายฝนโปรยปรายอย่างไม่ปรานีใดๆทั้งสิ้น

หยาดน้ำแต่ละหยดนั้น

.

เสมือนกับต้องการกรีดหัวใจใครบางคน

.

.

ให้แหลกสลาย

 

เจ็บปวดเกินกว่าที่จะแบกรับไว้

ทั้งที่คิดว่าจะไม่รู้สึกแบบนี้อีกแล้ว

.

ทว่า

.

.

.

ความรู้สึกนั้นชอบล้อเล่นอยู่เสมอ

ไม่เป็นดั่งต้องการแม้นิด

.

.

.

น้ำตา

.

ช่างเข้ากันดีจริงๆกับเม็ดฝนเหล่านั้น

 

..................ถ้าหากห้ามความรู้สึกเหล่านั้นได้ก็คงดี..................

 

ผู้คนมากมายวิ่งหลบฝนกันจ้าละหวั่น แน่ล่ะถ้าเปียกขึ้นมาคงยุ่งน่าดู และถ้ายิ่งเป็นคนที่เป็นหวัดง่ายๆ แล้วล่ะก็.......คงไม่เหลือ............

แต่ก็มีบางคนที่เดินตากฝนอย่างนั้นไปเรื่อยๆ ไม่มองหาที่หลบฝน ไม่มีจุดหมายที่จะไปด้วยซ้ำ

เหมือนต้องการให้หยาดน้ำเหล่านั้นกระหน่ำถาโถมลงมา..................

เพื่อกลบความรู้สึกต่างๆให้มิด............

.

.

แต่ดูเหมือนมันจะยิ่งทวีความรู้สึกรุนแรงขึ้น

ฝน

.

.

คงช่วยได้แค่ดูดกลืนน้ำตาให้เพียงเท่านั้น

 

คุณครับ! ระวังรถ!!” เสียงหนึ่งตะโกนเตือน แต่คงช้าไปถ้าไม่รีบเข้าไปคว้าตัวมาไว้

ร่างบางๆ ถูกกระชากให้หลบพ้นรถที่สาดแสงเข้าใกล้ เรียกสติให้กลับคืนมา

 

คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ......... ถามอย่างห่วงๆ หลังพาร่างบางมาหลบฝน

.........ข...ขอบคุณ............

ระวังหน่อยนะครับ......ฝนตกแบบนี้...... เตือนอย่างเป็นห่วง

.....................................

หัดเป็นห่วงตัวเองบ้างนะครับ...เหม่อแบบนี้อันตรายนะครับ.......

.....................................

อย่าทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงซิครับ........... เหมือนคำพูดเหล่านั้นจะสะท้อนก้องไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พาลให้นึกถึงใครบางคนที่เตือนในลักษณะนี้เหมือนกัน

...ซึงฮยอน......................

เป็นอะไรไปครับ......เจ็บตรงไหนเหรอครับ... เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาคู่นั้น

.......ฮึก...ฮึก......... พยายามกลั้นเสียงสะอื้น

ไปหาหมอไหมครับ....... ถามความเห็นคนตรงหน้าอย่างกังวล

......ไม่เป็นไร.....ขอบคุณที่ช่วยผมไว้...คุณไปเถอะครับ.....ผมไม่เป็นไรแล้ว....

..แต่ผมว่า......

ไม่เป็นไรแล้วจริงๆครับ......... บอกอีกครั้งก่อนโค้งแทนคำขอบคุณ

ถ้างั้น..........ระวังตัวด้วยนะครับ............ หันหลังอย่างลังเลแต่พอเห็นว่าคนๆนั้นบอกว่าไม่เป็นอะไรจึงเดินออกไป

 

เมื่อร่างของคนที่ช่วยลับตาไปแล้วร่างบางก็รีบเร่งเดินไปยังที่ใดที่หนึ่ง

ฝ่าสายฝนที่ยังกระหน่ำไม่เลิก..........

 

เหมือนว่าฝีเท้าจะชะลอความเร็วลงทั้งที่ใจรีบไป

เหมือนว่าสายตาพร่ามัวมองไม่ค่อยเห็น...............

 

ไม่ทันที่จะได้ไตร่ตรองอะไรร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบท่ามกลางสายฝนหมดสติไป

.

.

.

คงจะเป็นจริงดั่งว่า

.

.

ฝนไม่เคยปรานีใคร

.

.

จิตใจที่ว้าวุ่น

เหมือนสายฝนจะสนุกยิ่งนัก

.

กระหน่ำลงมาอย่างซ้ำเติม

ไม่มีวี่แววว่าจะซาลง

.

.

.

ช่างเข้ากันเหลือเกิน

.

ความว้าวุ่น

กับสายฝน

.

.

 

เสียงวิ่งฝ่าสายฝนอย่างไม่ลดละพยายามให้ถึงที่ที่ต้องการเจอใครสักคน ต้องการเห็นหน้า ต้องการสัมผัส แต่ยิ่งรีบก็เหมือนกับว่าถูกแกล้ง

จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้นะ.........ตากฝนมาซะขนาดนั้น...... บ่นกับตัวเองก่อนเหลียวหลังไปมองเหมือนกับว่าคนที่แป็นห่วงอยู่ตรงนั้น

 

พลั่ก!!

 

ขอโทษฮะ....... กล่าวขอโทษทั้งที่ไม่รู้ว่าเดินชนใคร

ไม่เป็นไรฮะ................. ร่างสูงไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้นยังคงตั้งหน้าวิ่งต่อไป

รู้สึกแปลกแฮะ... มองตามหลัง เหมือนกับคนๆนั้นกำลังจะไปในที่ที่เขาผ่านมา มันก็จริงอยู่ที่เขาวิ่งไปตรงนั้นก็ต้องผ่านที่ที่เขามาอยู่แล้ว แต่..........................

.........ทำไมมาช้าจังเลย................ เสียงเรียกใครคนหนึ่งขัดจังหวะพอดี

ขอโทษที.......มีอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ..............

 

อยู่ไหนนะ

.

.

.

อยู่ที่ไหนกัน

.

.

อย่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยนะ

.

ขอร้องล่ะ

 

เหมือนฝนเหล่านั้นจะรับคำขอที่อยู่ในใจของใครบางคน

.

เริ่มซาลงแล้ว

....................และเหมือนกับว่าจะเจอใครคนหนึ่งพอดี....................

 

พลันสายตามองเห็นร่างของใครบางคนนอนสลบอยู่กับพื้น

ทั้งที่ยังไม่เห็นหน้า แต่เหมือนกับว่ามีสิ่งที่บ่งบอกให้รู้..........

.........ว่าใช่คนที่ตามหาอยู่..........

จียง! จียง.............ไม่เป็นไรนะ เสียงต่ำเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ก่อนตัดสินใจช้อนร่างบางนั้นเข้ามาอุ้มแล้วรีบเดินไปยังที่ที่ตัวเองมา

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

ใบหน้าที่ซีดขาวราวกับกระดาษ

ความอ่อนเพลียที่ฉายชัด

.

.

.

ทำเอาหลายๆคนเป็นห่วง

.

.

ทั้งคนที่หมดสติ

..........และคนที่นั่งเฝ้า..........

 

ความอบอุ่นส่งผ่านมือสู่มืออาจช่วยคลายลงได้บ้าง

แต่ก็ไม่ดีนัก

 

ทำเอาคนเฝ้าร้อนใจยิ่งขึ้น

....................อย่างน้อยก็ช่วยรู้สึกตัวขึ้นสักหน่อย....................

 

................ซึงฮ.........ฮยอน......... เพียงเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากปากบาง ก็ทำเอาเจ้าของชื่ออุ่นใจขึ้น

ว่าไง......จียง...............

................................. ไม่มีเสียงตอบกลับแต่มือที่ถูกกุมไว้นั้นขยับตอบสนอง

.......ขอบคุณ.......ที่รู้สึกตัว........... เอ่ยออกมาทั้งที่ร่างบางไม่รู้เรื่อง

...........................

แต่ช่วย.........ฟื้นขึ้นมาหน่อยได้ไหม......... คำขอร้องที่ดูจะมากเกินจะตอบแทนได้

...........................

.....มากไปซินะ........... ก้มหน้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ

 

เปลือกตาคู่บางเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างทรมาน

เหมือนว่าแสงมันแยงเข้ามาในลูกตา

แต่ความพยายามที่จะเปิดเปลือกตาออกนั้นมีสูงมาก

ศีรษะส่ายเล็กน้อยเพื่อหลบหลีกแสง

.

.

ก่อนที่ภาพต่างๆจะปรากฏชัดขึ้น

จนกระทั่งมองเห็นใครบางคนกุมมือไว้แน่น

 

ซึง........ฮยอน........ ร่างเสียงอ่อน

........อย่าเรียกชื่อฉันอย่างเดียวซิ..........ตื่นขึ้นมามองหน้าฉันหน่อย........ พูดไม่ทันจบร่างสูงก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นร่างบนเตียงฟื้นแล้ว

จียง! นายฟื้นแล้ว................. ร้องออกมาอย่างปิดความดีใจไว้ไม่มิด

........ฉัน.........เป็นอะไร..........

นายไข้ขึ้น..........บอกพลางวัดไข้อีกครั้ง

........................... ร่างบางพยายามนึกเรื่องราวทั้งหมดก่อนจะจำได้ว่าตัวเองหมดสติไป แต่ไม่ใช่ที่นี่

.....ฉันเจอนายหมดสติอยู่หน้าสวนสาธารณะ....... เฉลยข้อสงสัยให้

..........ขอบใจ.......... ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรร่างบางเลยเอ่ยคำขอบคุณแทน

หิวมั๊ย..........

....................ฉันหลับไปกี่วัน....... พยักหน้าตอบก่อนถามอีกครั้ง

ประมาณ 3 วัน.....เดี๋ยวฉันมาไปอุ่นข้าวให้นายก่อนนะ.......

อือ................. พยักหน้าเล็กน้อยตามคำพูดร่างสูง

 

ความรู้สึกปวดหัวแล่นเข้ามาทันทีที่ขยับตัวขึ้น

เป็นเหมือนสิ่งบ่งบอกว่าอย่าเพิ่งขยับ

 

สามวันนี้คงทำให้หลายๆคนลำบากน่าดู

ทั้งที่เค้าไม่อยากเป็นภาระให้ใคร...

 

พี่ซึงฮยอนฮะ...ออกมากิน.......พี่จียง!” เสียงน้องเล็กร้องลั่นเมื่อเห็นว่าพี่ชายฟื้นขึ้นมาแล้ว

ซึงริ.............. ยิ้มทักอย่างอ่อนแรง

ดีใจจังที่พี่ฟื้นแล้ว!” ดูก็รู้ว่าความดีใจปิดไม่มิดเลย ก่อนที่ทั้งสองจะได้คุยอะไรมากกว่านี้ ร่างสูงก็กับมาพร้อมถ้วยร้อนๆในมือ

อ่ะ....พี่ซึงฮยอน.......ผมช่วยนะฮะ.........

น่ากินมากเลยนะฮะพี่จียง.........อิจฉาพี่จัง......... บ่นอิจฉาเมื่อเห็นข้าวต้มในชาม

ผมไม่ยักรู้เลยนะฮะว่าพี่ซึงฮยอนจะทำอาหารเป็นกับเขาด้วย........ บอกก่อนมองมาที่พี่ชายตัวสูง

............................สายตาที่พี่ใหญ่ส่งมาให้นั้นช่างดูน่ากลัวสำหรับซึงริ

อ่า........เอาเป็นว่าผมไม่รบกวนพวกพี่แล้วดีกว่าฮะ........ เดินเลี่ยงออกมาก่อนที่เขาจะไม่มีชีวิตไปเจอหน้าพี่ยองเบ

......กินข้าวแล้วจะได้กินยา....... ร่างสูงบอกก่อนนั่งลงหยิบชามข้าวไว้ในมือ

.....ฉัน...กินเองได้.......บอกร่างสูงเมื่อเห็นว่าร่างสูงทำท่าจะป้อนให้

แรงจะพูดยังไม่ค่อยจะมี....อย่าอวดเก่ง........

................................ เงียบไปก่อนจะอ้าปากรับข้าวคำแรก

รู้สึกดีขึ้นไหม.......... ถามพลางตักคำที่สองขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนให้

...../// อือ....... ใบหน้าซีดเริ่มขึ้นสีเล็กน้อย

 

และก็เป็นแบบนี้อยู่ตลอดเวลาที่ร่างสูงจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่ละสายตา

การกระทำเหล่านี้ทำเอาร่างบางดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก

แต่......ดูเหมือนร่างบางจะดูเป็นวิตกกังวลอยู่มากเหมือนกัน

 

เม็ดยาถูกส่งมาให้ในมือ พร้อมแก้วน้ำที่ร่างสูงถือไว้ให้ร่างบางดื่ม

จียงจ้องมองเม็ดยาที่ได้อย่างไม่อยากกลืนมันเข้าไป

 

เอาอีกแล้วนะนายเนี่ย................. ร่างสูงบ่นออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าจียงจะไม่กินยา

.........ก็.............

ไม่มีก็..........ไม่อยากหายหรือไง......... จ้องถามอย่างบังคับ

.....เอ่อ.................

โอเค..........ไม่กินก็ไม่กิน......... ร่างบางถึงกับงงที่ร่างสูงยอมง่ายๆแบบนี้ แต่ก็ดูเป็นผลดีกับตัวเค้าเองเหลือเกิน

 

จียงเกลียดยาทุกชนิด.....

ถ้าเลี่ยงได้ก็จะไม่กินมัน ปล่อยให้อาการเหล่านั้นหายไปเอง

จียงกินยายากใครๆในวงก็รู้..........

แต่ก็เคยบังคับให้กินตั้งหลายหนเวลาร่างบางไม่สบายแบบนี้

 

...............ทำอะไรน่ะ........... ถามอย่างสงสัยที่อยู่ๆร่างสูงก็ยัดเม็ดยานั้นเข้าปากตัวเองพร้อมน้ำ ไม่ทันทีร่างบางจะได้ถามอะไรต่อไปร่างสูงก็จัดการรั้งใบหน้าคนตรงหน้าเข้ามาป้อนยาให้........ปากต่อปาก

 

ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจกับการกระทำนั้นของร่างสูง

เรียวลิ้นที่ดุนดันเม็ดยาเข้ามาในโพรงปากของจียง ทำเอาจียงรู้สึกแปลกๆ

 

เม็ดยานั้นถูกกลืนลงไปแล้ว

แต่ร่างสูงยังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ

เรียวลิ้นเกี่ยวตวัดพันกันภายในอย่างอ่อนหวานจนไม่รู้สึกถึงรสชาติขมๆ ของยา

มันคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆหากร่างบางไม่ทำท่าขาดอากาศหายใจเสียก่อน

 

ร่างบางหอบสั่นสะท้านแทบขาดอากาศ

ใบหน้าขึ้นสีเรื่อชัดเจน จนรู้สึกได้ว่ามันร้อนแค่ไหน

 

..................ทำไม.......... ร่างบางเอ่ยถาม

.............................

................ทั้งๆที่นาย..... น้ำเสียงเริ่มผิดปกติ

............................ ร่างสูงรอว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไร

.....ชอบซึงริแท้ๆ............................

........เฮ้อ! นายนี่ยังไม่เข้าใจอีกหรือไงกันนะ............ สบถออกมาก่อนเชยคางคนป่วยให้เผชิญหน้ากันตรงๆ ทำให้เห็นน้ำตาคลอหน่วย

.....ต้องให้ฉันบอกนายขนาดนั้นเลยเหรอ.......ว่าทำไม..... ถามพลางปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

............ฮึก...พอเถอะ.................

ฉันชอบนาย บอกเสียงดังฟังชัดกลบเสียงร่างบาง

........................... เกิดอาการเงียบขึ้นมาทันที สายตามองร่างสูงอย่างสงสัยในคำพูดนั้น

...ฉัน-ชอบ-นาย..... เน้นอีกครั้ง

น...นาย.........ไม่ได้ชอบซึงริเหรอ....... ถามทั้งที่หน้าขึ้นสี

.....ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะใช่....แต่ตอนนี้ไม่...... ตอบด้วยสายตาแน่วแน่

............นาย...//// เหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด ก้มหน้าก้มตาหลบร่างสูงอย่างเดียว

ตั้งแต่ปีที่แล้ว...ที่ฉันชอบนาย... เหมือนเข้าไปนั่งที่กลางใจร่างบางพูดในสิ่งที่ต้องการอยากรู้พอดี

.........นานจัง...............

อืม........นานมากที่นายไม่รู้ตัวสักที.....

ก็...ใครจะไปรู้ล่ะว่านาย......////...

ซึงริรู้ และก็พยายามบอกนายหลายครั้ง..... บอกพลางรั้งร่างบางเข้ามากอด

....อื้อ...อึดอัดน่า.........

หลายครั้ง........ที่ฉันรู้สึกอยากดึงนายเข้ามากอด......

................................

หลายครั้ง........ที่ฉันอยากดึงนายออกจากผู้หญิงพวกนั้น........

................................

หลายครั้ง........ที่ฉันอยากจะทำร้ายผู้หญิงพวกนั้นที่ทำร้ายนายให้เป็นแบบนี้.....

................................

หลายครั้ง........ที่นายร้องไห้แล้วฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากมองอยู่ห่างๆ.....

................................

ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอ......

...อื้อ...ไม่เอา...ฉันอยากฟังนายพูด...... ร่างบางพยายามเกาะไม่ให้ร่างสูงจับเขาเผชิญหน้า

.......ถ้างั้นฉันก็ไม่รู้น่ะซิว่านายรู้สึกยังไง.......

.

.

.

.....ฉันยังไม่กล้ามีความรักตอนนี้....ฉันกลัว.....

อืม...ฉันเข้าใจ.....

.....แต่...ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงรู้สึกอยากผูกมัดนายเอาไว้.......

ฉันยินดีให้นายผูกมัดฉันเอาไว้กับตัวของนาย...........

นาย......จะเสียเวลาเปล่าๆ...... บอกหน้าเศร้า

ฉันรอมาได้ตั้งปีหนึ่งแล้ว.....รอต่อไปก็คงไม่เสียเวลาเท่าไร...... คำพูดหนักแน่นทำเอานัยน์ตาคลอด้วยน้ำใสๆ

.....นายแน่ใจนะ........

แน่นอน...ฉันหวังว่าสิ่งที่จะผูกมัดเราสองคนคงจะเป็นด้ายแดงที่ใครๆก็ตามหา..... กล่าวก่อนจูบซับน้ำตาให้ร่างบางอย่างหวงแหน

 

สิ่งที่จะผูกมัดงั้นหรือ

.

.

.

ก็คงเป็นกาลเวลาที่หัวใจสองดวงจะมั่นคง

 

 

Valentine ปีนี้ของควอนจียง

มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นอีกครั้ง

.

.

หวังว่าจะเป็นแบบนี้เรื่อยๆไป

 

t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek    t-lek

 

 

Valentine ปีก่อนๆของควอนจียง

..........ถูกแฟนบอกเลิก..........

......เหตุผล......

..........เราเข้ากันไม่ได้..........

 

Valentine ปีที่แล้วของควอนจียง

..........สดใส..........

ทั้งที่คิดว่าคงไม่มีเรื่องดีๆเกิดขึ้น

.

.

แต่ก็เกิดขึ้นจนได้

 

Valentine ปีนี้ที่กำลังจะถึงของควอนจียง

กลัว

.

.

กลัวว่าจะเป็นแบบปีที่แล้วมา

กลัว

.

.

สิ่งที่ผูกมัดจะขาดออกจากกัน

 

นั่งคิดอะไรอยู่......... ร่างสูงเอ่ยเรียกทำเอาร่างบางสะดุ้งจากความคิด

...มาตั้งแต่เมื่อไร....... ถามไม่ทันจบก็ถูกร่างสูงจูบปิดปากเสียก่อน

หวาน............

.....ลามก ///.............. ว่าพร้อมทั้งใบหน้าแดงเรื่อ

 

กับแฟนคนก่อนๆ ควอนจียงยังไม่เคยจูบถี่ขนาดนี้เลย

แต่กับซึงฮยอน........

ที่ร่างบางยังไม่เรียกว่าแฟนอย่างเต็มปากสักที

กลับ...........ต่างกันมาก

 

กับคนอื่นไม่ค่อยมีอาการหน้าแดงแบบนี้ หรือเพราะเป็นผู้หญิง แล้วเค้าต้องคอยป้อนสัมผัสให้

แต่กับซึงฮยอน..................เอาแต่ป้อนสัมผัสให้เสมอ...............

 

แต่นายก็ต้องการไม่ใช่เหรอ.....แบบนี้น่ะ........ ว่าแล้วก็ก้มลงจูบอีกครั้ง

...อื้อ...///// ถี่เกินไปแล้วนะ..........

..น่ารักจริง.......... ชมพลางลูบไล้ใบหน้าแดงอย่างอ่อนโยน

...ไปอาบน้ำได้แล้วไป............ โบกมือไล่

...ไม่อาบให้เหรอ............. ถามด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

....../// ไปได้แล้ว.......... ทำท่าจะเอาหมอนใบโตไล่ ร่างสูงจึงยอมไปโดยดี

 

อยากจะบ้าตาย...........

หลายครั้งที่ถูกร่างสูงรุกเร้า แต่เมื่อปฏิเสธออกไป ซึงฮยอนก็ยอมแต่โดยดี

แต่อย่างที่ซึงฮยอนคงจะไม่ยอม...ก็คงเป็นปีนี้ซินะ

.

.

ไม่แน่อาจจะ......คืนนี้.......

 

สีหน้าที่ร้อนระอุบ่งบอกความคิดได้เป็นอย่างดี

ร่างบางคว้าเจ้าตัวการ์ตูนสีฟ้าของน้องชายตาหยีขึ้นมากอดเหมือนกับว่ามันจะซ่อนอาการเหล่านั้นได้

 

...ดึกแล้ว.....ยังไม่นอนอีกเหรอฮะพี่จียง...... น้องเล็กที่เห็นพี่ชายที่ห้องนั่งเล่นจึงทักขึ้น

....แล้วนายล่ะ.................. ถามกลับบ้าง แต่คำตอบที่ได้กลับมานั้นเป็นเพียงใบหน้าแดงๆ

นายมีอะไรกับยองเบงั้นเหรอ.........ถามเผื่อว่าเค้าจะช่วยแก้ปัญหาได้

.....///////// ทำไมพี่คิดงั้นฮะ......... แต่เหมือนว่าน้องเล็กจะเข้าใจไปอีกอย่างซะแล้ว

ฮั่นแน่!!~ ยองเบทำอะไรน่ะ........ แต่ก็อย่างว่ามีโอกาสได้แกล้งก็ต้องแกล้งซิ

ป...เปล่าสักหน่อย....../// ยังไม่ได้ทำอะไรเลย......... ปฏิเสธเป็นพัลวัน

ว่าแต่พี่นั่นแหละ! สัญญาอะไรไว้กับใครในคืนนี้......... แล้วจียงก็โดนน้องเล็กเล่นงานกลับ

ฉ...ฉันไม่ได้สัญญาอะไรไว้สักหน่อย //// แล้วก็เกิดอาการเดียวกับน้องเล็ก

 

เกิดความเงียบชั่วขณะ  ทั้งสองกำลังจมอยู่ในอาการเดียวกันไม่มีผิด

 

ทำไงดี......... สองเสียงที่ประสานออกมาเป็นคำเดียวกันในเวลาพร้อมกัน ทำให้ทั้งคู่หันมามองกันอีกครั้งก่อนจะสีที่หน้าจะเด่นชัดขึ้น

พวกนายทำอะไรกันอยู่น่ะ........... เสียงยองเบเอ่ยถามเล่นเอาสองร่างสะดุ้งพร้อมกัน

.....เอ่อ......ว่าไงยองเบ.......แล้วก็เป็นจียงที่ตั้งสติได้เร็วกว่าน้อง

กำลังจะมีความสุข........... น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นพาเอาน้องเล็กมีอาการหนักกว่าเดิม

...อ่ะ...เหรอ..................

ตามสบายเลยแล้วกัน...ยองเบ........... เสียงพี่ใหญ่บอกก่อนอุ้มร่างบางไปที่ห้องทันที

พี่จียง!” ร้องเรียกพี่ชายที่ถูกนำตัวไป ก่อนหันมามองพี่ชายอีกคน

พร้อมหรือยังน่ะเรา................ คำถามที่เอาร่างของน้องเล็กสั่นเล็กน้อย

ถ้าผมไม่พร้อม.....พี่ก็คงจะทำให้ผมพร้อมอีกเหมือนเดิมใช่ไหมล่ะ ////// ย้อนคำถาม เรียกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของยองเบได้เป็นอย่างดี

 

แล้วร่างทั้งสองก็หายลับไปจากห้องนั่งเล่น

 

เอ่อ.......ฉัน............ เสียงใสต้องการจะพูดอะไรบางอย่างกับร่างสูง แต่กลับพูดไม่ออก

ว่าไง...................

...นาย......................

ไม่ต้องห่วงหรอก...ถ้านายยังไม่พร้อม......

ไม่ใช่นะ!..........อ่ะ...เอ่อ ไม่ใช่ เอ่อ..........

หมายความว่าไง...ที่ว่าไม่ใช่น่ะ........

.....................................

นายกลัวใช่ไหม............... ร่างสูงเชยคางร่างบางให้ขึ้นมาสบตาคม

...................................... ไม่มีคำตอบที่เป็นเสียง แต่คำตอบเหล่านั้นออกมาจากสายตากลมๆ บอกความหมายได้เป็นอย่างดี

...ฉันสัญญา.....ว่าจะไม่ทำให้นายเจ็บแบบที่แล้วๆมาเด็ดขาด.....

.....................................

เชื่อฉันไหม ไว้ใจฉันหรือเปล่า.....จียง.... สายตาที่แน่วแน่ทำเอาร่างบางอ่อนยวบลงมาทันตา

ฉันกลัว........ว่าสิ่งที่ผูกมัดนายกับฉัน.....จะขาดออกจากกัน......

ไม่มีทางที่จะขาดออกจากกันหรอก.......นายคิดว่าตอนนี้อะไรผูกมัดนายกับฉันอยู่

.....................................

.....................สำหรับฉัน.....ในตอนนี้มันคือ...จิตใจของฉัน...เป็นเหมือนกันหรือเปล่า

..........อือ...................... สบสายตาร่างสูงอีกครั้งก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงรอรับสัมผัสหวานๆ

 

ความร้อนระอุที่แผ่ไปทั่วร่างกาย

.

.

แรงอารมณ์ที่ถูกพัดพา

ความรู้สึกหลากหลาย

ความกลัว

.

.

ไม่กล้า

.

.

สิ่งเหล่านั้นถูกพัดวนไปไกล

 

ลมหายใจร้อนๆลากผ่านผิวเนียนงาม...

ยามริมฝีปากอุ่นต้องเนื้อเนียน...

ความร้อนระอุแผ่ทั่วร่างกาย...

 

อย่างห้ามไม่ได้เลยที่จะสนองตอบการกระทำเหล่านั้น

 

อือ......ซึง...ไม่ไหว...อาา... ร้องห้ามแต่เสียงครางผะแผ่วนั้นกลับทำให้ทุกอย่างปั่นป่วนไปหมด

.......อดทนหน่อยนะ...เพราะฉันก็ไม่ไหวแล้ว..... กระซิงข้างหูอย่างอ่อนโยนแต่ช่างตรงกันข้ามกับการกระทำ

...อึก...อื้อ!! อ๊า!!~....อาาาา............ อารมณ์ถูกปลดปล่อยอย่างสุดทน เมื่อแรงกายที่สอดประสานเข้ามาช่างรัญจวนจิตยิ่งนัก

.....ขอโทษ............. กล่าวขอโทษก่อนจะจูบปลอบโยน

 

ลมหายใจหอบประสาน ไม่นานนักก็เริ่มเป็นปกติ

 

........นาย...ทำฉันเจ็บ.......... บ่นอุบออกมาพร้อมใบหน้าแดงๆ

........ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ......... บอกด้วยแววตาสำนึกผิด

คิก...ดูนายทำหน้าเข้าซิ..... หัวเราะเล็กน้อยก่อนที่มือบางจะลูบไล้ใบหน้าคม ไล้ลงเรื่อยยังแผงอกแน่น

..............นาย...อึก...กำลังทำฉันปั่นป่วนอีกรอบ....

อ๊ะ! ฉ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...ขอโทษ..... กล่าวขอโทษอย่างตกใจพร้อมละมือออกมาจากแผงอก

......มันไม่ทันแล้วล่ะจียง........ บอกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

......จะทำเหรอ....ไม่เอานะ แค่นี้ฉันก็ไม่ไหวแล้ว............. ถามอย่างเป็นกังวลพลางพลิกตัวหนี หากแต่ถูกร่างสูงจับไว้

............ไม่ได้เหรอ............... สายตาที่ฉายออกมานั้นทำเอาจียงใจอ่อนลงอีกครั้ง

.............................ตามใจ......... หลังสิ้นคำพูดร่างบาง ร่างสูงก็ตรงเข้าปิดริมฝีปากอวบอิ่มทันที

 

บดขยี้เล้าโลมดุนดันแทรกลิ้นพัวพันอย่างกระหาย

ความต้องการเหล่านั้นหวนกลับมาอีกครั้ง

.

.

ปลุกปั่นด้วยอารมณ์แห่งปรารถนา

หากแต่กระทำไปอย่างแช่มช้าหยั่งต้องการละเลียดรสชาติเรือนกาย

.

.

ความวาบหวามทำเอากล้ามเนื้อที่ถูกสัมผัสเกร็งกระตุกเป็นช่วงไป

.

ริมฝีปากร้อนผ่าวลากไล้วนทั่วยังหน้าอกนวลเนียนของคนใต้ล่าง

ยอดอกแข็งตั้งชูชันขึ้นตามแรงอารมณ์

พลันมือหนาบีบนวดเคล้นคลึงยังสะโพกอิ่ม

 

อือ..................... เสียงครางลอดออกมาเป็นพักๆ ก่อนจะเพิ่มความเสียวซ่านขึ้นเมื่อร่างสูงลดกายล้อเล่นกับแท่งเนื้อร้อนของตน

...รู้สึกดีมั๊ย............... เงยหน้าถามร่างบางที่ตอนนี้ใบหน้าช่างยั่วยวนยิ่งนัก

....บ....บ้า!........อื้อ....อืม อาาาาา.......... ร่างสูงยกยิ้มที่มุมปากกับเสียงครวญคราง ก่อนผละออกมาจากร่างบาง

...ทำไม...นายไม่ทำให้ฉันบ้างล่ะ................. เอ่ยถามร่างบางที่ไขว้คว้าหาตนอย่างทรมานที่ถูกขัดอารมณ์

........ฉ.....ฉัน.......................

........ไม่ได้เหรอ............... เป็นน้ำเสียงเดิมที่ร่างบางใจอ่อนทุกครั้งไป

...........แต่ฉันทำไม่เป็นนะ.............

...ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ................... กระซิบบอกก่อนรั้งร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง

......................................... มองร่างสูงอย่างลังเล ก่อนลดตัวลงแนบหน้าเข้ากับต้นขาแกร่ง

 

ปลายลิ้นเริ่มทำการหยอกล้อแก่นกายของร่างสูงทีละเล็กทีละน้อยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อรู้สึกชินกับส่วนนั้นแล้วปากบางจึงครอบครองส่วนทั้งหมด ดุนดันดูดอมลิ้มลองรสชาติประหลาดที่ทำให้รู้สึกหิวโหย

 

อือ.................... ร่างสูงครางออกมาอย่างพอใจก่อนเริ่มปลุกปั่นอารมณ์ร่างบางบ้าง เรียวนิ้วสะกิดเข้าปากทางรักก่อนที่จะสอดเข้าไปอย่างไม่รีรอ ทำเอาร่างบางสะดุ้งตกใจปล่อยแก่นกาย

...อ๊ะ!!............... ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรร่างสูงก็จัดการปิดปากแดงทันทีพร้อมกับเรียวนิ้วเพิ่มเป็นสอง...สาม

อื้อ!....อือ......... ส่งเสียงท้วงติงกับความอึดอัดถาโถมเข้าทางด้านหลัง ร่างสูงปล่อยริมฝีปากร่างบางให้เป็นอิสระก่อนดันตัวให้ร่างบางหงายร่างลงกับเตียง

.........รู้สึกยังไง...........ถามพลางขยับนิ้วเข้าออก

.......อึก...อึดอัด............

...ยังไม่ชินอีกเหรอ.....เมื่อกี้ก็.........

....จ...จะบ้าหรือไง............. โวยวายพร้อมที่ยกกายเพื่อต่อว่าร่างสูงให้ถนัด แต่กลับเป็นการเชื้อเชิญให้เรียวนิ้วแทรกตัวลึกกว่าเดิม จนโดนจุดสัมผัสอันเสียวซ่านอีกครั้ง ร่างสูงจัดการถอนเรียวนิ้วทั้งหมดออกก่อนพลิกตัวให้ร่างบางอยู่ข้างบนแทน

น.....นาย.....อย่าบอกนะ..........ร้องถามอย่างตกใจ

อืม.........ไม่ได้เหรอ...........ใช้สายตาและน้ำเสียงเดิมที่ร่างบางปฏิเสธไม่ได้

........นายนี่มัน.................. บ่นพึมพำ แต่ก็พยายามลดกายลงให้ตรงกับแท่งเนื้อร้อนนั้น แก่นกายร่างสูงเริ่มสอดแทรกเข้ามาเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของร่างบาง ไม่ปล่อยให้ร่างบางรู้สึกเจ็บปวดมากนักมือหนาสัมผัสเข้าที่ส่วนอ่อนไหวเพื่อบรรเทาอาการ และแบ่งปันความรู้สึกที่มีให้ เมื่อร่างบางลดตัวลงมาจนสุดก็ถึงกับน้ำตาล่วงด้วยความเจ็บปวดกับขนาดที่ต่างกัน และแผลเก่า

 

ไม่ต้องทำแล้วก็ได้......อย่าร้องนะ........ฉันขอโทษ....... ซึงฮยอนกล่าวพลางเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

.........อึก...ไม่เป็นไร.......ฉันต้องการ....... บอกร่างสูงอย่างเอียงอาย พร้อมเริ่มขยับตัวขึ้นลงอย่างแช่มช้าดูดกลืนแก่นกายด้วยความนุ่มนวล แต่ร่างสูงนั้นแทบคลั่งกับสัมผัสที่ร่างบางกระทำ เมื่อเริ่มชินกับการเคลื่อนไหวแล้วร่างบางก็เริ่มขยับตัวขึ้นลงเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ต้องการ ร่างสูงตอบรับอารมณ์ร่างบางด้วยการบดขยี้ปรนเปรอยอดอกเล็กด้วยริมฝีปากและปลายลิ้นร้อน ทำเอาร่างบางครวญครางกระเส่ารัวสะโพกตอบรับ มือบางจิกแน่นเข้าที่ไหล่แกร่ง

 

เป็นร่างสูงเองที่เริ่มทนไม่ไหวรั้งเอวบางให้ขยับตามความต้องการของตน ทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างต้องการระบาย สะโพกที่ถูกกระแทกกายสวนขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเหตุให้ตะกอนอารมณ์ถูกพัดวนจนแทบระเบิดออกมา ก่อนที่ร่างบางจะปลดปล่อยออกมาเต็มหน้าท้องแกร่งของร่างสูง ร่างสูงรั้งเอวนั้นอีกครั้งก่อนกดกระแทกลงมาพร้อมการปล่อยปล่อยเข้าไปในร่างบาง

 

อือ...........................

ฉันรักนายนะ...จียงของฉัน....

.............อือ..............ฉันก็.....รักนาย......... ตอบกลับเสียงแผ่วด้วยความอาย

 

 

อายทั้งคำพูด

.

.

อายทั้งการกระทำ

 

อายแม้กระทั่งความรู้สึก

.

.

 

THE END